ท่ามกลางความตึงเครียดของสงครามระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านที่มีแนวโน้มขยายวง จากการปะทะทางอากาศแบบจำกัดไปสู่ความขัดแย้งที่อาจยืดเยื้อ และอาจดึงภูมิภาคตะวันออกกลาง ตลอดจนเศรษฐกิจพลังงานและเส้นทางเดินเรือของโลกเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น สถานการณ์ดังกล่าวได้ส่งแรงกระเพื่อมไปยังตลาดพลังงานโลก ทำให้ราคาน้ำมันผันผวนและถูกจับตาอย่างใกล้ชิด
ในประเทศไทย ความตึงเครียดดังกล่าวเริ่มสะท้อนผ่านความกังวลของประชาชนในบางพื้นที่ โดยมีภาพประชาชนจำนวนหนึ่งหอบแกลลอนและภาชนะสำหรับบรรจุน้ำมันมาต่อแถวรอซื้อน้ำมันภายในสถานีบริการน้ำมัน ขณะที่สถานีบริการบางแห่งเริ่มใช้มาตรการจำกัดการจำหน่ายน้ำมัน เพื่อป้องกันการกักตุน
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่า สถานการณ์น้ำมันของไทยยังคงมีเสถียรภาพ โดยผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ ได้แก่ ไทยออยล์ บางจาก เชลล์ และ SPRC (คาลเท็กซ์) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่นำเข้าน้ำมันดิบ ได้ยืนยันกับรัฐบาลว่ายังไม่มีปัญหาหรือสัญญาณใดที่จะทำให้ประเทศไทยเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีระบุว่า สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางถือเป็นภาวะวิกฤตที่ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ จึงอยากให้ประชาชนผู้ใช้น้ำมันในประเทศตระหนักถึงการใช้พลังงานอย่างประหยัด ทั้งการประหยัดน้ำมัน ประหยัดเชื้อเพลิง และประหยัดพลังงานโดยรวม
แม้จะยังไม่มีสัญญาณการขาดแคลน แต่การสร้างความตระหนักรู้เรื่องการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศได้มากขึ้น โดยยิ่งประชาชนช่วยกันประหยัดมากเท่าใด ปริมาณสำรองน้ำมันของประเทศก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น
ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 60 วัน เป็นราว 90 วัน และมีแนวโน้มขยับเข้าใกล้ 100 วัน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการการส่งออกน้ำมันไปยังประเทศที่สามที่ลดลงในช่วงนี้ ซึ่งทุกการประหยัดพลังงานของประชาชนจะช่วยเพิ่มจำนวนวันสำรองของประเทศให้มากขึ้น
นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า หากเปรียบเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคอาเซียน ไทยถือเป็นประเทศที่มีปริมาณสำรองน้ำมันมากที่สุด แม้บางประเทศอย่างญี่ปุ่นจะมีการสำรองน้ำมันมากกว่า 200 วัน แต่ก็ต้องพิจารณาควบคู่กับขนาดเศรษฐกิจ ระบบโลจิสติกส์ และโครงสร้างพลังงานของแต่ละประเทศด้วย
ขณะเดียวกัน ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศสถานีบริการน้ำมันหลายจุดในจังหวัดนนทบุรี พบว่า สถานีบริการส่วนใหญ่เริ่มใช้มาตรการเข้มงวด โดยห้ามเติมน้ำมันใส่ภาชนะหรือแกลลอน เพื่อลดความเสี่ยงต่อการกักตุน โดยน้ำมันดีเซลจำกัดให้เติม 500 บาทต่อคัน ขณะที่น้ำมัน G91 และ E20 หมด อยู่ระหว่างการขนส่ง ขณะที่ปั๊มขนาดเล็กบางแห่งปิดให้บริการมาแล้ว 3 วัน
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันยังสะท้อนความกังวลว่า ไม่เชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม หากมีเหตุจำเป็นจริง เช่น วัดที่ต้องใช้น้ำมันใส่ภาชนะ สามารถชี้แจงเหตุผลต่อเจ้าหน้าที่ได้ แต่จะมีการจำกัดปริมาณให้เท่าที่จำเป็น เพื่อป้องกันการกักตุนและรักษาสมดุลการกระจายน้ำมันในพื้นที่
กระนั้น แม้รัฐบาลจะยืนยันว่า ประเทศไทยยังไม่มีสัญญาณของการขาดแคลนน้ำมัน และปริมาณสำรองยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค แต่ภาพประชาชนบางส่วนที่นำแกลลอนหรือภาชนะไปต่อแถวซื้อน้ำมันตามสถานีบริการ กลับสะท้อนความกังวลและความไม่มั่นใจอย่างมาต่อสถานการณ์พลังงานในเวลานี้
ดังนั้นเหตุการณ์ลักษณะนี้จึงกลายเป็นบททดสอบสำคัญของการสื่อสารภาครัฐ ทั้งในเรื่องการให้ข้อมูลที่ชัดเจน โปร่งใส และทันต่อสถานการณ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าระบบพลังงานของประเทศยังมีเสถียรภาพเพียงพอ
แม้ภาพการกักตุนจะเกิดขึ้นเพียงบางพื้นที่และยังไม่ใช่สถานการณ์ในวงกว้าง แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า ในโลกที่เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นห่างไกลหลายพันกิโลเมตร สามารถส่งแรงกระเพื่อมมาถึงพฤติกรรมของผู้คนในชีวิตประจำวันได้อย่างรวดเร็ว และทำให้ความมั่นคงทางพลังงาน กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวของสังคมมากขึ้นกว่าเดิม
















