วันนี้ (28 มกราคม) มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการพรรคทางเลือกใหม่ ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่
จุดแรก มงคลกิตติ์เดินทางไปยัง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อพูดคุยกับนักเรียน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีนักเรียนให้ความสนใจจำนวนมาก ทั้งการส่งเสียงให้กำลังใจจากอาคารเรียน การต่อแถวถ่ายภาพ ร่วมทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ขอถ่ายภาพ, ขอลายเซ็น, สัมภาษณ์สั้น รวมถึงการวิดพื้นและถ่ายคลิปวิดีโอ
จากนั้น มงคลกิตติ์เดินทางต่อไปยังคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อพบปะและตอบคำถามนักศึกษาในหลากหลายประเด็น ตั้งแต่เรื่องอวกาศ ไดโนเสาร์ ไปจนถึงสโมสรฟุตบอลอังกฤษ โดยมีนักศึกษา ให้ความสนใจ นอกจากนั้นยังมีนักศึกษามอบของที่ระลึก เช่น ภาพวาดในชุดนักบินอวกาศถือธงชาติไทย อีกด้วย
สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ยังมีตัวแทนจากสมาพันธ์กัญชาเพื่อประชาชน ได้เข้ายื่นหนังสือขอให้สนับสนุนแนวทางการอนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อสันทนาการควบคู่กับการแพทย์ โดยในช่วงหนึ่งของการยื่นหนังสือ ตัวแทนได้มีการแสดงภาพถ่ายของมงคลกิตติ์ที่ถือบ้องสูบกัญชา โดยมงคลกิตติ์ชี้แจงว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพจริง ไม่ได้ตัดต่อ แต่เป็นเพียงการถือถ่ายภาพเท่านั้น ไม่ได้มีการสูบกัญชาจริงๆ แต่อย่างใด
มงคลกิตติ์ให้สัมภาษณ์ว่า การลงพื้นที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในครั้งนี้ เป็นการนำเสนอนโยบายของ พรรคทางเลือกใหม่ ให้กลุ่มคนรุ่นใหม่รับทราบ โดยเชื่อว่าผู้นำประเทศจำเป็นต้องมีความทะเยอทะยานในการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นมหาอำนาจ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ, กองทัพและเทคโนโลยีอวกาศ ภายในระยะเวลา 10 ปี
สำหรับนโยบายสำคัญที่นำเสนอ ได้แก่ การเปิดคาสิโนโดยอนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้าใช้บริการเท่านั้น การทวงคืนสัมปทานพลังงานจากบริษัท ปตท. และโครงการขุดคลองไทยเพื่อสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ รวมถึงการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาด โดยระบุว่า หากได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะสั่งการให้เครื่องบินขับไล่ Gripen ไปทิ้งระเบิดโรงงานผลิตยาเสพติดตามแนวชายแดน และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือ
ด้าน ชัชปัฐวี อัฎฐพรเมธา ตัวแทนสมาพันธ์กัญชาเพื่อประชาชน เปิดเผยว่า การจำกัดการใช้กัญชาเฉพาะทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว อาจทำให้ผู้ใช้ต้องถูกระบุสถานะเป็นผู้ป่วยโดยไม่จำเป็น และอาจส่งผลกระทบต่อการประกันชีวิตหรือหน้าที่การงานในอนาคต พร้อมเสนอให้แยกการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์และสันทนาการออกจากกันตามมาตรฐานสากล เพื่อคุ้มครองสิทธิผู้ใช้และลดผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ สมาพันธ์กัญชาเพื่อประชาชนระบุว่า หลังการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบทางกฎหมาย ส่งผลให้จำนวนผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตลดลงจากกว่า 18,000 ราย เหลือประมาณ 11,000 ราย แม้อุตสาหกรรมกัญชายังคงมีมูลค่าทางเศรษฐกิจเกือบ 20,000 ล้านบาทต่อปี แต่ความไม่แน่นอนด้านนโยบายยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อการลงทุนและการจ้างงานในระบบ










เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/


