รัฐบาลทหารเมียนมาประกาศหยุดยิงชั่วคราว จนถึงวันที่ 22 เมษายน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.7 เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 3,000 คน บาดเจ็บอีกกว่า 4,500 คน และยังมีผู้สูญหายอีกหลายร้อยชีวิต
ขณะที่รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ซึ่งเป็นฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหาร ได้ประกาศหยุดโจมตีฝ่ายตรงข้ามเป็นเวลา 2 สัปดาห์ นับตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคมเป็นต้นไป เพื่ออำนวยความสะดวกในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเช่นเดียวกัน
หลายพื้นที่ประสบภัยกำลังขาดแคลนยาและน้ำสะอาด โฆษกเลขาธิการสหประชาชาติระบุว่า ประชาชนชาวเมียนมาราว 300,000 คน เฉพาะในกรุงเนปิดอว์ เมืองหลวงของเมียนมากำลังต้องการความช่วยเหลือ ขณะที่ทีมกู้ภัยจากต่างประเทศก็ยังคงเดินหน้าค้นหาผู้รอดชีวิตอย่างต่อเนื่อง แม้จะผ่านมานานเกือบ 1 สัปดาห์แล้ว
อย่างไรก็ตาม อย่างไรก็ตาม แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนล รายงานว่ากองทัพเมียนมายังคง โจมตีทางอากาศต่อไปหลังเกิดแผ่นดินไหว อีกทั้งหลายพื้นที่ของเมียนมาอยู่นอกการควบคุมของรัฐบาลทหาร เนื่องจากถูกปกครองโดยกลุ่มกบฏชาติพันธุ์ ทำให้การประเมินสถานการณ์ต่างๆ ทำได้ยากมากยิ่งขึ้น
โดยสื่อท้องถิ่นเมียนมาอย่าง MRTV รายงานว่า พลเอกอาวุโส มินอ่องหล่าย ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) และนายกรัฐมนตรีเมียนมาจะเดินทางเข้าร่วมการประชุมผู้นำ BIMSTEC ครั้งที่ 6 ในวันที่ 4 เมษายนนี้ที่ประเทศไทย โดยมุ่งเน้นที่จะหารือเกี่ยวกับการรับมือเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้น ท่ามกลางเสียงทัดทานจากบรรดาองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนที่เรียกร้องให้ไทยปฏิเสธไม่ให้ผู้นำทหารเมียนมาเข้าร่วมการประชุมระดับภูมิภาคในครั้งนี้
แฟ้มภาพ: Sefa Karacan / Anadolu Agency via Getty Images
อ้างอิง: