อย่างที่ทุกคนทราบกัน “แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ” เปรียบเสมือนพิมพ์เขียวสำคัญที่ถูกใช้ในการกำหนดทิศทางและแนวทางในการพัฒนาประเทศไทย ภายใต้การดูแลและรับผิดชอบในการยกร่างโดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช. หรือ สภาพัฒน์)
แผนพัฒนาฯ แต่ละฉบับนั้นจะมีกรอบระยะเวลาในการใช้งาน 5 ปี ซึ่งฉบับปัจจุบันของประเทศไทยที่ใช้งานอยู่ในขณะนี้คือฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570)
นั่นหมายความว่า อีกเพียงไม่ถึง 2 ปีต่อจากนี้ ประเทศไทยกำลังจะก้าวสู่ยุคของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575) ซึ่งตั้งแต่ปี 2568 ที่ผ่านมา ทางสภาพัฒน์ได้เริ่มกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 มาอย่างต่อเนื่อง
แต่ก่อนที่จะมองข้ามช็อตไปถึงช่วงเวลาที่แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 แล้วเสร็จ THE STANDARD อยากชวนผู้อ่านในฐานะพลเมืองไทยมาทำความรู้จัก และเข้าใจถึงความสำคัญของแผนพัฒนาฯ อีกครั้งว่า เพราะเหตุใด เราจึงควรเข้าไปมีส่วนร่วมในการร่วมออกแบบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 นี้?

ย้อนสู่จุดเริ่มต้น ทำไมแผนพัฒนาฯ ถึงสำคัญต่อประเทศไทยและคุณภาพความเป็นอยู่ของเรา?
ย้อนกลับไปในปี 2504 หรือราว 65 ปีที่แล้วพอดีเป๊ะ นั่นคือครั้งแรกอย่างเป็นทางการที่แผนพัฒนาฯ ฉบับแรกได้ฤกษ์เดบิวต์อย่างเป็นทางการ
โดยธนาคารโลกหรือ WorldBank ได้ส่งคณะผู้เชี่ยวชาญมาร่วมสำรวจเศรษฐกิจของประเทศ และจัดทำรายงาน “โครงการพัฒนาการของรัฐสำหรับประเทศไทย (A Public Development Program for Thailand)” และเสนอให้จัดตั้งหน่วยงานเพื่อวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ นั่นคือ สภาพัฒน์ในปัจจุบัน
และในที่สุดแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 1 ก็ถูกนำมาใช้เป็นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย ในช่วงปี 2504 ภายใต้การบริหารประเทศโดยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์
แล้วแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 1 ที่ว่านี้สำคัญอย่างไร?
ว่ากันตามตรง แผนพัฒนาฯ ฉบับแรกของประเทศไทยนี้เปรียบเสมือนการ Set Up โครงสร้างขั้นพื้นฐานของประเทศไทยให้เป็นไปในแนวทางที่ควรจะเป็น
เริ่มตั้งแต่ การวางรากฐานพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐานด้านเศรษฐกิจ, การคมนาคมขนส่ง, การโทรคมนาคมสื่อสาร, การก่อสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าถ่านลิกไนต์ที่กระบี่, การส่งเสริมการศึกษาโดยจัดตั้งมหาวิทยาลัยในภูมิภาค, การก่อสร้างถนนหลวงในหลายเส้นทาง ตลอดจนการพัฒนาเกษตรกรรมในหลายมิติ ทั้งการนำเครื่องจักรและวัตถุดิบเข้ามาช่วยยกระดับประสิทธิภาพการผลิต เรื่อยไปจนการหันไปเน้นพืชไร่อื่น ๆ มากขึ้น เพื่อเพิ่มความหลากหลายในด้านผลผลิต
ผลลัพธ์ที่จับต้องได้เชิงรูปธรรมคือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 10 ต่อปี ถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า นอกจากนี้ยังรวมถึงการส่งเสริมและผลักดันให้ภาคเอกชนลงทุน จนเกิดกลายเป็นอุตสาหกรรมธุรกิจใหม่ ๆ ตามมา
และอาจกล่าวได้ว่า ผลพวงจากแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 1 นี้เองที่ทำให้ภาพของแนวคิด “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีงานทำ” ของประเทศไทยเกิดขึ้นสำเร็จ จับต้องได้จริง เพราะโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยได้ถูกพัฒนารุดหน้าอย่างรวดเร็ว
ไม่เพียงเท่านั้น แผนพัฒนาฯ ยังทำหน้าที่เป็นเหมือนตัวตั้งต้นสำคัญที่จะมีส่วนในการบริหารและจัดสรรงบประมาณของประเทศ เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณสอดคล้องกับเป้าหมายและแนวทางที่แผนพัฒนาฯ จะมุ่งไป นั่นเอง
โดยตลอด 65 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าประเทศไทยจะเปลี่ยนผ่านรัฐบาลไปกี่ยุคสมัย แต่แผนพัฒนาฯ ยังคงทำหน้าที่สำคัญในการกำหนดทิศทางของประเทศในเชิงพัฒนาการ และด้านเศรษฐกิจมายาวนานต่อเนื่องกว่า 13 ฉบับอย่างมีประสิทธิภาพ

เราจะมีส่วนในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ได้อย่างไรบ้าง?
มาถึงคำถามไฮไลท์สำคัญและเป็นที่มาที่ไปของบทความที่คุณกำลังอ่านอยู่นี้ เราในฐานะพลเมืองไทย “จะมีส่วนในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ได้อย่างไร?”
เพราะอย่างที่เราเกริ่นไปก่อนหน้านี้ว่าแผนพัฒนาฯ นั้นมีความสำคัญและมีความหมายต่ออนาคตประเทศเป็นอย่างมาก ทั้งในมิติของภาคเศรษฐกิจ, การทำธุรกิจ, การลงทุนของผู้ประกอบการหรือเอกชนหรือแม้กระทั่งในระบบการศึกษาที่ต้องผลิตบุคลากรให้สอดคล้องกับแนวทางดังกล่าว
ดังนั้นในฐานะประชาชน เราทุกคนควรอย่างยิ่งที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการร่วมเสนอความคิดเห็นและความต้องการสำหรับแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 นี้ ซึ่งทางสภาพัฒน์ได้เริ่มกระบวนการยกร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ผ่าน 3 แนวทางหลัก ประกอบด้วย
1. การศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกทั้งเอกสารนโยบาย เอกสารงานวิจัย ทั้งในและต่างประเทศ
2. การทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ การสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิเชิงลึกรายบุคคล อาทิ อดีตนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคการเมือง นักวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญระดับประเทศ
3. การรับฟังความเห็นจากประชาชน โดยได้พัฒนาแพลตฟอร์มแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ผ่าน 14thplan.nesdc.go.th เพื่อสำรวจความคิดเห็นและความต้องการของประชาชนในอีก 5 ปีข้างหน้า
ซึ่งปัจจุบัน อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 และได้จัดทำแบบสำรวจ เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะต่อร่างกรอบแผน ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
โดยแบบสำรวจออนไลน์นี้มีทั้งหมด 3 หน้า 5 ข้อใหญ่ ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาทีในการทำแบบสำรวจ แต่ผลลัพธ์นั้นมีคุณค่ามหาศาลมากกว่า เพราะหมายความว่า เราจะต้องอยู่กับแผนพัฒนาฯ ฉบับนี้ต่อไปอีกถึง 2.63 ล้านนาทีเลยทีเดียว!
เพราะทุกความเห็น ทุกเสียงสะท้อนทางความคิดของเราทุกคนคือจุดเริ่มต้นในความเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง ทั้งยังล้วนแล้วแต่มีผลเป็นอย่างยิ่งในการออกแบบอนาคตของประเทศนี้ให้มุ่งไปยังถนนในเส้นทางข้างหน้าที่เราทุกคนมุ่งหวังจะอยากให้เป็น
อย่ามองข้ามโอกาสของคุณ
อย่ามองข้ามโอกาสของประเทศ
อย่ามองข้ามช่วงเวลาที่เราจะร่วมเปลี่ยนประเทศให้เป็นประเทศในฝันที่เราอยากจะให้เป็น
เพียงแค่คนละ 1 คลิกเริ่มต้นที่ตัวคุณได้แล้ววันนี้ที่ 14thplan.nesdc.go.th
#แผน14 #เราคิดเราเห็นเราเป็นได้ #สภาพัฒน์


