รถบรรทุกที่ขนส่งช็อกโกแลตแบรนด์ KitKat จำนวนมหาศาลได้ถูกขโมยหายไป โดย Nestle ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมอาหารระดับโลกจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์และเป็นบริษัทแม่ของแบรนด์ ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันเหตุการณ์ดังกล่าวกับสำนักข่าว AFP เมื่อวันเสาร์ (28 มี.ค.) ที่ผ่านมา
สินค้าที่สูญหายไปในเหตุการณ์โจรกรรมครั้งนี้คือช็อกโกแลตเวเฟอร์เคลือบช็อกโกแลตคอลเล็กชันใหม่จำนวนมากถึง 413,793 ชิ้น ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วคิดเป็นน้ำหนักรวมสูงถึงประมาณ 12 ตัน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงสัปดาห์ที่แล้ว
รายงานระบุรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเส้นทางว่า รถบรรทุกคันที่เกิดเหตุได้เริ่มต้นเดินทางออกจากโรงงานผลิตซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตอนกลางของประเทศอิตาลีเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ โดยมีเป้าหมายปลายทางสุดท้ายอยู่ที่ประเทศโปแลนด์ และตลอดเส้นทางการเดินรถได้มีแผนที่จะแวะกระจายช็อกโกแลตเหล่านี้ให้กับประเทศต่างๆ ที่ตั้งอยู่ตามรายทางทั่วภูมิภาคยุโรปอีกด้วย
จนถึงขณะนี้ทาง Nestle ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเวอแว ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ยังไม่ได้ออกมาระบุพิกัดที่แน่ชัดว่ารถบรรทุกขนส่งสินค้าสูญหายไปในบริเวณใดของยุโรป บริษัทระบุในแถลงการณ์เพียงแค่ว่าทั้งตัวยานพาหนะรวมถึงช็อกโกแลตคอลเล็กชันใหม่ทั้งหมดนั้นยังคงหายสาบสูญโดยที่ไม่มีใครพบเห็นหรือทราบเบาะแสใดๆ เลยในตอนนี้
โฆษกของแบรนด์ KitKat ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้แบบมีอารมณ์ขัน โดยอ้างอิงถึงประโยคสโลแกนยอดฮิตอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ทุกคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี
“เรามักจะสนับสนุนให้ผู้คนคิดจะพักคิดถึง KitKat อยู่เสมอ แต่ดูเหมือนว่าบรรดาหัวขโมยกลุ่มนี้จะตีความข้อความรณรงค์ของเราตรงตัวเกินไปหน่อย พวกเขาเลยตัดสินใจขอพักเบรกด้วยการฉกช็อกโกแลตของเราไปมากกว่า 12 ตันเสียเลย”
โฆษกกล่าวเสริมในแถลงการณ์อีกว่า “แม้ว่าเราจะแอบชื่นชมในรสนิยมอันยอดเยี่ยมของบรรดาอาชญากรกลุ่มนี้ แต่ความจริงก็คือการขโมยสินค้าทางบกกำลังเป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นสำหรับธุรกิจทุกขนาด” บริษัทเปิดเผยว่าด้วยรูปแบบการก่ออาชญากรรมที่มีความซับซ้อนและแยบยลมากขึ้นเรื่อยๆ ทางแบรนด์จึงตัดสินใจที่จะนำประสบการณ์ที่พบเจอมาเปิดเผยต่อสาธารณชน
“เรามีความหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การออกมาเปิดเผยเรื่องราวในครั้งนี้จะช่วยสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการก่ออาชญากรรมที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงและพบเห็นได้บ่อยขึ้นเรื่อยๆ” ตัวแทนของแบรนด์ระบุอย่างชัดเจน
ในเบื้องต้นบริษัทได้ออกมาเตือนว่าการโจรกรรมครั้งนี้อาจนำไปสู่ปัญหา ‘สินค้าขาดตลาด’ บนชั้นวางจำหน่ายชั่วคราว ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคต้องพบกับความลำบากในการหาซื้อช็อกโกแลตแสนโปรดของพวกเขา
KitKat ได้ออกมาเตือนว่าช็อกโกแลตที่ถูกขโมยไปอาจถูกนำไปวางจำหน่ายตาม ‘ช่องทางขายอย่างไม่เป็นทางการ’ ทั่วทั้งตลาดในภูมิภาคยุโรปได้
อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีดังกล่าวขึ้น สินค้าทั้งหมดสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ผ่านการสแกนรหัสชุดการผลิตที่ไม่ซ้ำกันซึ่งระบุอยู่บนช็อกโกแลตแต่ละแท่ง เพื่อให้ผู้บริโภค ร้านค้าปลีก และผู้ค้าส่งสามารถตรวจสอบได้
หากสแกนแล้วพบว่าข้อมูลตรงกับสินค้าล็อตที่ถูกขโมยมา ผู้ที่ทำการสแกนจะได้รับคำแนะนำที่ชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการแจ้งเบาะแสกลับมายังบริษัท จากนั้นทางบริษัทก็จะนำหลักฐานไปดำเนินการตามความเหมาะสมต่อไป
ทั้งนี้หลังจากที่ได้รับการแจ้งเตือนแล้ว ทางแบรนด์ KitKat ก็จะทำการรวบรวมข้อมูลและแบ่งปันหลักฐานทั้งหมดที่ได้ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสมต่อไป เพื่อใช้เป็นเบาะแสสำคัญในการติดตามตัวคนร้าย
ทางบริษัทได้ให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประสานงานกับบรรดาพันธมิตรในห่วงโซ่อุปทานเพื่อเร่งคลี่คลายคดีโจรกรรมครั้งใหญ่นี้
ภาพ : Pavlovska Yevhenii / Shutterstock
อ้างอิง:
- https://uk.finance.yahoo.com/news/sweet-heist-nestle-says-12-102656323.html
- https://www.foxbusiness.com/lifestyle/thieves-steal-12-tons-kitkat-bars-from-truck-europe
- https://apnews.com/article/nestle-switzerland-candy-bar-stolen-kitkat-51073cce27a0e193651aa7f31aaa506e

