×

คคบ. ไฟเขียวฟ้องแพ่ง 35 คดีปกป้องผู้บริโภค สั่งลุยคดีรถวอลโว่และบ้านน็อกดาวน์ พร้อมขับเคลื่อนนโยบาย สคบ. พลัส

โดย THE STANDARD TEAM
06.06.2026
  • LOADING...
ศุภมาส อิศรภักดี ประธานการประชุม คคบ. พิจารณาเรื่องร้องเรียนผู้บริโภค

วันนี้ (6 มิถุนายน) ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) ครั้งที่ 3/2569 ที่ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ร่วมกับ ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, รณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งสิ้น 18 ท่าน

 

ที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องร้องเรียนรวมทั้งสิ้น 48 เรื่อง โดยมีวาระสำคัญคือการมีมติดำเนินคดีแพ่งกับผู้ประกอบธุรกิจที่ละเมิดสิทธิ์ผู้บริโภคจำนวน 35 คดี ครอบคลุมกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การให้บริการ การซื้อขายสินค้าทั่วไป รวมถึงการค้าออนไลน์ ซึ่งข้อมูลทางสถิติระบุว่า กว่า 1 ใน 3 ของข้อร้องเรียนที่เข้าสู่ระบบของ สคบ. เป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายออนไลน์ สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มความเสี่ยงของผู้บริโภคในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

 

สำหรับคดีสำคัญที่สังคมให้ความสนใจและที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ดำเนินคดี ประกอบด้วย คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับ บริษัท สแกนดิเนเวียน ออโต้ จำกัด และบริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด กรณีผิดสัญญาซื้อขายรถยนต์ไฟฟ้า Volvo รุ่น EX30 เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของระบบแบตเตอรี่

 

และคดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับห้างหุ้นส่วนจำกัด สมเด็จโมเดิร์นโฮม และ จิรายุ บุษบารัตน์ หุ้นส่วนผู้จัดการ กรณีผิดสัญญาว่าจ้างก่อสร้างบ้านน็อกดาวน์เนื่องจากไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามกำหนด โดย คคบ. มีมติส่งฟ้องต่อศาลเพื่อบังคับให้ผู้ประกอบการคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยและชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้บริโภค โดยในส่วนของคดีบ้านน็อกดาวน์ ทางคณะกรรมการได้เสนอให้ศาลพิจารณาสั่งจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษ (Punitive Damages) เพิ่มเติมด้วย

 

ในการนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายและสั่งการให้ สคบ. ยกระดับการทำงานให้มีความรวดเร็ว เชิงรุก และเด็ดขาด ภายใต้กรอบการดำเนินงาน สคบ. พลัส 5 ด้าน

 

  1. การทำงานเชิงรุกเพื่อป้องกันความเสียหาย ผ่านระบบวิเคราะห์ข้อมูลความเสี่ยงของผู้บริโภค
  2. การยกระดับศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ สู่ระบบการให้บริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว
  3. การกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์และอีคอมเมิร์ซ โดยบูรณาการร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.), ETDA และสำนักงาน ปปง.
  4. การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้คัดกรองเรื่องร้องทุกข์และระบบแจ้งเตือนภัยเร่งด่วนอัตโนมัติ
  5. การเป็นองค์กรสีขาวที่มีความโปร่งใส โดยตั้งเป้าหมายผลคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) ในส่วนของการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกเต็ม 100 คะแนน

 

ศุภมาส เน้นย้ำว่า แนวทางการดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายหลักของรัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งเน้นการคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของประชาชน พร้อมทั้งฝากเตือนให้ผู้บริโภคเพิ่มความระมัดระวังในการตรวจสอบรายละเอียดข้อสัญญาและเงื่อนไขต่างๆ อย่างรอบคอบก่อนการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยเฉพาะการซื้อรถยนต์ การว่าจ้างสร้างที่อยู่อาศัย และการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ รวมถึงแนะนำให้จัดเก็บหลักฐานการซื้อขายไว้เป็นสำคัญ

 

ทั้งนี้ หากประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมสามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนได้ผ่านสายด่วน สคบ. 1166, แอปพลิเคชัน OCPB Connect หรือเว็บไซต์ ocpb.go.th

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising