×

คณะก้าวหน้าโต้กองทัพ เผยใช้แอปฯ เฉพาะกลุ่มปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร มีระบบป้องกันแคปหน้าจอ

โดย THE STANDARD TEAM
01.12.2020
  • LOADING...
คณะก้าวหน้าโต้กองทัพ เผยใช้แอปฯ เฉพาะกลุ่มปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร มีระบบป้องกันแคปหน้าจอ

วันนี้ (1 ธันวาคม) พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า แถลงข่าวในประเด็น ‘เปิดวงจรอุบาทว์ไอโอ ผู้มูฟออนเป็นวงกลม’ เปิดรายละเอียดข้อมูลการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) ของกองทัพและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมตอบโต้การแถลงข่าวของกองทัพบกเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

 

พรรณิการ์กล่าวว่าเป็นเวลาเกือบ 1 ปีมาแล้ว ที่วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้เปิดโปงขบวนการ IO ของกองทัพในสภาผู้แทนราษฎร เกือบ 1 ปีผ่านไป แทนที่เราจะได้เห็นกองทัพยุติปฏิบัติการกลับไปทำภารกิจหลัก แต่เรากลับเห็นการมูฟอออนเป็นวงกลมในตลอด 1 ปีที่ผ่านมา โดยมีวิวัฒนาการที่ตกต่ำกว่าเดิม ทำปฏิบัติการ IO ที่ด้อยประสิทธิภาพให้ประชาชนจับผิดได้บ่อยครั้ง

 

จากกรณีข่าวนักคอมพิวเตอร์จับผิดปฏิบัติการ IO เปิดเผยเอกสาร 25 หน้าของกองทัพ พร้อมระบุว่าเป็นข้อมูลที่ใช้อบรมปฏิบัติการ IO แม้ภายหลังกองทัพจะออกมาปฏิเสธว่าไม่ใช่ปฏิบัติการ IO แต่ยอมรับว่าเป็นเอกสารของกองทัพจริง

 

พรรณิการ์ระบุว่า การที่กองทัพบกได้มีการออกแถลงการณ์ยืนยันว่าเอกสารทั้ง 25 หน้าเป็นการสอนเพื่อพัฒนาการสื่อสารออนไลน์แอปพลิเคชันที่ใช้ ก็เป็นฟรีซอฟแวร์ที่ใครๆ ก็ใช้ได้ แต่อย่าลืมว่าทั้งสองแอปพลิเคชันเกาะใช้เซิร์ฟเวอร์ของเอกชนรายหนึ่งที่เขียนขึ้นมาโดยเฉพาะ เป็นแอปพลิเคชันที่ต้องมีรหัสการเข้าใช้ ใช้ได้เฉพาะคนภายในที่มีรหัสเท่านั้น และยังเป็นแอปพลิเคชันที่ป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลผ่านการแคปหน้าจอด้วย (ถ้าลูกน้องแคปหน้าจอ ระบบจะแจ้งเตือนไปที่หัวหน้าทันที) ที่สำคัญแอปพลิเคชันทั้งสองถูกดึงออกจาก Google Play Store และ App Store ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากถูกเปิดโปง ทำให้เป็นที่น่าสงสัยว่าสิ่งที่กองทัพออกมาแถลงนั้นไม่ใช่ความจริง

 

สิ่งที่น่าสนใจอีกประการก็คือ รายชื่อของผู้ที่อยู่ในปฏิบัติการ เฉพาะ พล.ร.2 รอ. (บูรพาพยัคฆ์) ที่ปราจีนบุรีแห่งเดียว มีบัญชีปฏิบัติการถึง 17,562 บัญชี แต่ทว่าหากนับทั้งหมด 19 หน่วยงาน จะพบว่ามีถึง 54,800 บัญชี 

 

นอกจากนี้ กองทัพบกยังบอกว่าเนื้อหาที่ลงเหล่านั้นเป็นการประชาสัมพันธ์เชิงบวก เป็นภารกิจของกองทัพบกปกติ ไม่ได้มีลักษณะของการดำเนินการให้เกิดความสูญเสียหรือผลกระทบต่อส่วนรวม แต่จริงหรือไม่ เราไม่ควรดูที่แถลงการณ์ แต่ต้องดูที่พฤติกรรม ว่าเต็มไปด้วยการเผยแพร่ข้อมูลด้อยค่าผู้ประท้วงเต็มไปหมด

 

นอกจากนี้ เรายังเห็นได้ว่ามีภาพที่ปรากฏออกมาในช่วงเวลาเดียวกัน ว่ามีการบังคับให้ทหารเกณฑ์ใช้โทรศัพท์ทำ IO เป็นกลุ่ม ซึ่งแม้กองทัพบกจะออกมาชี้แจงว่าเป็นข่าวปลอม เป็นรูปทหารใหม่ใช้โทรศัพท์ติดต่อกลับบ้านเท่านั้น แต่เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงแล้ว คำแถลงของกองทัพต่างหากคือการบิดเบือน เมื่อดูหน้าจอโทรศัพท์ทั้งหมดที่ทหารถืออยู่ในภาพ ล้วนแต่เป็นหน้าตาของ Twitter ทั้งสิ้น คำถามก็คือเวลาทหารใหม่ติดต่อที่บ้าน พวกเขาติดต่อผ่าน Twitter อย่างนั้นหรือ

 

“นี่คือภาพที่น่าเศร้า ทหารเกณฑ์เหล่านี้ถูกบังคับให้อยู่ในปฏิบัติการเผยแพร่ความรักโดยถูกบังคับ เผยแพร่ความเกลียดก็โดยถูกบังคับ ทั้งหมดทำไปโดยใช้ภาษีของประชาชน ทั้งหมดทำโดยใช้ทรัพยากรหลวง เวลาหลวง เวลาซึ่งควรจะเอาไปทำภารกิจหลักของกองทัพ ภารกิจปกป้องประชาชน ปกป้องประเทศชาติจากศัตรูภายนอก ไม่ใช่เอามารบกับประชาชนในโลกออนไลน์” พรรณิการ์กล่าว

 

พรรณิการ์ระบุว่า ทั้งหมดนี้เราพูดออกมาโดยหวังว่ากองทัพบกจะหยุดพฤติกรรมโกหกประชาชน เอาเวลาที่ควรจะใช้ในการรับใช้ประชาชนมารบกับประชาชน หยุดพฤติกรรมแบบนี้แล้วกลับไปทำภารกิจหลักของกองทัพในการดูแลความมั่นคง ปกป้องประชาชนเสียจะดีกว่า

 

“ถ้าท่านยังไม่หยุดโกหกเพื่อปกปิดความจริง เราก็จะไม่หยุดพูดความจริง จนกว่ากองทัพจะกลายเป็นกองทัพที่รับใช้ประชาชน จนกว่ากองทัพจะกลายเป็นกองทัพที่เป็นประชาธิปไตย และรบกับศัตรูของประชาชน แทนที่จะรบราฆ่าฟันกับประชาชนของตัวเอง ทั้งในโลกออนไลน์และในสถานที่ชุมนุม วันนี้เรากลับมาพูดถึงการมูฟออนเป็นวงกลม ภายในเวลา 2 ปี เราต้องพูดถึงเรื่องนี้ถึง 2 ครั้ง ขอร้อง อย่าให้มีครั้งต่อไป อย่าให้มีอีกเลยที่เราต้องมานั่งเปิดโปงข้อมูลแบบนี้ ว่ากองทัพยังคงทำผิดซ้ำซาก ขอร้องว่าเราไม่อยากใช้ทรัพยากรของเราไปติดตามเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์กับประชาชนแบบนี้ หวังว่าปีหน้าจะไม่ต้องเจอกัน แต่ถ้าท่านยังไม่หยุด เราก็พร้อมที่จะเจอ” พรรณิการ์กล่าวในที่สุด

 

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories