×

สงครามสมรส เมื่อรักหมดอายุก็ต้องสู้ด้วยกฎหมาย

25.03.2024
  • LOADING...
สงครามสมรส

HIGHLIGHTS

3 MIN READ
  • สงครามสมรส คือเรื่องราวชีวิตคู่ของบัว (แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ) และ เมศ (ชาคริต แย้มนาม) ที่ไม่ต่างจากคู่รักคู่อื่นที่รักกันมานานจนมองข้ามช่วงเวลาหวานๆ ที่เคยมีให้กัน ยิ่งผนวกกับการที่สามีต้องไปทำงานต่างจังหวัด ช่องว่างของทั้งสองคนก็กว้างขึ้นเรื่อยๆ จากคู่รักก็กลายเป็นแค่เพื่อนร่วมชายคา โดยคนหนึ่งเชื่อว่าความรักยังดีอยู่ แต่อีกคนบอกตัวเองตั้งนานแล้วว่าไปไม่รอด จนต้องไปมีคนอื่นที่เชื่อว่าจะทำให้ชีวิตเขาสมบูรณ์ขึ้นได้
  • ความน่าสนใจของสงครามสมรสคือการสอดแทรกเรื่องกฎหมายเข้ามาใส่ในเรื่องได้อย่างกลมกล่อมในสไตล์ Courtroom Drama นั่นแปลว่าเรื่องราวจะไม่ได้เล่าผ่านมุมมองของบัวเพียงคนเดียว แต่เมศและลินก็จะได้เล่าในมุมมองของตัวเองด้วย นอกจากนี้ยังใส่รายละเอียดหลายอย่างที่คนใช้ชีวิตคู่อาจลืมไป เช่น เรื่องของสินสมรส ฯลฯ

 

จะเรียกว่ามาก่อนกาลก็ว่าได้สำหรับนวนิยายเรื่อง คดีรักร้าง ของเวฬุวลี เจ้าของรางวัลนวนิยายดีเด่นจากโครงการช่องวันอ่านเอา ครั้งที่ 2 ที่ว่าด้วยการ ‘ฟ้องชู้’ ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2565 พอล่วงเข้าปี 2566 ก็มีคนดังในวงการบันเทิงจัดการฟ้องชู้ถึง 2 คดี ส่วนในปีนี้คดีรักร้างได้กลายเป็นละครในชื่อใหม่ สงครามสมรส ที่ไม่ใช่ละครตบตีแบบเมียน้อย-เมียหลวง แต่ฟาดกันด้วยกฎหมายในสไตล์ Courtroom Drama

 

สงครามสมรส คือเรื่องราวชีวิตคู่ของบัว (แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ) และ เมศ (ชาคริต แย้มนาม) ทั้งคู่แต่งงานมานาน 15 ปี และมีลูกชายร่างกายไม่แข็งแรงด้วยกัน 1 คน บัวต้องลาออกจากงานมาเป็นแม่บ้านและดูแลลูกชายเต็มตัว โดยที่เมศเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัว เขาทำงานในตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดอนาคตไกลในจังหวัดใกล้กรุงเทพฯ และจะกลับมาบ้านแค่ในช่วงวันหยุดเท่านั้น ถึงจะไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน บัวก็เชื่อใจและคิดว่าครอบครัวของเธอสมบูรณ์พร้อม 

 

 

แต่แล้ววันหนึ่งโลกของเธอก็พังทลาย เมื่อเดียร์ (แอน-อลิชา หิรัญพฤกษ์) เพื่อนสนิทบอกว่าสามีของเธอกำลังแต่งงานกับลิน (มายด์-ลภัสลัล จิรเวชสุนทรกุล) ลูกสาวผู้ทรงอิทธิพลในจังหวัดที่เมศทำงานอยู่ บัวมืดแปดด้านไม่รู้จะพึ่งใคร จนได้เจอกับวิน (ตรี-ภรภัทร ศรีขจรเดชา) ทนายความคุณพ่อลูกติด ที่แนะนำให้เธอ ‘ ฟ้องชู้’ นำไปสู่การสืบเสาะค้นหาหลักฐาน พยาน ลามไปถึงการฟ้องร้องสารพัดรูปแบบที่พร้อมขุดเรื่องราวความสัมพันธ์มาเชือดเฉือนเอาชนะกัน แต่สงครามครั้งนี้ใครจะแพ้หรือชนะต้องติดตาม 

 

สงครามสมรส เร่งเครื่องตั้งแต่ 2 อีพีแรกด้วยการพุ่งเข้าสู่ประเด็นความขัดแย้ง พร้อมเสิร์ฟฉากปวดใจ เมื่อบัวเข้าไปอาละวาดในงานแต่งงานของสามีกับหญิงอื่น ถือว่าเป็นตีหัวเข้าบ้านเหล่าแฟนละครสายแซ่บได้อยู่หมัด แต่ก็ไม่ลืมฉายภาพครอบครัวที่คนนอกมองเห็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งซึ่งเต็มไปด้วยปัญหาซ่อนอยู่ภายใน 

 

 

ชีวิตรักของบัวและเมศไม่ต่างจากคู่รักคู่อื่นที่รักกันมานานจนมองข้ามช่วงเวลาหวานๆ ที่เคยมีให้กัน ยิ่งผนวกกับการที่สามีต้องไปทำงานต่างจังหวัด ช่องว่างของทั้งสองคนก็กว้างขึ้นเรื่อยๆ จากคู่รักก็กลายเป็นแค่เพื่อนร่วมชายคา โดยคนหนึ่งเชื่อว่าความรักยังดีอยู่ แต่อีกคนบอกตัวเองตั้งนานแล้วว่าไปไม่รอด จนต้องไปมีคนอื่นที่เชื่อว่าจะทำให้ชีวิตเขาสมบูรณ์ขึ้นได้ 

 

ประเด็นคือนอกจากห่างเหินกันด้วยระยะทางแล้ว ความสัมพันธ์ทางกายก็ไม่ต่างกัน บัวและเมศไม่ได้มีเซ็กซ์กันมานานหลายปี ซึ่งตรงจุดนี้หลายคู่อาจคิดว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่เซ็กซ์คือการยืนยันความรักรูปแบบหนึ่ง อย่างน้อยก็ทำให้รู้สึกว่ายังเป็นที่ต้องการของใครสักคนอยู่ ซึ่งคาดว่าความบกพร่องในเรื่องนี้ของบัวอาจเป็นปมสำคัญที่ถูกหยิบขึ้นมาเป็นประเด็นในอีพีต่อๆ ไป

 

 

อีกจุดที่น่าสนใจคือเรื่องความภูมิใจบางอย่างที่ผู้หญิงต้องยอมสละเพื่อสร้างครอบครัว อย่างที่เนื้อหาของละครเล่าถึงอดีตของบัวว่าเธอเป็นผู้หญิงเก่ง ทำงานหนักจนลูกคลอดก่อนกำหนด และต้องยอมเสียสละมาดูแลลูก ร้างจากการทำงานเป็นสิบปี จนหลงลืมตัวตนคนเดิมไปแล้ว ดังนั้นเมื่อสามีจะตีจากนั่นหมายความว่าเธอไม่เหลืออะไรเลย

 

นอกจากนี้ สงครามสมรสยังฉายภาพชีวิตแต่งงานแบบไทยๆ หรือจะเรียกว่าทั้งเอเชียก็คงได้ คือการแต่งงานไม่ใช่เรื่องของคนสองคน แต่เป็นเรื่องของครอบครัว เช่น ความบาดหมางระหว่างบัวกับแม่สามี (ไปรมา รัชตะ) ทั้งประเด็นไม่ชอบขี้หน้าเมื่อรู้ว่าบัวไร้ญาติขาดมิตร พ่อแม่เสียชีวิตหมดแล้ว รวมทั้งการเลี้ยงดูลูกที่เหมือนการปะทะกันระหว่างความเชื่อแบบเก่ากับแบบใหม่ หรืออย่างชีวิตของเดียร์ที่แต่งงานเข้าไปเป็นสะใภ้จีน สถานะของเธอตกต่ำลงไปเรื่อยๆ เมื่อเธอไม่มีทายาทสืบสกุลให้กับตระกูล นำไปสู่การต้องยอมเป็นหมากในแผนทรยศหักหลังอันเจ็บปวด 

 

 

สิ่งที่เร้าอารมณ์คนดูได้ดีคือการวางคาแรกเตอร์ให้บัวมีความเป็นมวยรองในทุกๆ ด้านที่ต้องต่อกรกับผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้มีให้เห็นกันบ่อยๆ ในสังคมไทย จนเป็นไปได้ที่เส้นเรื่องจะไปคล้ายคลึงกับเหตุการณ์จริง ให้ทั้งในเวอร์ชันนิยายและละครต้องใช้เมืองสมมติชื่อวสันต์บุรี

 

ความน่าสนใจอีกอย่างคือการสอดแทรกเรื่องกฎหมายเข้ามาใส่ในเรื่องได้อย่างกลมกล่อม ไม่ยัดเยียดเกินไป (แต่ก็อาจมีบางฉากที่ดูแปลกๆ เช่น วินแรปหัวข้อกฎหมายให้บัวฟัง) และใส่รายละเอียดหลายอย่างที่คนใช้ชีวิตคู่อาจลืมไป เช่น เรื่องของสินสมรส รวมทั้งการใส่ความรู้สึกนึกคิดของคนที่กำลังจะเลิกรา อย่างเช่นบัวที่คิดว่าจะยังประคับประคองชีวิตคู่เอาไว้ได้ นำไปสู่การเลือกที่จะฟ้องชู้แทนการฟ้องหย่า

 

ด้วยความที่สงครามสมรสนำเสนอเรื่องผัวๆ เมียๆ ในสไตล์ Courtroom Drama นั่นแปลว่าเรื่องราวจะไม่ได้เล่าผ่านมุมมองของบัวเพียงคนเดียว แต่เมศและลินก็จะได้เล่าในมุมมองของตัวเองด้วย ซึ่งก็น่าจะช่วยให้ตัวละครลินดูมีมิติมากกว่าแค่เป็นคุณหนูเอาแต่ใจในฉากเปิดเรื่องเท่านั้น

 

 

สงครามสมรส เปิดตัวอีพีแรกด้วยเรตติ้ง 2.4 ซึ่งถือว่าดูดีทีเดียวสำหรับละครช่อง one31 นับเป็นละครผัวเมียรสชาติใหม่ หลังจากที่ละครไทยส่วนใหญ่ใช้ศาลเตี้ยตบตีกัน ก็ถึงเวลาที่จะได้ดูการต่อสู้กันในศาลจริงๆ เสียที สิ่งที่ต้องลุ้นกันต่อไปคือรายละเอียดปลีกย่อยในชั้นศาลที่ช่อง one31 จะทำออกมาถูกต้องตรงเป๊ะมากแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ 2 อีพีแรกออกมาแซ่บใช้ได้ และน่าจะมีอะไรให้ติดตามต่อไปยาวๆ

 


 

ข่าวเกี่ยวข้อง:

 

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising