×

ก้าวไกลเชื่อ นักการเมืองแฝงตัวเป็นกลุ่มเดียวกับนายทุน เตรียมผลักดันสิทธิแรงงานต่อ หลังร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานถูกตีตก

โดย THE STANDARD TEAM
07.03.2024
แรงงาน

วันนี้ (7 มีนาคม) ที่รัฐสภา พรรคก้าวไกลปีก แรงงาน นำโดย เซีย จำปาทอง สส. บัญชีรายชื่อ, วรรณวิภา ไม้สน สส. บัญชีรายชื่อ, สหัสวัต คุ้มคง สส. ชลบุรี พร้อมด้วย สส. ของพรรคก้าวไกล ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงาน ฉบับก้าวไกล ซึ่งที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่รับหลักการในวาระแรกเมื่อวานนี้

 

โดยเซียกล่าวว่า ตนในฐานะเป็นผู้ใช้แรงงานมา 30 ปี และในฐานะที่ตนเป็นผู้เสนอร่างฉบับนี้ รู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากกฎหมายนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนทำงานในประเทศนี้ให้ดีขึ้น และสามารถลืมตาอ้าปากได้ในหลักการทำงาน พักผ่อน ใช้ชีวิต และยังขยายความคุ้มครองและรูปแบบการจ้างงาน รวมถึงพี่น้องไรเดอร์ ฟรีแลนซ์ และแรงงานอิสระ แต่กลับไม่ได้รับความเห็นชอบจากมติที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร 

 

เซียกล่าวอีกว่า รู้สึกเสียดายที่ประเทศของเราเสียโอกาส และท้ายที่สุดตนรู้สึกผิดหวังที่บรรดาผู้แทนของประชาชนทั้งหลายมองข้ามการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนทำงาน ซึ่งเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แต่พยายามช่วยบรรดานายทุน เจ้าของกิจการที่จะได้รับผลกระทบจากร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ด้วยการคว่ำร่างกฎหมายตั้งแต่ในวาระแรก 

 

เชื่อคว่ำร่างกฎหมายเหตุขั้วการเมืองตรงข้ามทำลายความเชื่อมั่นต่อแรงงาน

 

เซียกล่าวว่า การคว่ำร่างกฎหมายนี้อาจเป็นเรื่องขั้วการเมืองฝ่ายตรงข้ามที่ต้องการทำลายชื่อเสียงความเชื่อมั่นของชนชั้นแรงงานที่มีต่อพรรคก้าวไกล โดยไม่สนใจว่าเนื้อหาของกฎหมายฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตพี่น้องแรงงานอย่างไร ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้แตะต้องกองทัพ สถาบันฯ หรือฝั่งอำนาจนิยม แม้กระทั่งการแลกเปลี่ยนในสังคมออนไลน์ และเท่าที่เราเห็น ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลจำนวนมากที่ทำหน้าที่บริหารก็ยังเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่อาจจะดูเล็กน้อย แต่สำหรับคนทำงานกว่าครึ่งค่อนประเทศนั้นเป็นเรื่องใหญ่หลวงที่จะพลาดโอกาสที่ดีจากกฎหมายฉบับนี้

 

“ชนชั้นใดเขียนกฎหมายก็เพื่อรับใช้ชนชั้นนั้น แม้ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฉบับนี้จะไม่ผ่านการพิจารณาในวาระที่ 1 ผมก็จะผลักดันกฎหมายที่เปลี่ยนชีวิตคนทำงานเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรต่อไป ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์, พ.ร.บ.ประกันสังคม ที่จะช่วยเพิ่มอำนาจการต่อรองและดูแลคนทำงานในประเทศนี้ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” เซียกล่าว

 

เซียกล่าวอีกว่า แม้ร่างกฎหมายของตนไม่ผ่านในวาระรับหลักการ แต่ยังมีกฎหมายคุ้มครองแรงงานอีกฉบับที่เสนอโดยวรรณวิภา สส. ของพรรคก้าวไกล ที่มีมติรับหลักการในวาระแรก และผ่านเข้าไปในชั้นกรรมาธิการ ที่มีความแตกต่างกันเกี่ยวกับการลาคลอด 180 วัน และการคุ้มครองลูกจ้างของรัฐ จึงหวังว่าในชั้นกรรมาธิการจะมีการพูดคุยในรายละเอียด และผลักดันให้แรงงานมีสิทธิลาคลอดได้ 180 วัน 

 

เมื่อถามว่า ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ของเซีย ฝ่ายรัฐบาลมองว่าสุดโต่งเกินไป จะทำให้ระบบ SMEs ล้มนั้น เซียกล่าวว่า เรามีมาตรการที่ดูแลพี่น้อง SMEs อยู่หลายเรื่อง แต่ด้วยเงื่อนไขของกฎหมายที่วางกรอบกำหนดไม่ให้มีโอกาสเข้าถึงสิทธิด้านต่างๆ เช่น การปรับค่าจ้างขั้นต่ำที่เป็นไปได้ยากมาก หากฝ่ายการเมืองไม่เห็นด้วย เป็นต้น

 

แยกเสนอกฎหมาย หวั่นโดนปัดตก

 

ขณะที่วรรณวิภากล่าวว่า สาเหตุที่พรรคก้าวไกลแยกร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน เป็น 2 ฉบับ เพราะมีประสบการณ์จากพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกตีตกทั้งฉบับ รอบนี้จึงแยกเป็นร่างที่เกี่ยวกับการเงินและไม่เกี่ยวกับการเงิน ซึ่งหลังจากนี้ในชั้นกรรมาธิการก็ต้องไปต่อสู้กันเรื่องสิทธิลาคลอด ซึ่งตนเขียนขอบเขตของคนใช้แรงงานไว้กว้างมาก เพื่อให้ครอบคลุมแรงงานทุกประเภท

 

เชื่อนักการเมืองเป็นกลุ่มเดียวกับนายทุน

 

ด้าน สหัสวัต คุ้มคง สส. ชลบุรี กล่าวว่า การทำงาน การพักผ่อน เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน กฎหมายของพวกเราไม่ได้ก้าวหน้าเกินไปเลย คนคนหนึ่งที่เกิดมาไม่ควรมีโอกาสใช้ชีวิตหรือพักผ่อนเหรอ คนที่กล่าวว่ากฎหมายของเราก้าวหน้าเกินไป หัวจิตหัวใจของเขาทำด้วยอะไร ถึงไม่เห็นความเป็นมนุษย์ แล้วจะมาบอกว่ากฎหมายฉบับนี้ส่งผลกระทบต่อ SMEs ตนขอย้ำว่าเลิกมุดหัวอยู่หลัง SMEs ต้นทุนแรงงานเป็นเพียงต้นทุนส่วนหนึ่งของ SMEs ลองไปดูว่าต้นทุนส่วนอื่นมีอะไรบ้าง การจัดการค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เป็นอย่างไรบ้าง

 

“เวลาที่แรงงานเรียกร้องสิทธิขึ้นมา คุณก็ได้แต่โหน SMEs เอา SMEs เป็นเกราะกำบัง เป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจ วันนี้พวกเราพรรคก้าวไกลได้กระชากหน้ากากนักการเมืองบางกลุ่มที่แฝงตัวเป็นหนึ่งเดียวกับนายทุน ขัดขวางสิทธิประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ของประเทศ วันนี้เห็นแล้วว่านักการเมืองบางกลุ่มเกาะกินเป็นหนึ่งเดียวกับนายทุนอย่างเป็นเนื้อเดียวกัน” สหัสวัตกล่าว

 

‘ชนินทร์’ ชี้ ไม่รับ 1 ฉบับ หวั่นกระทบเศรษฐกิจ บริษัทเล็กปรับตัวไม่ทัน

 

ด้าน ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ สส. บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะวิปรัฐบาล กล่าวถึงการที่พรรคร่วมรัฐบาลไม่รับอีกร่างนั้น ผู้แทนจากพรรคร่วมรัฐบาลได้อภิปรายชัดเจนว่า ร่างดังกล่าวจะสร้างผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและภาคการผลิตมากขึ้น 30% และอาจส่งผลให้บริษัทขนาดเล็กต่างๆ ที่ไม่สามารถปรับตัวได้ทันล้มตายลง ซึ่งจะเกิดผลในทางกลับกัน โดยอาจสร้างผลลบทำให้พี่น้องแรงงานจำนวนมากไม่สามารถหางานได้ หรือต้องถูกเลิกจ้างแทน กฎหมายที่คาดหวังจะยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน อาจซ้ำเติมสถานการณ์ให้ย่ำแย่ลงแทน 

 

“พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน เรามีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะผลักดันการปรับขึ้นค่าแรงตามอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทุกอย่างต้องสัมพันธ์กัน และสมดุลกับทุกฝ่าย ภายใต้เป้าหมายที่จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่พี่น้องประชาชนดีขึ้น จะเลือกคิดเพียงมิติใดมิติหนึ่งเท่านั้นไม่ได้” ชนินทร์กล่าว

 


READ MORE





Latest Stories

Close Advertising