สภาพัฒน์เปิด 2 ฉากทัศน์สถานการณ์ในตะวันออกกลาง คาดฉุดประมาณการ GDP ไทยปี 2569 โต 1.3-1.6% จากประมาณการปัจจุบันที่ 2% โดยอัตรา 1.3-1.6% ถือเป็นอัตราเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ต่ำสุดในรอบราว 6 ปี
วันนี้ (2 มีนาคม) ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์กล่าวว่า จากกรณีสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ได้มีการประเมินฉากทัศน์ (Scenario) จากราคาน้ำมันออกเป็น 4 กรณีหลัก แต่มีเพียง 2 ฉากทัศน์ที่เป็นไปได้มากที่สุด ดังนี้
ฉากทัศน์ที่สงครามจบเร็ว ภายใน 1 เดือน ตามที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีโดนัลด์เคยกล่าวไว้ ทำให้การส่งผ่านน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีผลกระทบระยะสั้น ทำให้ราคาน้ำมันจะอยู่ระดับ 95-105 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยภายใต้ฉากทัศน์นี้ สภาพัฒน์คาดว่า GDP ไทยอาจจะเติบโตประมาณ 1.6% ในปี 2569 จากประมาณการปัจจุบันที่ 2% (ค่ากลาง)
ฉากทัศน์ที่สงครามมีความยืดเยื้อ ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด จนกระทบระบบขนส่งอย่างหนัก ทำให้ห่วงโซ่อุปทานโลกได้รับผลกระทบไปด้วย จนทำให้ราคาน้ำมันพุ่งไปที่ 115-125 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ภายใต้ฉากทัศน์นี้ สภาพัฒน์คาดว่า GDP ไทยจะอาจเติบโตลดลงเหลือเพียง 1.3% จากประมาณการปัจจุบันที่ 2% (ค่ากลาง)
ทั้งนี้ หากการเติบโตของ GDP ไทยปีนี้อยู่ 1.3-1.6% สะท้อนว่า เศรษฐกิจไทยจะโตต่ำสุดในรอบราว 6 ปี
“ประมาณการนี้ ผมคำนวน (Run) แค่ปัจจัย (Factor) ราคาน้ำมัน เนื่องจากปัจจัยอื่นๆ เยอะไปหมด รันมากกว่านี้ไม่ได้ เพราะเดี๋ยวออกมาไม่ทัน เลยรันเฉพาะราคาน้ำมัน” ดนุชากล่าว
สำหรับแนวโน้มของเงินเฟ้อ ดนุชามองว่า น่าจะปรับสูงขึ้น ตามราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น จะไม่เพิ่มขึ้นเยอะมากนัก เนื่องจากภาครัฐมีกลไกในการดูแลราคา เช่น กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง คอยรองรับอยู่แล้ว
ภาพ: Allexxandar / Shitterstock

