วันนี้ (19 สิงหาคม) ความคืบหน้าสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน กระทรวงสาธารณสุขได้ประเมินสถานการณ์และยกระดับการเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุด เพื่อรับมือกับมวลน้ำป่าที่กำลังไหลหลากเข้าสู่เขตเมือง และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสถานพยาบาลในพื้นที่
นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภาพรวมสถานการณ์ว่า ขณะนี้เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งในหลายพื้นที่ โดยมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหลัก ดังนี้:
- อำเภอปัว: น้ำท่วมถนนสายหลัก (ปัว–เชียงกลาง) ทำให้รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ส่งผลกระทบต่อระบบส่งต่อผู้ป่วย (EMS/Refer) สายเหนือ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช (รพร.) ปัว หลายรายกลายเป็นผู้ประสบภัย ทางโรงพยาบาลจึงได้เปิดอาคาร 114 เพื่อรองรับเจ้าหน้าที่และผู้ป่วยที่อนุญาตให้กลับบ้านได้แต่ยังเดินทางกลับไม่ได้
- อำเภอสันติสุข: น้ำล้นตลิ่ง ประชาชนริมตลิ่งได้รับการอพยพแล้ว แต่ยังมีบางส่วนติดอยู่ในพื้นที่บ้านศรีบุญเรือง ตำบลพงษ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการช่วยเหลือ
- อำเภอท่าวังผา: เกิดน้ำป่าไหลหลากและระดับน้ำเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว กระทบพื้นที่ตำบลยมและตำบลจอมพระ โดยได้อพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ สถานบริการสาธารณสุขในพื้นที่ยังคงเปิดให้บริการได้ตามปกติ โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน (สสจ.น่าน) ได้ประสานโรงพยาบาลใกล้เคียงเพื่อสนับสนุนกำลังบุคลากรทางการแพทย์เข้าไปช่วยแบ่งเบาภาระที่ รพร.ปัว แล้ว
นพ.สมฤกษ์ กล่าวเตือนว่า มวลน้ำจากตอนบนมีแนวโน้มไหลลงสู่อำเภอเมืองน่านและอำเภอเวียงสาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับยังมีฝนตกหนัก จึงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดไปจนถึงวันที่ 21 สิงหาคม 2569 โดยคาดการณ์ว่า มวลน้ำจะเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตเทศบาลเมืองน่านในคืนนี้ เวลาประมาณ 22.00 น.
เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม โรงพยาบาลน่าน ได้วางแนวกระสอบทราย (บิ๊กแบ็ก) ตลอดแนวพื้นที่เสี่ยง และเตรียมเครื่องสูบน้ำเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมกันนี้ สธ. ได้สั่งการให้ สสจ.น่าน และหน่วยบริการในพื้นที่ ติดตามระดับน้ำแบบ Real-time, เตรียมแผนอพยพผู้ป่วยและกลุ่มเปราะบาง, ตรวจสอบระบบไฟฟ้า ระบบน้ำประปา รวมถึงสำรองออกซิเจน ยา และเวชภัณฑ์ให้เพียงพอ
ด้าน นพ.ปิยะ ศิริลักษณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 ระบุว่า ได้แต่งตั้ง นพ.อภิชิต สถาวรวิวัฒน์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์เพื่อดูแลสถานการณ์ในโซนเหนือ (ปัว–เชียงกลาง–ท่าวังผา–ทุ่งช้าง–บ่อเกลือ–เฉลิมพระเกียรติ) โดยเฉพาะ
สำหรับการแก้ปัญหาเส้นทางถูกตัดขาด ได้ประสานขอรับการสนับสนุนรถยกสูงจากหน่วยทหารเพื่อใช้ในการส่งต่อผู้ป่วย (EMS/Refer) และกำหนดเส้นทางสำรองผ่านบ่อเกลือ-ปัว สำหรับโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ
นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้จัดทีมแพทย์และสาธารณสุขลงพื้นที่ดูแลสุขภาพประชาชนในศูนย์พักพิงทั้ง 7 แห่งในอำเภอปัว พร้อมสั่งการให้พื้นที่รับน้ำเตรียมความพร้อมเต็มรูปแบบ และเตรียมทีมแพทย์ฉุกเฉินเฉพาะทาง (MERT, mini-MERT, SEhRT, MCATT) เพื่อรับมือกับสถานการณ์ โดยเน้นย้ำถึงความปลอดภัยของบุคลากรด่านหน้าเป็นสำคัญ


