×

Morning Brief | 24 พฤศจิกายน 2563

24.11.2020
  • LOADING...
Morning Brief (24 พ.ย. 2563)

ต้อนรับเช้าวันใหม่กับความเคลื่อนไหวสำคัญในโลกเศรษฐกิจ การเงิน และการลงทุน ประจำวันที่ 24 พฤศจิกายน ใน THE STANDARD WEALTH Morning Brief

 

สหรัฐฯ พบผู้ติดโควิด-19 พุ่งทะลุ 2 แสนคนต่อวัน

ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่รายวันของสหรัฐฯ พุ่งทะลุ 200,000 รายเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยตัวเลขอยู่ 204,179 ราย และมีจำนวนผู้ป่วยเข้ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลสูงถึง 82,100 ราย ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดเช่นกัน

 

ในช่วงสุดสัปดาห์นี้จะเข้าสู่เทศกาลวันขอบคุณพระเจ้า การแพร่ระบาดอย่างหนักหน่วงอาจจะส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงหยุดยาวไม่คึกคักเท่าที่คาดไว้ในช่วงก่อนหน้า ซึ่งจะส่งผลต่อยอดค้าปลีกในเดือนพฤศจิกายนด้วยเช่นกัน

 

โจ ไบเดน เตรียมประกาศสมาชิกคณะบริหาร 

โจ ไบเดน ได้เริ่มเลือกสมาชิกของคณะบริหารแล้ว และจะประกาศรายชื่อในช่วงวันหยุดขอบคุณพระเจ้าปลายสัปดาห์นี้ สิ่งที่ตลาดให้ความสนใจมากที่สุดคือ ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคลัง โดยมีตัวเก็งทั้งหมด 3 ท่าน คือ

 

  1. เลล เบรนาร์ด สุภาพสตรีผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯ 2. เจเน็ต เยลเลน (เก็ง 1) อดีตประธาน Fed ถ้าใครคนหนึ่งได้รับเลือก จะเป็นสุภาพสตรีท่านแรกที่มาดำรงตำแหน่งนี้
  2. โรเจอร์ เฟอร์กูสัน อดีตคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯ สมัย บิล คลินตัน และ จอร์จ ดับเบิลยู บุช ซึ่งเป็นชายผิวสี 

 

ด้านความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ

  1. สหรัฐฯ ประกาศตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตที่สำรวจโดย Markit หรือ US Manufacturing PMI ประจำเดือนพฤศจิกายน ขยายตัวที่ 56.7 จุด ขยายตัวดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 53.0 จุด

 

  1. ประกาศตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการที่สำรวจโดย Markit หรือ US Services PMI ประจำเดือนพฤศจิกายน ขยายตัวที่ 57.7 จุด ขยายตัวดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 55.0 จุด 

 

  1. มีรายงานว่า คณะทำงานของประธานาธิบดีทรัมป์ใกล้ที่จะประกาศบริษัทด้านการบินและอวกาศของจีนรวมถึงบริษัทอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับกองทัพจีน เพื่อแบนบริษัทเหล่านี้ในการซื้อสินค้าจากสหรัฐฯ หลายรายการ ซึ่งรวมถึงสินค้าด้านเทคโนโลยีเป็นหลัก

 

หุ้นเอเชียพุ่งยกแผงจากเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลเข้า

ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นกันทั้งหมดและปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดี ปัจจัยหลักที่เข้ามาสนับสนุนตลาดหุ้นเอเชียมาจากกระแสเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติที่ยังไหลเข้ามาต่อเนื่อง จากความคาดหวังที่จะได้เห็นเศรษฐกิจมีการฟื้นตัวในปีหน้าหลังจากที่เริ่มมีการกระจายวัคซีน

 

ตลาดหุ้นจีน CSI300 เพิ่มขึ้น 61.74 จุด หรือ 1.25% ดัชนีรวมหุ้นขนาดใหญ่ของตลาดหุ้นจีนปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ค่อนข้างดี และเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน นอกจากนี้ดัชนียังสามารถทะลุแนวต้านสำคัญทางจิตวิทยา และมาปิดที่ระดับเหนือ 5,000 จุดได้สำเร็จอีกด้วย โดยปิดที่ 5,005 จุด เป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบกว่า 5 ปี 

 

ดัชนี Hang Seng TECH Index ของตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 91.34 จุด +1.14% ดัชนีกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดี ความกังวลในเรื่องการแพร่ระบาดทำให้หุ้นเทคโนโลยีได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น ส่วนตลาดหุ้นเกาหลีใต้ KOSPI เพิ่มขึ้น 49.09 จุด หรือ 1.92% ดัชนีของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างโดดเด่นมาก ปิดที่ระดับ 2,602 จุด ใกล้จุดสูงสุดที่เคยทำไว้ที่ 2,607 จุดในช่วงต้นปี 2018 ถึงแม้การแพร่ระบาดระลอกใหม่จะรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

 

นักเศรษฐศาสตร์คาด GDP ของอินเดีย เริ่มฟื้นตัวในไตรมาส 3

ตลาดหุ้นอินเดีย Nifty 50 เพิ่มขึ้น 67.40 จุด หรือ 0.52% ดัชนีของตลาดหุ้นอินเดียปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ค่อนข้างดีตามตลาดหุ้นชั้นนำส่วนใหญ่ในภูมิภาคที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดี โดยมีปัจจัยบวกจากกระแสเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติที่ยังไหลเข้าตลาดหุ้นในเอเชียอย่างต่อเนื่อง และอินเดียก็เป็นอีกหนึ่งตลาดที่ได้รับปัจจัยบวกนี้ด้วย ถึงแม้สถานการณ์การแพร่ระบาดจะรุนแรงขึ้นก็ตาม 

 

ด้านความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ อชิมา โกยาล นักเศรษฐกิจศาสตร์ชื่อดัง และเป็นหนึ่งในคณะกรรมการนโยบายด้านการเงินของอินเดีย เชื่อว่า GDP ของอินเดีย จะกลับมาเติบโตได้ในไตรมาส 3 และ 4 หลังจากหดตัวอย่างหนักในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา หลังจากที่รัฐบาลเริ่มคลายนโยบายล็อกดาวน์ในวันที่ 9 กันยายน ซึ่งเป็นนโยบายที่ห้ามมีการเคลื่อนย้ายระหว่างรัฐ ส่งผลให้ระบบห่วงโซ่อุปทานต้องหยุดชะงักลง 

 

ทองคำร่วงแรงกว่า 1.82% ข่าววัคซีนโควิด-19 กดดันหนัก

ราคาทองคำปรับตัวลดลงค่อนข้างแรงมาปิดที่ 1,837 ดอลลาร์ -1.82% มาปิดที่ระดับต่ำที่สุดในรอบ 4 เดือน โดยมีปัจจัยกดดันจากข่าวผลการทดลองวัคซีนที่มีออกมาต่อเนื่องและความคาดหวังต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories