วันนี้ (29 มีนาคม) รัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเข้าใจความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับการเข้าถึงน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงที่มีความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มสูงขึ้น จึงขอยืนยันว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการและติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดในหลายมาตรการสำคัญ เพื่อให้การกระจายน้ำมันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเพียงพอ
ในด้านการกระจายน้ำมัน รัฐบาลได้วางแผนเชิงรุก โดยเพิ่มการกระจายน้ำมันไปยังผู้ค้าส่ง (Jobber) ประมาณ 7 ล้านลิตรต่อวัน เพื่อกระจายภาระจากสถานีบริการ พร้อมกำชับให้ผู้ค้าน้ำมันสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้น และจัดเตรียมรถขนส่งน้ำมันสำรองในพื้นที่ที่มีความต้องการสูง รวมถึงจัดจุดบริการน้ำมันสำหรับรถโดยสารสาธารณะ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคม นอกจากนี้ ยังอำนวยความสะดวกในการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มเติม โดยปรับลดอัตราการสำรองน้ำมันจากร้อยละ 7 เหลือร้อยละ 1 เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการนำเข้า
ขณะเดียวกัน ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานการณ์น้ำมันในสถานีบริการทั่วประเทศแบบเรียลไทม์ ผ่านแอปพลิเคชัน Fuel-Now หรือเว็บไซต์https://fuel-now.doeb.go.th/ เพื่อวางแผนการเดินทางได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น
ในมิติการจัดหาพลังงาน รัฐบาลเร่งกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมันจากหลายภูมิภาคทั่วโลก เพื่อชดเชยความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยกระทรวงพลังงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ ใช้กลไกทางการทูตและการเจรจาเชิงรุก ประสานความร่วมมือกับประเทศผู้ผลิตน้ำมัน เช่น บราซิล อาเซอร์ไบจาน และไนจีเรีย ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสมร่วมกับโรงกลั่นในประเทศ
สำหรับปริมาณน้ำมันในระบบ กระทรวงพลังงานยืนยันตารางเรือขนส่งน้ำมันที่จะเข้าสู่น่านน้ำไทยอย่างต่อเนื่องจนถึงเดือนพฤษภาคม 2569 รวมกว่า 36 ล้านบาร์เรล โดยเฉพาะในเดือนเมษายน ซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะมีน้ำมันเข้าสู่ระบบมากกว่า 24 ล้านบาร์เรล และในเดือนพฤษภาคมอีกกว่า 8.96 ล้านบาร์เรล เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ
พร้อมกันนี้ รัฐบาลยังเดินหน้าปราบปรามการกักตุนน้ำมันอย่างเข้มงวด โดยเมื่อวันที่ 24-25 มีนาคมที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) บูรณาการร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน หน่วยงานฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ค้าน้ำมันทั้งรายใหญ่และรายย่อยในหลายจังหวัดทั่วประเทศ
ผลการตรวจสอบในพื้นที่จังหวัดสระบุรี พบจุดต้องสงสัย 3 จุด ลักลอบกักตุนและจำหน่ายน้ำมันดีเซลและเบนซินรวม 31,299 ลิตร โดยไม่มีใบอนุญาต และได้ดำเนินคดีตามกฎหมาย
นอกจากนี้ กรมสรรพสามิต ยังบูรณาการร่วมกับกองทัพเรือ เข้าตรวจสอบเรือต้องสงสัยในพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 27 มีนาคม พบการครอบครองน้ำมันดีเซลจำนวน 85,000 ลิตร โดยไม่สามารถแสดงที่มาได้ จึงดำเนินคดีตามกฎหมาย และมีการปรับรวมกว่า 3.85 ล้านบาท
รัชดา กล่าวย้ำว่า รัฐบาลเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนและภาคขนส่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์อย่างเต็มที่ โดยเร่งเพิ่มปริมาณน้ำมันเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สถานการณ์การขาดแคลนน้ำมันในสถานีบริการเริ่มคลี่คลาย พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย เพื่อไม่ให้เอาเปรียบประชาชนในช่วงวิกฤต


