×

เพราะทุกคนสามารถกำหนดทิศทางประเทศได้ ชวนรู้จักและร่วมออกแบบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14

โดย THE STANDARD TEAM
20.05.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบการมีส่วนร่วมของประชาชนในการออกแบบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14

HIGHLIGHTS

  • “แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ” เปรียบเสมือนพิมพ์เขียวสำคัญที่ถูกใช้ในการกำหนดทิศทางและแนวทางในการพัฒนาประเทศไทยในแต่ละช่วงระยะเวลา 5 ปี
  • อีกเพียงไม่ถึง 2 ปีต่อจากนี้ประเทศไทยกำลังจะก้าวสู่ยุคของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575) 
  • แผนพัฒนาฯ ทำหน้าที่เป็นเหมือนตัวตั้งต้นสำคัญที่ทำหน้าที่กำหนดทิศทางและมีส่วนในการวางแนวทาง
    การจัดสรรงบประมาณของประเทศ เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณสอดคล้องกับเป้าหมายและแนวทางที่แผนพัฒนาฯ จะมุ่งไป 

อย่างที่ทุกคนทราบกัน “แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ” เปรียบเสมือนพิมพ์เขียวสำคัญที่ถูกใช้ในการกำหนดทิศทางและแนวทางในการพัฒนาประเทศไทย ภายใต้การดูแลและรับผิดชอบในการยกร่างโดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช. หรือ สภาพัฒน์)

 

แผนพัฒนาฯ แต่ละฉบับนั้นจะมีกรอบระยะเวลาในการใช้งาน 5 ปี ซึ่งฉบับปัจจุบันของประเทศไทยที่ใช้งานอยู่ในขณะนี้คือฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570)

 

นั่นหมายความว่า อีกเพียงไม่ถึง 2 ปีต่อจากนี้ ประเทศไทยกำลังจะก้าวสู่ยุคของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575) ซึ่งตั้งแต่ปี 2568 ที่ผ่านมา ทางสภาพัฒน์ได้เริ่มกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 มาอย่างต่อเนื่อง

 

แต่ก่อนที่จะมองข้ามช็อตไปถึงช่วงเวลาที่แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 แล้วเสร็จ THE STANDARD อยากชวนผู้อ่านในฐานะพลเมืองไทยมาทำความรู้จัก และเข้าใจถึงความสำคัญของแผนพัฒนาฯ อีกครั้งว่า เพราะเหตุใด เราจึงควรเข้าไปมีส่วนร่วมในการร่วมออกแบบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 นี้?

 

ภาพประกอบการมีส่วนร่วมของประชาชนในการออกแบบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 1

 

ย้อนสู่จุดเริ่มต้น ทำไมแผนพัฒนาฯ ถึงสำคัญต่อประเทศไทยและคุณภาพความเป็นอยู่ของเรา?

 

ย้อนกลับไปในปี 2504 หรือราว 65 ปีที่แล้วพอดีเป๊ะ นั่นคือครั้งแรกอย่างเป็นทางการที่แผนพัฒนาฯ​ ฉบับแรกได้ฤกษ์เดบิวต์อย่างเป็นทางการ

 

โดยธนาคารโลกหรือ WorldBank ได้ส่งคณะผู้เชี่ยวชาญมาร่วมสำรวจเศรษฐกิจของประเทศ และจัดทำรายงาน “โครงการพัฒนาการของรัฐสำหรับประเทศไทย (A Public Development Program for Thailand)” และเสนอให้จัดตั้งหน่วยงานเพื่อวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ นั่นคือ สภาพัฒน์ในปัจจุบัน

 

และในที่สุดแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 1 ก็ถูกนำมาใช้เป็นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย ในช่วงปี 2504 ภายใต้การบริหารประเทศโดยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์

 

แล้วแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 1 ที่ว่านี้สำคัญอย่างไร?

 

ว่ากันตามตรง แผนพัฒนาฯ ฉบับแรกของประเทศไทยนี้เปรียบเสมือนการ Set Up โครงสร้างขั้นพื้นฐานของประเทศไทยให้เป็นไปในแนวทางที่ควรจะเป็น

 

เริ่มตั้งแต่ การวางรากฐานพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐานด้านเศรษฐกิจ, การคมนาคมขนส่ง, การโทรคมนาคมสื่อสาร, การก่อสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าถ่านลิกไนต์ที่กระบี่, การส่งเสริมการศึกษาโดยจัดตั้งมหาวิทยาลัยในภูมิภาค, การก่อสร้างถนนหลวงในหลายเส้นทาง ตลอดจนการพัฒนาเกษตรกรรมในหลายมิติ ทั้งการนำเครื่องจักรและวัตถุดิบเข้ามาช่วยยกระดับประสิทธิภาพการผลิต เรื่อยไปจนการหันไปเน้นพืชไร่อื่น ๆ มากขึ้น เพื่อเพิ่มความหลากหลายในด้านผลผลิต

 

ผลลัพธ์ที่จับต้องได้เชิงรูปธรรมคือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 10 ต่อปี ถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า นอกจากนี้ยังรวมถึงการส่งเสริมและผลักดันให้ภาคเอกชนลงทุน จนเกิดกลายเป็นอุตสาหกรรมธุรกิจใหม่ ๆ ตามมา

 

และอาจกล่าวได้ว่า ผลพวงจากแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 1 นี้เองที่ทำให้ภาพของแนวคิด “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีงานทำ” ของประเทศไทยเกิดขึ้นสำเร็จ จับต้องได้จริง เพราะโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยได้ถูกพัฒนารุดหน้าอย่างรวดเร็ว

 

ไม่เพียงเท่านั้น แผนพัฒนาฯ ยังทำหน้าที่เป็นเหมือนตัวตั้งต้นสำคัญที่จะมีส่วนในการบริหารและจัดสรรงบประมาณของประเทศ เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณสอดคล้องกับเป้าหมายและแนวทางที่แผนพัฒนาฯ จะมุ่งไป นั่นเอง

 

โดยตลอด 65 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าประเทศไทยจะเปลี่ยนผ่านรัฐบาลไปกี่ยุคสมัย แต่แผนพัฒนาฯ ยังคงทำหน้าที่สำคัญในการกำหนดทิศทางของประเทศในเชิงพัฒนาการ และด้านเศรษฐกิจมายาวนานต่อเนื่องกว่า 13 ฉบับอย่างมีประสิทธิภาพ

 

ภาพประกอบการมีส่วนร่วมของประชาชนในการออกแบบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 2

 

เราจะมีส่วนในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ได้อย่างไรบ้าง?

 

มาถึงคำถามไฮไลท์สำคัญและเป็นที่มาที่ไปของบทความที่คุณกำลังอ่านอยู่นี้ เราในฐานะพลเมืองไทย “จะมีส่วนในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ได้อย่างไร?”

 

เพราะอย่างที่เราเกริ่นไปก่อนหน้านี้ว่าแผนพัฒนาฯ นั้นมีความสำคัญและมีความหมายต่ออนาคตประเทศเป็นอย่างมาก ทั้งในมิติของภาคเศรษฐกิจ, การทำธุรกิจ, การลงทุนของผู้ประกอบการหรือเอกชนหรือแม้กระทั่งในระบบการศึกษาที่ต้องผลิตบุคลากรให้สอดคล้องกับแนวทางดังกล่าว

 

ดังนั้นในฐานะประชาชน เราทุกคนควรอย่างยิ่งที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการร่วมเสนอความคิดเห็นและความต้องการสำหรับแผนพัฒนาฯ​ ฉบับที่ 14 นี้ ซึ่งทางสภาพัฒน์ได้เริ่มกระบวนการยกร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ผ่าน 3 แนวทางหลัก ประกอบด้วย

 

1. การศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกทั้งเอกสารนโยบาย เอกสารงานวิจัย ทั้งในและต่างประเทศ

 

2. การทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ การสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิเชิงลึกรายบุคคล อาทิ อดีตนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคการเมือง นักวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญระดับประเทศ

 

3. การรับฟังความเห็นจากประชาชน โดยได้พัฒนาแพลตฟอร์มแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ผ่าน 14thplan.nesdc.go.th เพื่อสำรวจความคิดเห็นและความต้องการของประชาชนในอีก 5 ปีข้างหน้า

 

ซึ่งปัจจุบัน อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 และได้จัดทำแบบสำรวจ เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะต่อร่างกรอบแผน ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

 

โดยแบบสำรวจออนไลน์นี้มีทั้งหมด 3 หน้า 5 ข้อใหญ่ ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาทีในการทำแบบสำรวจ แต่ผลลัพธ์นั้นมีคุณค่ามหาศาลมากกว่า เพราะหมายความว่า เราจะต้องอยู่กับแผนพัฒนาฯ ฉบับนี้ต่อไปอีกถึง 2.63 ล้านนาทีเลยทีเดียว!

 

เพราะทุกความเห็น ทุกเสียงสะท้อนทางความคิดของเราทุกคนคือจุดเริ่มต้นในความเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง ทั้งยังล้วนแล้วแต่มีผลเป็นอย่างยิ่งในการออกแบบอนาคตของประเทศนี้ให้มุ่งไปยังถนนในเส้นทางข้างหน้าที่เราทุกคนมุ่งหวังจะอยากให้เป็น

 

อย่ามองข้ามโอกาสของคุณ

อย่ามองข้ามโอกาสของประเทศ

อย่ามองข้ามช่วงเวลาที่เราจะร่วมเปลี่ยนประเทศให้เป็นประเทศในฝันที่เราอยากจะให้เป็น

 

เพียงแค่คนละ 1 คลิกเริ่มต้นที่ตัวคุณได้แล้ววันนี้ที่ 14thplan.nesdc.go.th

#แผน14 #เราคิดเราเห็นเราเป็นได้ #สภาพัฒน์

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising