×

Morning Brief | 25 พฤศจิกายน 2563

25.11.2020
  • LOADING...
Morning Brief (25 พ.ย. 2563)

ต้อนรับเช้าวันใหม่กับความเคลื่อนไหวสำคัญในโลกเศรษฐกิจ การเงิน และการลงทุน ประจำวันที่ 25 พฤศจิกายน ใน THE STANDARD WEALTH Morning Brief 

 

Dow Jones พุ่งทะลุ 30,000 จุด ครั้งแรก หลัง ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ยอมถ่ายโอนอำนาจ ปธน. สหรัฐฯ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดี โดยดัชนีหลักทั้ง 3 ปรับตัวเพิ่มขึ้นในอัตราที่ใกล้เคียงกันทั้งหมด โดยเฉพาะดัชนี Dow Jones ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้มากกว่า 450 จุด และมาปิดที่ระดับเหนือ 30,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์


ปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดีมาจากข่าวด้านบวกเรื่องวัคซีน ทำให้ตลาดคาดการณ์ถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในปี 2021 และความเสี่ยงในเรื่องการเมืองที่ลดลงไปมาก หลังประธานาธิบดีทรัมป์ยอมใหม่มีการถ่ายโอนอำนาจไปที่ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ โจ ไบเดน ซึ่งจะส่งผลให้คณะทำงานชุดใหม่เข้ามาทำงานและออกนโยบายที่สำคัญต่างๆ ได้อย่างไม่ล่าช้า

ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ
1. ประกาศตัวเลขความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวอเมริกันที่สำรวจโดย Conference Board หรือ CB Consumer Confidence ประจำเดือนพฤศจิกายนที่ 96.1 จุด น้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 98.0 จุด
2. อีลอน มัสก์ ผู้บริหารสูงสุดของ Tesla ผู้ผลิตรถยนต์ EV รายใหญ่ ได้กลายมาเป็นบุคคลที่รวยเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยแซง บิล เกตส์ ไปเพียงเล็กน้อยราว 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
3. บุคคลที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนเชียร์ให้ เจเน็ต เยลเลน ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ เนื่องจากมองว่าเธอจะเป็นคนที่มาเน้นในเรื่องการกอบกู้เศรษฐกิจมากกว่าเรื่องการเมือง

‘หุ้นจีน’ เริ่มถูกขายทำกำไร หลังพุ่งต่อเนื่อง 4 วันซ้อน
ตลาดหุ้นจีน CSI 300 ปรับลดลง 30.74 จุด หรือ 0.61% ดัชนีรวมหุ้นขนาดใหญ่ของตลาดหุ้นจีนปรับตัวลดลงเป็นวันแรกหลังจากที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ 4 วันติดต่อกัน และสามารถปิดที่ระดับเหนือ 5,000 จุดได้ในวันจันทร์ที่ผ่านมา

ปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นจีนปรับตัวลดลง
1. นักลงทุนขายทำกำไรเนื่องจากดัชนีทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบกว่า 5 ปี ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มปรับพอร์ตเพื่อลดความเสี่ยงจากการปรับฐานของดัชนี
2. หุ้นในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ผู้ผลิตสุรา และผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ปรับตัวลดลงกันค่อนข้างแรง เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดีมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
3. นักลงทุนต่างชาติเริ่มขายสุทธิออกมาบ้างที่ 21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่ซื้อสุทธิหลายวันติดต่อกัน

ตัวเลขส่งออกเกาหลีใต้ช่วง 20 วันแรกของเดือนพฤศจิกายนพุ่ง 11.1%
ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ KOSPI เพิ่มขึ้น 15.17 จุด หรือ 0.58% ดัชนีของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่องและปิดที่ระดับสูงสุดใหม่ โดยปิดไปที่ 2,617 จุด ทำลายสถิติเดิมที่ทำไว้ในช่วงต้นปี 2018 ที่ระดับ 2,607 จุด

ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ
1. บริษัทหลักทรัพย์ในเกาหลีใต้ยังมีมุมมองที่เป็นบวกต่อตลาดหุ้นเกาหลีใต้ในปี 2021 มีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจทั่วโลก บริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ 13 บริษัทมองว่าดัชนี KOSPI ในปี 2021 จะมีเป้าหมายอยู่ที่ 2,630-3,000 จุด
2. ตัวเลขส่งออกเกาหลีใต้ 20 วันแรกของเดือนพฤศจิกายนขยายตัว 11.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ตัวเลขอยู่ที่ 31,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าที่มีการขยายตัวสูงคือเมมโมรีชิป +21.9%YoY และยานยนต์ +11.9%YoY ตลาดส่งออกหลักยังคงเป็นจีนและสหรัฐฯ

‘สหราชอาณาจักร’ ลดวันกักตัวหาเชื้อโควิด-19 เหลือ 5 วัน จาก 14 วัน
ดัชนีของตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวเพิ่มขึ้นกันได้ค่อนข้างดี โดยมีปัจจัยบวกจากการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ยอมให้มีการถ่ายโอนอำนาจไปที่ โจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ ทำให้ตลาดคลายความกังวลว่าคณะทำงานชุดใหม่จะเริ่มงานได้ช้าและจะทำให้นโยบายต่างๆ ล่าช้าตามไปด้วย และการประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 3 ครั้งที่ 2 ของประเทศเยอรมนีที่ขยายตัวมากขึ้นเป็น 8.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) จากการประกาศครั้งที่ 1 ซึ่งเติบโต 8.2%QoQ จากปัจจัยทั้งสองทำให้ตลาดมองข้ามสถานการณ์การแพร่ระบาดที่ยังรุนแรงออกไปก่อนชั่วคราว

ส่วนความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ สหราชอาณาจักรประกาศลดวันกักตัวจาก 14 วันเหลือ 5 วันสำหรับนักเดินทางที่ตรวจหาเชื้อโควิด-19 แล้วได้ผลเป็นลบ โดยจะเริ่มนโยบายใหม่นี้ในวันที่ 15 ธันวาคม 2020

‘ราคาทองคำ’ แรงจนเกือบหลุด 1,800 ดอลลาร์สหรัฐ จากข่าวการถ่ายโอนอำนาจ
ราคาทองคำปรับตัวลดลงแรงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน ปิดที่ 1,807 ดอลลาร์สหรัฐ (-1.63%) โดยมีปัจจัยมาจากข่าวที่ประธานาธิบดีทรัมป์ยอมถ่ายโอนอำนาจให้กับว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ ทำให้ความเสี่ยงในเรื่องการเมืองสหรัฐฯ ลดลงไปอีกเรื่องหนึ่ง

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories