×

ฝ่ายค้านรับหลักฐานตรวจสอบ กกต. ละเว้นไต่สวนคดีโพยฮั้วเลือก สว. ส่งผลต่อความโปร่งใส

โดย THE STANDARD TEAM
09.06.2026
  • LOADING...
พริษฐ์ วัชรสินธุ รับมอบเอกสารหลักฐานจาก พ.ต.อ. มนัส นครศรี และ อัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล เพื่อตรวจสอบ กกต.

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) รับมอบหนังสือและพยานหลักฐานจาก พ.ต.อ. มนัส นครศรี ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำปี 2567 และ อัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในบัญชีรายชื่อสำรอง รวมถึงตัวแทนกลุ่มผู้สมัคร สว. สำรอง

 

เพื่อขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีมีข้อร้องเรียนเรื่องการฮั้วเลือกตั้ง สว. และข้อสังเกตเกี่ยวกับการปกปิดข้อมูลของบุคคลระดับสูงใน กกต.

 

พ.ต.อ. มนัสระบุถึงเหตุการณ์ในวันเลือก สว. ระดับประเทศ ว่า เมื่อเวลา 08.10 น. ตนได้รับรายงานและหลักฐานเป็นเอกสารโพยระบุช่องทางการฮั้วเลือกตั้งจากผู้สมัคร สว. หญิง จังหวัดสมุทรปราการ จากนั้นในเวลา 08.29 น. ตนได้นำข้อมูลดังกล่าวรายงานต่อ แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งในขณะนั้น เพื่อป้องกันการทุจริต แต่ได้รับคำตอบจากแสวงในลักษณะให้ปล่อยผ่านเหตุการณ์ดังกล่าว

 

ต่อมา เมื่อเริ่มกระบวนการเลือก สว. ในเวลา 09.00 น. พบว่าขั้นตอนการแบ่งสายเป็นไปตามเอกสารโพยที่มีการจัดเตรียมไว้โดยไม่มีการระงับเหตุแต่อย่างใด พ.ต.อ. มนัสระบุว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการปกปิดข้อมูลและเป็นปัจจัยที่ทำให้กระบวนการทุจริตสำเร็จ

 

นอกจากนี้ พ.ต.อ. มนัสระบุว่า มีพยานหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่แสดงให้เห็น ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้เก็บโพยผู้สมัคร ซึ่งขัดแย้งกับเอกสารข่าวประชาสัมพันธ์ของ กกต. เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 ที่ยืนยันว่าไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น

 

พร้อมกันนี้ ได้เปิดเผยถึงกระบวนการพิจารณาคดีว่า คณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ของ กกต. มีความเห็นว่ากรณีการกระทำผิดซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคคลกว่า 229 คน โดยเป็น สว. ปัจจุบัน 136 คนนั้นมีมูลความผิด แต่ต่อมา กกต. ได้ตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาสอบสวนเพิ่มเติม และมีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 ให้ยกคำร้องทั้งหมด พ.ต.อ. มนัสจึงตั้งข้อสังเกตถึงความสุจริตเที่ยงธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.

 

ด้านอัครวัฒน์กล่าวเสริมถึงความกังวลในเรื่องระยะเวลาการพิจารณาคดีที่อาจส่งผลให้คดีขาดอายุความ พร้อมระบุว่า กระบวนการยุติธรรมและการพิจารณาคดีที่มีเอกสารกว่า 80,000 หน้า ไม่ควรถูกตัดสินยกคำร้องอย่างรวดเร็ว และเรียกร้องให้ กกต. ปฏิบัติหน้าที่โดยปราศจากการแทรกแซงจากผู้มีอำนาจหรือกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมือง เพื่อนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

 

ขณะที่พริษฐ์กล่าวภายหลังรับมอบหลักฐานว่า ข้อมูลจากผู้ตรวจการการเลือกตั้งมีความหนักแน่น และฝ่ายค้านจะดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มข้น โดยได้ตั้งข้อสังเกต 4 ประการในกรณีที่ กกต. จะมีมติยกคำร้องคดีดังกล่าว ประกอบด้วย

 

ประการแรก กกต. ใช้มาตรฐานการพิจารณาคดีที่แตกต่างจากอดีตหรือไม่ เนื่องจากหลักฐานในสำนวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และคณะไต่สวนชุดที่ 26 มีความชัดเจนเทียบเท่ากับคดีก่อนหน้าที่ กกต. เคยมีมติส่งศาลวินิจฉัย

 

ประการที่สอง การตั้งคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 มีวัตถุประสงค์เพื่อยุติการตรวจสอบและล้างมลทินให้กลุ่มบุคคลกว่า 220 คนหรือไม่

 

ประการที่สาม มติดังกล่าวเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ เนื่องจากกรรมการการเลือกตั้ง 4 จาก 7 คน เข้าสู่ตำแหน่งผ่านการรับรองของ สว. ที่อยู่ในรายชื่อผู้ถูกตรวจสอบ

 

และประการที่สี่ มติดังกล่าวถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบคดีอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่

 

พริษฐ์ระบุถึงการดำเนินงานผ่านกลไกรัฐสภาว่า คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน ได้ทำหนังสือเชิญ กกต. มาชี้แจงโดยแจ้งล่วงหน้า 2 สัปดาห์ แต่ กกต. ขอเลื่อนการชี้แจง ต่อมาคณะกรรมาธิการฯ ได้มีมติใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คำสั่งเรียกเพื่อให้มาชี้แจง แต่ก็ได้รับการแจ้งขอเลื่อนอีกครั้ง การกระทำดังกล่าวทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงความพยายามหลีกหนีการตรวจสอบโดยสภา

 

พริษฐ์เสนอว่าหาก กกต. ต้องการยุติข้อครหา ควรมีมติเห็นชอบตามคณะไต่สวนและส่งเรื่องให้ศาลเป็นผู้พิจารณาตัดสินตามกระบวนการ ทั้งนี้ พรรคฝ่ายค้านจะนำประเด็นดังกล่าวเข้าหารือในคณะกรรมาธิการฯ เพื่อกำหนดแนวทางดำเนินการต่อไป รวมถึงใช้คณะกรรมการของฝ่ายค้านที่ตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจเพื่อตรวจสอบกรณีนี้อย่างต่อเนื่อง

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising