×

ปกรณ์ กางโรดแมปปฏิรูปกฎหมายไทย ปักหมุดปี 2571 ดันไทยเข้า OECD ใช้ AI ปลดล็อกกฎหมาย-ชูซูเปอร์ไลเซนส์ ดึงเชื่อมั่นนักลงทุนโลก

โดย THE STANDARD TEAM
29.05.2026
  • LOADING...
ปกรณ์ กางโรดแมปปฏิรูปกฎหมายไทย

วันนี้ (29 พฤษภาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าและทิศทางของประเทศไทยในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ว่า ภารกิจนี้ของรัฐบาลถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการยกระดับประเทศไทยสู่มาตรฐานสากล โดยรัฐบาลกำหนดเป้าหมายในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ให้ได้ภายในปี 2571

 

ทั้งนี้ การเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD ไม่ใช่เพียงการเข้าสู่คลับของประเทศพัฒนาแล้ว แต่ยังครอบคลุมไปถึงเป้าหมายสำคัญคือ การมีกฎระเบียบที่ดีเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน หรือ Better Regulation for Better Life ซึ่งหากประเทศไทยเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD ได้สำเร็จ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ นักลงทุนและประเทศสมาชิกกว่า 30 ประเทศจะให้ความเชื่อมั่นในมาตรฐานเดียวกัน ทำให้ไทยสามารถค้าขายและดึงดูดการลงทุนได้มากขึ้นโดยไม่ต้องทำข้อตกลงทวิภาคีเป็นรายประเทศ นอกจากนี้ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นในรัฐบาล (Trust in Government) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต

 

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญในการปฏิรูปกฎหมายของประเทศไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐาน OECD ในระยะเวลาประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา คณะกรรมการกฤษฎีกาได้เริ่มต้นการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการทางกฎหมายของประเทศไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานของ OECD ความท้าทายคือ จากกฎหมายไทยที่มีจำนวนมหาศาล ได้แก่ กฎหมายที่เป็น พ.ร.บ.กว่า 900 ฉบับ กฎหมายลำดับรองกว่า 7,000 ฉบับ และมีกระบวนงานที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายกว่า 21,000 กระบวนงาน ให้สอดคล้องกับตราสารมาตรฐานของ OECD ที่มีตราสารทางกฎหมาย (Legal Instruments) ประมาณ 260 ฉบับ

 

ปกรณ์กล่าวว่า ประเทศไทยได้มีการพัฒนาระบบที่เรียกว่า TH2OECD ขึ้นมา โดยใช้เทคโนโลยี Agentic AI และ Graph RAG มาช่วยประมวลผล ระบบนี้ทำหน้าที่แปลกฎหมายไทยเป็นภาษาอังกฤษ และตรวจสอบกับตราสาร OECD เพื่อวิเคราะห์ช่องว่าง (Gap Analysis) และให้ข้อแนะนำในการปิดช่องว่างดังกล่าว

 

“เรารื้อฐานข้อมูลใหม่หมด จากไฟล์ PDF ให้เป็น Machine Readable Format เพื่อให้ AI อ่านได้ อย่างไรก็ตาม แม้ AI จะฉลาดขึ้นมากแค่ไหน แต่เราก็ยังต้องมีเจ้าหน้าที่กฤษฎีกาตรวจสอบในขั้นตอนสุดท้าย หรือเรียกว่า Human in the Loop เพื่อความแม่นยำสูงสุด” รองนายกรัฐมนตรีกล่าว

 

ทั้งนี้ ปัจจุบันคณะกรรมการนโยบายด้านกฎหมาย (Regulatory Policy Committee) ของ OECD ได้เริ่มกระบวนการประเมินด้านกฎหมายของไทยแล้ว ซึ่งหากมิติด้านกฎหมายผ่านการประเมิน จะเป็นบันไดขั้นแรกที่ช่วยให้มิติอื่นๆ ทั้งด้านดิจิทัล สังคม และสิ่งแวดล้อม ดำเนินการได้ง่ายขึ้น เนื่องจากมีต้นแบบการทำงานอยู่แล้ว

 

ปกรณ์กล่าวด้วยว่า เป้าหมายสำคัญในการปฏิรูปกฎหมายของไทย คือ การทำให้ระบบกฎหมายไทยไปสู่ระบบสากลมากขึ้น เพื่อเปลี่ยนจากระบบกฎหมายแบบเดิมที่ใช้การควบคุมผ่านการอนุมัติอนุญาต (Pre-audit) ซึ่งเน้นการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่และสร้างภาระให้ภาคเอกชน ไปสู่มาตรฐาน OECD ที่เน้นระบบการตรวจสอบภายหลัง (Post-audit) และการมีส่วนร่วมของประชาชน (Public Consultation)

 

โดยจะดำเนินการควบคู่ไปกับการปรับปรุง พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกฯ เพื่อเปลี่ยนจากการขอใบอนุญาตแยกส่วน เป็นการขอเพียงครั้งเดียวแต่ครอบคลุมหลายกิจกรรม (Super License) เช่น การเปิดร้านกาแฟหรือโรงแรม สามารถขออนุญาตครั้งเดียวและได้รับใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อลดขั้นตอนและต้นทุนทางธุรกิจ

 

รวมทั้งดำเนินการแก้ไขกฎหมายลำดับรอง โดยรัฐบาลเตรียมรับข้อเสนอจากคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ใน 7 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อระบุรายชื่อกฎหมายที่เป็นอุปสรรคและเสนอแก้ไขต่อ ครม. ทันที โดยไม่ต้องรอหน่วยงานเจ้าของกฎหมายเสนอ

 

“การเข้าสู่ OECD ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาติท่ามกลางความไม่แน่นอนที่สูงมาก หากเราไม่เปลี่ยนกฎหมายซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ เราก็จะไม่สามารถเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้” ปกรณ์กล่าว

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising