วันนี้ (24 กรกฎาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) มีมติแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะอนุกรรมการด้านการป้องกันและปราบปรามการติดสินบนในภาครัฐ ว่า วัตถุประสงค์สำคัญคือการยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index: CPI) ของประเทศไทย และแก้ไขปัญหาการทุจริตเชิงโครงสร้างให้ได้มากที่สุด โดยคณะอนุกรรมการจะเข้ามาดูแลเรื่องการอนุมัติและการอนุญาตของหน่วยงานราชการ
ภราดรกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้หารือกับ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึง ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ถึงปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้นในภาครัฐ โดยเฉพาะกระบวนการอนุมัติและอนุญาตต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่มาของนโยบาย Super License ที่จะรวบรวมการขออนุมัติและอนุญาตไว้ในจุดเดียว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการและประชาชนในต่างจังหวัด
ยกตัวอย่างการขออนุญาตถมที่ดินหรือก่อสร้างบ้าน ซึ่งประชาชนต้องยื่นเรื่องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่หลายกรณีต้องรอการอนุมัติเป็นเดือนหรือเป็นปี จึงเกิดช่องว่างจากการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ และอาจนำไปสู่การเรียกรับผลประโยชน์
ภราดรกล่าวต่อว่า จึงมีแนวคิดนำระบบการขออนุมัติและอนุญาตขึ้นสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อให้หน่วยงานตรวจสอบ เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) หน่วยงานของรัฐ รวมถึงผู้ยื่นคำขอ สามารถติดตามได้ว่าคำขออยู่ในขั้นตอนใด และแต่ละขั้นตอนใช้เวลาดำเนินการกี่วัน
พร้อมย้ำว่า คณะอนุกรรมการจะเร่งผลักดันเรื่องนี้ โดยเตรียมนัดประชุมอย่างเป็นทางการเพื่อมอบหมายภารกิจและกำหนดตัวชี้วัด (KPI) ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน ซึ่งหน่วยงานหลักคือ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงดีอี
ภราดรกล่าวอีกว่า ปัจจุบันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เชื่อมต่อเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์มีเพียงหลักร้อยแห่ง จากทั้งหมดหลายพันแห่ง แต่จะผลักดันให้เข้าสู่ระบบมากขึ้นภายในปีหน้า ขณะที่หน่วยงานของรัฐบางแห่งได้เข้าร่วมแพลตฟอร์มแล้ว และจะเร่งขยายให้ครอบคลุมหน่วยงานอื่น ๆ มากยิ่งขึ้น


