คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 แสดงความกังวลต่อสถานการณ์การดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณชน (SLAPPs) หรือ ‘การฟ้องปิดปาก’ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในประเทศไทย พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งผลักดันกฎหมาย Anti-SLAPP เพื่อคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ประชาชน และสื่อมวลชน
กสม. ระบุว่า ปัจจุบันมีหลายกรณีที่เข้าข่ายการฟ้องปิดปาก โดยเฉพาะกรณีล่าสุดที่อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานยื่นฟ้องบรรณาธิการบริหารและบรรณาธิการข่าวของสำนักข่าว The Isaan Record ในข้อหาหมิ่นประมาท พร้อมเรียกค่าเสียหายรวมกว่า 51 ล้านบาท จากการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรียกรับสินบนในการส่งแรงงานไทยไปเก็บผลไม้ป่าในประเทศฟินแลนด์ แม้ภายหลังจะถอนฟ้องบรรณาธิการบริหาร แต่ยังคงดำเนินคดีกับบรรณาธิการข่าว
นอกจากนี้ ยังมีกรณีอดีตนายตำรวจแจ้งความดำเนินคดีกับกรรมการฝ่ายจัดการศึกษาของสหภาพคนทำงานต่างประเทศแห่งประเทศไทย และผู้เสียหายจากการถูกหลอกไปทำงานเก็บผลไม้ป่าในต่างประเทศ โดยเลือกดำเนินคดีในพื้นที่ห่างไกล สร้างภาระด้านค่าใช้จ่ายและการเดินทาง
กสม. เห็นว่า ลักษณะของคดีดังกล่าวไม่ได้มุ่งหวังผลทางคดีเป็นหลัก แต่เป็นการสร้างภาระด้านเวลา ค่าใช้จ่าย และแรงกดดันทางจิตใจ เพื่อให้ผู้ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลหรือแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะยุติบทบาทของตน ซึ่งถือเป็นการบั่นทอนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ และพันธกรณีระหว่างประเทศ เช่น กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR)
แถลงการณ์ยังระบุว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและบุคคลสาธารณะควรเปิดรับการตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะ เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อสังคม
ท้ายที่สุด กสม. เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติ Anti-SLAPP เพื่อป้องกันการฟ้องร้องโดยไม่สุจริต และสร้างหลักประกันว่าผู้ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตหรือแสดงความคิดเห็นเพื่อสาธารณะจะได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม อันจะนำไปสู่สังคมประชาธิปไตยที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรมในระยะยาว


