NBA ไฟนอลส์ 2026 จะเปิดฉากเกมแรกขึ้นในวันพฤหัสบดีนี้ ที่ 4 มิถุนายนนี้แล้ว โดยในปีนี้ หลายคนคงทราบแล้วว่า เป็นการเจอกันของ นิวยอร์ก นิกส์ แชมป์สายตะวันออก กับ ซานอันโตนิโอ สเปอร์ส แชมป์สายตะวันตก
โดยเกมนี้นับเป็นการโคจรมาพบกันอีกครั้งในรอบ 27 ปี ของ นิกส์ กับ สเปอร์ส ในรอบชิงแชมป์ NBA ด้วย ซึ่งในครั้งนั้น ก็นับเป็นครั้งสุดท้ายที่ สเปอร์ส ได้เข้าชิงฯ ด้วย
การรีแมตช์อีกครั้งในรอบ 27 ปี นับตั้งแต่ NBA ไฟนอลส์ 1999 จะเปิดโอกาสให้ นิกส์ ได้ล้างตาจากรอบชิงฯ เมื่อ 27 ปีก่อน ซึ่งในครั้งนั้น สเปอร์ส ปิดซีรีส์ เอาชนะไปได้ใน 5 เกม และคว้าแชมป์สมัยแรกของทีมได้สำเร็จภายใต้ ‘โค้ชป๊อป’ เกร็ก โพโพวิช และนับเป็นการเริ่มต้น ไดนาสตี อย่างเป็นทางการของพวกเขาด้วย
ในหนนี้ นิกส์ กับ สเปอร์ส มาในรูปโฉมใหม่ โดย นิกส์ นับเป็นทีมที่น่าสนใจ และป้วนเปี้ยนในรอบเพลย์ออฟมาสักพักแล้ว แต่มาไม่ถึงสักที
แต่การมาของ ไมค์ บราวน์ ที่เข้ามาทำหน้าที่แทนโค้ชทอม ธิโบโด เป็นฤดูกาลแรก ก็สร้างความแตกต่างให้กับทีมได้อย่างรวดเร็ว และพาทีมเข้าชิงด้วยฟอร์มสุดหรู
นิกส์ ทำสถิติในฤดูกาลปกติ ด้วยการชนะ 53 แพ้ 29 จบฤดูกาลเป็นอันดับ 3 ของสายตะวันออก ซึ่งในตอนนั้น ยังมีคนไม่มากนักคิดว่าพวกเขาจะเข้าสู่รอบชิงฯ ได้สำเร็จ
นิกส์ ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในรอบเพลย์ออฟ โดยชนะ แอตแลนตา ฮอว์กส์ 4-2 เกม ก่อนจะกวาดซีรีส์ เหนือ ฟิลาเดลเฟีย เซเวนตีซิกเซอร์ส 4-2 และกวาดซีรีส์เหนือ คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส ในรอบชิงแชมป์สาย ทำให้พวกเขาเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ NBA ด้วยสถิติชนะรวด 11 นัดหลังสุด
ทีมชุดนี้นำทัพโดย จาเลน บรันสัน การ์ดระดับ All-Star และทีม All-NBA ชุดที่สอง โดยมี คาร์ล แอนโธนี ทาวน์ เซ็นเตอร์ระดับ All-Star คอยคุมเกมใต้แป้น พร้อมด้วยผู้เล่นอย่าง โอจี อานูโนบี, มิคาล บริดเจส และ จอช ฮาร์ท ในทีม
เมื่อมาถึงจุดนี้ เป้าหมายของนิกส์ คือมีเพียงอย่างเดียว นั่นคือการคว้าแชมป์สมัยที่ 3 มาครองให้จงได้ และหากพวกเขาทำได้ จะเป็นการยุติการรอคอยแชมป์ที่ยาวนานถึง 53 ปี ลงได้สำเร็จ
ข้ามฝั่งไปที่แชมป์สายตะวันตกอย่าง ซานอันโตนิโอ สเปอร์ส พวกเขาก็นับว่าเข้าชิงฯ ได้อย่างเหนือความคาดหมายพอสมควรเมื่อนับจากวันที่เปิดฤดูกาล
สเปอร์ส ในฤดูกาลนี้ เป็นฤดูกาลแรกที่โค้ช มิตช์ จอห์นสัน ได้เข้ามาคุมทีมแบบเต็มตัว หลังเข้ามาแทนโค้ชป๊อป ที่มีอาการป่วยเมื่อฤดูกาลก่อน
นั่นอาจจะนับได้ว่า นี่เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 30 ปี ที่สเปอร์ส ไม่ได้มีโค้ชที่ชื่อว่า เกร็ก โพโพวิช ซึ่งนับได้ว่า ยอดทีมจากเท็กซัสทีมนี้ เข้าสู่ยุคสมัยใหม่แบบเต็มตัว
ภายใต้โค้ช มิตช์ จอห์นสัน สเปอร์ส กลายเป็นทีมที่ยอดเยี่ยม พวกเขาทำสถิติชนะ 62 แพ้ 20 จบฤดูกาลปกติด้วยการเป็นอันดับ 2 ของสายตะวันตก
ในรอบเพลย์ออฟ เส้นทางของสเปอร์ส ไม่ได้ง่ายเหมือน นิกส์ พวกเขาเริ่มจากเอาชนะ พอร์ตแลนด์ เทรล เบลเซอร์ส 4-1 เกม ก่อนเอาชนะ มินเนโซตา ทิมเบอร์วูล์ฟส์ 4-2 เกม และในรอบชิงแชมป์สายตะวันตก เอาชนะ โอเคซี ธันเดอร์ 4-3 เกมแบบสุดมันส์
สเปอร์ส ชุดนี้นำทีมโดย วิคเตอร์ เวมบันยามา ผู้ชนะรางวัลผู้เล่นเกมรับยอดเยี่ยมแห่งปี (DPOY) แบบคะแนนเป็นเอกฉันท์ โดยมี ดีแอรอน ฟ็อกซ์ การ์ดประสบการณ์ระดับ All-Star คอยประคองทีม นอกจากนี้ยังมี ดีแลน ฮาร์เปอร์ และ สเตฟอน คาสเซิล สองดาวรุ่งตัวเก่ง รวมไปถึง เคลดอน จอห์นสัน เจ้าของรางวัลตัวสำรองยอดเยี่ยมในทีมด้วย
สเปอร์ส ชุดนี้เป็นทีมที่มีอายุน้อยที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ที่เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ NBA ด้วยอายุเฉลี่ยเพียงแค่ 25.06 ปีเท่านั้น นับได้ว่าเป็นทีมห้าวเป้ง ที่กระหายแชมป์อย่างเห็นได้ชัด
การมาชิงกันของทั้งคู่ คือการรีแมตช์รอบชิงฯ เมื่อปี 1999 อย่างที่ได้เรียนไปแล้วในตอนต้น โดยในตอนนั้น สเปอร์ส นำทัพโดย ทิม ดันแคน และเดวิด โรบินสัน ขณะที่ นิกส์ มี ลาเทรล สปรีเวล กับ อัลเลน ฮิวสตัน คอยนำทัพ
ความน่าสนใจอย่างหนึ่งในตอนนั้น คือ ดันแคน เพิ่งเข้า NBA ได้แค่ 2 ปี แต่กลับโชว์ฟอร์มระดับปีศาจ ทำสกอร์มากสุดให้สเปอร์ส ทั้ง 4 เกม ที่พวกเขาชนะ 4-1 ในซีรีส์ ที่ 33 คะแนน, 25 คะแนน, 28 คะแนน และ 31 คะแนน
ตรงกันข้ามกับ สปรีเวลล์ ที่เมื่อทำคะแนนมากสุดให้นิกส์ แม้จะทำได้ 19 คะแนน, 26 คะแนน (2 เกม) และ 35 คะแนน กลายเป็นนิกส์แพ้ในทุกเกมที่เขาทำคะแนนมากที่สุดให้ทีมในซีรีส์นั้น
ภาพในตอนนั้น จึงอาจจะทับซ้อนกับปัจจุบัน ที่ วิคเตอร์ เวมบันยามา เป็นหัวใจของทีมเหมือนตอนที่ ทิม ดันแคน เป็นกับทีมในยุคปี 1999
จากสถิติที่ผ่านมา 23 จาก 26 แชมป์ล่าสุด มีเกมรับติด Top 10 ในช่วงฤดูกาลปกติ และนี่จะเป็นอีกครั้ง ที่แชมป์ NBA จะมีทีมรับติดอันดับท็อป 10 แน่นอน เนื่องจาก นิกส์ คือทีมรับอันดับ 5 และ สเปอร์ส คือทีมรับอันดับ 8
นอกจากนี้ สถิติที่แชมป์ NBA จะไม่ซ้ำหน้า จะถูกยืดออกไปเป็น 8 ปี แน่นอนแล้ว หลัง โอเคซี พลาดท่าต่อสเปอร์ส ในรอบชิงแชมป์สายตะวันตก ทำให้ในปีนี้ ไม่ว่า สเปอร์ส
สำหรับเกร็ดที่น่าสนใจ คือการที่ เจเรมรี โซแฮน ฟอร์เวิร์ดชาวโปแลนด์ จะได้รับแหวนแชมป์แน่นอนไม่ว่าทีมใดจะชนะในซีรีส์นี้ เนื่องจากเขาลงเล่นให้กับทั้งสเปอร์ส และย้ายมานิกส์ ในช่วงกลางฤดูกาล
ขณะที่ในปีนี้ จะเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 2009 ที่จะมีการวาดโลโก้ถ้วยแชมป์ NBA อย่าง ลาร์รี โอ ไบรอัน โทรฟี่ ลงบนพื้นสนามแข่ง และมีการใส่คำว่า “NBA Finals” กลับมาในสนามเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2014
และที่พิเศษอีกอย่าง คือบนเสื้อแข่งของทั้งสองทีมจะมีตรา “USA 250” เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปีของการก่อตั้งสหรัฐอเมริกาติดไว้ด้วย
โดยเกมชิงชนะเลิศ ศึก NBA ไฟนอนส์ 2026 แฟนๆ ชาวไทย จะรับชมได้ทาง NBA on Prime เริ่มเกมแรก เช้าวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายนนี้ เวลา 07.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
ภาพ: Ethan Miller, Todd Warshaw / Getty Images
อ้างอิง
- https://www.theringer.com/2026/04/15/nba/nba-title-prediction-2026-championship-history
- https://www.northjersey.com/story/sports/nba/knicks/2026/05/30/knicks-vs-spurs-2026-nba-finals-prediction/90292744007/
- https://www.nba.com/news/starting-5-june-1-2026
- https://www.espn.com/nba/stats/_/view/team/season/2026/seasontype/2


