โฆษกพรรคประชาชนยืนยันว่า พรรคจะเตรียมเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันพุธนี้ (1 เมษายน) เพื่อเสนอแนะมาตรการรับมือวิกฤตฝุ่น PM2.5 ที่กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัด 9 แห่ง เร่งประกาศเป็นเขตพื้นที่ภัยพิบัติเพื่อปลดล็อกงบประมาณฉุกเฉิน
ประเด็นสำคัญ
อย่างน้อย 9 จังหวัด ค่าฝุ่นพุ่งต่อเนื่อง 5 วัน เข้าเกณฑ์เขตภัยพิบัติ
ท่ามกลางสถานการณ์ค่าฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือที่พุ่งสูงกว่า 1,000 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร วันนี้ (30 มีนาคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่า ตามเกณฑ์ของรัฐกำหนดไว้ว่าหากปริมาณฝุ่น PM2.5 เกิน 125 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรเฉลี่ย 24 ชั่วโมงต่อเนื่อง 5 วัน พื้นที่นั้นสามารถประกาศเป็นเขตพื้นที่ภัยพิบัติได้
ซึ่งขณะนี้มีอย่างน้อย 9 จังหวัดที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ แม่ฮ่องสอน และตาก
ณัฐพงษ์เรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้อำนาจประกาศเขตภัยพิบัติโดยตรงเพื่อดึงทรัพยากรด้านงบประมาณและกำลังคนจากส่วนต่างๆ มาช่วยบรรเทาสถานการณ์ที่เกินกำลังของจังหวัด แทนการนิ่งเฉยหรือนำปัญหาไปซุกไว้ใต้พรม
สอดคล้องกับ ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส. เชียงใหม่ พรรคประชาชน อธิบายว่า เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเขตภัยพิบัติแล้ว จะต้องแจ้งไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อยกระดับจากภัยระดับ 2 ที่จังหวัดจัดการกันเอง ขึ้นเป็นภัยระดับ 3 การยกระดับนี้จะทำให้ อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้ามาเป็นผู้บัญชาการและสามารถสั่งการทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาจัดการตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชาติได้ทันที
ภัทรพงษ์ชี้ว่า มาตรการเชิงรุกที่สามารถทำได้ครอบคลุมตั้งแต่การจัดสรรงบประมาณ บุคลากร อุปกรณ์จัดการไฟป่า ไปจนถึงการจัดหาหน้ากากอนามัย N95 มุ้งลดฝุ่นให้กลุ่มเปราะบาง และการตั้งศูนย์อพยพที่เป็นห้องปลอดฝุ่นตลอด 24 ชั่วโมง นายภัทรพงษ์ระบุเพิ่มเติมว่า หากผู้ว่าราชการจังหวัดหลีกเลี่ยงการประกาศทั้งที่สถานการณ์เข้าเกณฑ์ อาจถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157
พุธนี้จ่อเสนอญัตติด่วนแก้ฝุ่นพิษ จี้เร่งรัด พ.ร.บ. อากาศสะอาด
ขณะที่ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน ที่ระบุผ่านโพสต์เฟซบุ๊กว่า การเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาในวันพุธนี้ (1 เมษายน) ได้รับการหารืออย่างไม่เป็นทางการกับวิปรัฐบาลและตัวแทนพรรคต่างๆ แล้ว ซึ่งทุกฝ่ายไม่ขัดข้องที่จะใช้พื้นที่สภาฯ เพื่อร่วมแก้ไขปัญหา
พริษฐ์คาดหวังให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 9 แห่งประกาศเขตภัยพิบัติตั้งแต่ก่อนถึงวันประชุมสภา เพื่อให้รัฐบาลนำงบประมาณฉุกเฉินมาใช้แก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งหวังให้ประธานสภาฯ เร่งประสานไปยังรัฐบาลรักษาการให้มาร่วมรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้แทนราษฎรตามข้อบังคับ
ท้ายที่สุด พริษฐ์ได้ระบุถึงความคาดหวังต่อ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่าจะใช้พื้นที่ในที่ประชุมสภาฯ เพื่อชี้แจงและตอบสนองต่อข้อเสนอแนะ นำเสนอความชัดเจนของมาตรการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแก่ประชาชน
รวมถึงให้คำมั่นสัญญาว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะมีมติให้ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด ซึ่งผ่านสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้วและค้างอยู่ในการพิจารณาของวุฒิสภาก่อนการยุบสภา สามารถดำเนินการต่อไปได้โดยไม่ต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่ เพื่อยืนยันว่ารัฐบาลเห็นความสำคัญในการรับประกันสิทธิการเข้าถึงอากาศสะอาดของประชาชน


