×

กลาโหมแจง เครื่องบินรบเมียนมาเข้าน่านฟ้าไทยเป็นช่วงเวลาสั้น ประสาน กต. ทำหนังสือประท้วงเป็นทางการแล้ว

โดย THE STANDARD TEAM
08.07.2022
เครื่องบินรบเมียนมา

วันนี้ (8 กรกฎาคม) พล.อ. ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาแทน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ตั้งถามโดย ศราวุธ เพชรพนมพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย กรณีเครื่องบินรบของรัฐบาลเมียนมารุกล้ำน่านฟ้าของประเทศไทย ว่าไทยในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดและมีพรมแดนติดกับเมียนมายาวกว่า 2,400 กิโลเมตร และเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งมากที่สุด โดยประเทศไทยปรารถนาที่จะเห็นสันติภาพและความมั่นคงของเมียนมาให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ทั้งในฐานะประเทศเพื่อนบ้านและในฐานะครอบครัวอาเซียน

 

และสำหรับกรณีเครื่องบินรบเมียนมารุกล้ำน่านฟ้าของประเทศไทยนั้น ทางกองทัพอากาศได้มีการเฝ้าระวังทางอากาศตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบเรดาร์ของกองทัพอากาศ ซึ่งมีรัศมีตรวจจับครอบคลุมพื้นที่ระยะห่างจากแนวชายแดนเพื่อตรวจจับเครื่องบินที่ทำการบินใกล้บริเวณชายแดน พร้อมทั้งการเตรียมพร้อมหน่วยบินเพื่อสามารถขึ้นปฏิบัติการรองรับสถานการณ์ได้ทันที ซึ่งกรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ทางเรดาร์ของกองทัพอากาศได้ตรวจพบอากาศยานของเมียนมาในเวลา 11.16 น.

 

ซึ่งเมื่อศูนย์ยุทธการทางอากาศได้ทำการพิสูจน์ฝ่ายแล้วได้เฝ้าติดตามอยู่ตลอดเวลา และเวลา 11.48 น. เครื่องบินลำดังกล่าวได้ปฏิบัติการภายในประเทศเมียนมา เวลา 11.56 น. เครื่องบินรบเมียนมาได้ทำการบินล้ำมาฝั่งไทย บริเวณตำบลวาเล่ย์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก และได้หายจากจอเรดาร์ไป

 

โดยช่วงเวลาที่เครื่องบินรบเมียนมาบินเข้าน่านฟ้าไทยถือเป็นช่วงเวลาที่สั้น ทางกองทัพอากาศเมื่อจับเรดาร์ได้ได้มีการสั่งเตรียมความพร้อมโดยทันที โดยทำการประท้วงผ่านผู้ช่วยทูตทหารอากาศไทยประจำเมียนมา และทำการประท้วงผ่านคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น หรือ TBC และในเวลา 14.00 น. ทางกองทัพอากาศได้ตรวจพบอากาศยานซึ่งคาดว่าเป็นเฮลิคอปเตอร์แบบ Mi-17 ทางกองทัพอากาศจึงได้ส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 จำนวน 2 ลำ ขึ้นบินในเวลา 14.02 น. เพื่อเตรียมพร้อมสกัดกั้น

 

ในขณะที่เครื่องบินขับไล่ของไทยอยู่ระหว่างการขึ้นบินพบว่า เฮลิคอปเตอร์แบบ Mi-17 ของเมียนมาได้ทำการขึ้นบินบนน่านฟ้าภายในประเทศของเมียนมาเอง จึงได้สั่งการให้เครื่องบินขับไล่ F-16 ของไทยทำการลาดตระเวนเพื่อรักษาเขต เพื่อเป็นการป้องปรามและป้องกันเหตุผิดพลาดกรณีที่เมียนมาล้ำเข้ามาในเขตประเทศไทยอีก

 

ในเรื่องของการป้องกันเขตน่านฟ้าได้มีเครื่องมือยุทโธปกรณ์ในการดำเนินการ โดยกองทัพอากาศมีเรดาร์ที่สามารถตรวจจับครอบคลุมพื้นที่ตามแนวชายแดนและตามแนวระยะปฏิบัติตามแผน เมื่อตรวจพบอากาศยานดังกล่าวแล้วได้มีการติดตามและเตรียมพร้อมที่จะจัดเครื่องบินขึ้นดำเนินการ มีการพิสูจน์ฝ่ายพิจารณาว่าเครื่องบินดังกล่าวเป็นเครื่องบินที่จะคุกคามหรือไม่ โดยเครื่องบินรบของเมียนมามีทิศทางที่มุ่งหน้ากลับประเทศภายในฐานบิน ทางกองทัพอากาศจึงได้ยกระดับการป้องกันทางอากาศ เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าตรวจทางอากาศมากยิ่งขึ้น 

 

อย่างไรก็ตาม ทางกองทัพอากาศได้ปฏิบัติตามหลักการการใช้กำลังซึ่งเป็นไปตามหลักสากล ภายใต้กระบวนการคิดและตัดสินใจที่เป็นแบบแผนทางทหารตามเขตอำนาจหน้าที่ที่ได้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบ ทั้งด้านทหารและด้านการทูต ซึ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นได้มีการประท้วงทันที และมีการใช้กลไกประสานงานตามแนวชายแดนที่มีอยู่ทั้งระดับพื้นที่และระดับสูง นอกจากนั้นยังได้ประสานงานไปยังกระทรวงการต่างประเทศเพื่อทำหนังสือแจ้งไปยังเมียนมา ซึ่งถือเป็นการประท้วงอย่างเป็นทางการ เรียกร้องให้เยียวยาต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

 

“ประเทศไทยมีนโยบายชัดเจนยืนยันว่าไม่ให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดใช้ดินแดนประเทศไทยสนับสนุนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดที่จะไปปฏิบัติในประเทศอื่นๆ ที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง ตรงนี้นโยบายชัดเจนไม่ให้ดำเนินการโดยเด็ดขาด เรายึดถือการแก้ไขปัญหาในเมียนมาตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน” พล.อ. ชัยชาญกล่าวในที่สุด


READ MORE





Latest Stories

Close Advertising