รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เริ่มปฏิบัติการด้านผู้อพยพที่ ‘เข้มข้นที่สุด’ ในเมืองมินนีแอโปลิส รัฐมินนิโซตาของสหรัฐอเมริกา ซึ่งทรัมป์มองว่า ประเด็นเรื่องผู้อพยพ เป็น ‘ประเด็นสำคัญ’ ที่มีส่วนช่วยให้เขาคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดี เมื่อปลายปี 2024 ได้สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการนี้นำไปสู่การประท้วงและการปะทะกันอย่างรุนแรง จนส่งผลให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางยิงพลเมืองสหรัฐฯ เสียชีวิต 2 คนในเดือนมกราคมนี้ ได้แก่ เรนี กู๊ด (Renee Good) และ อเล็กซ์ เพรตตี (Alex Pretti) พยาบาลแผนก ICU ส่งผลให้สถานการณ์โดยรวมตึงเครียดยิ่งขึ้น ผู้คนลุกฮือประท้วงครั้งใหญ่ และเรียกร้องให้รัฐบาลกลางสอบสวนและตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง
ข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกัน
โดยประเด็นความขัดแย้งหลักอยู่ที่รายละเอียดการเสียชีวิต โดยเฉพาะกรณีของ อเล็กซ์ เพรตตี โดยฝ่ายรัฐบาล ยืนยันว่า เพรตตีทำร้ายเจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยิง เพื่อป้องกันตัว โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงอ้างว่า เหยื่อคือเจ้าหน้าที่ตระเวนชายแดน
ขณะที่ฝ่ายพยานและหลักฐานสำคัญอย่างคลิปวิดีโอจากผู้เห็นเหตุการณ์ชี้ให้เห็นว่า เพรตตีถือโทรศัพท์มือถือ ไม่ใช่อาวุธปืน และกำลังพยายามช่วยเหลือผู้ประท้วงคนอื่นที่ถูกผลักให้ล้มลง ก่อนที่เขาจะถูกเจ้าหน้าที่กดลงกับพื้นและยิงใส่ อีกทั้งคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเขาไม่ได้ชักอาวุธออกมาข่มขู่หรือพยายามจะทำร้ายเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด
แม้เพรตตีจะพกอาวุธปืน แต่เขามีใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้กลุ่มสนับสนุนสิทธิการพกปืน (Gun Rights Groups) ซึ่งปกติจะหนุนพรรครีพับลิกัน เริ่มออกมาวิจารณ์การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ
ขณะที่กรณีของเรนี กู๊ด เจ้าหน้าที่อ้างว่า เธอพยายามขับรถพุ่งชนเจ้าหน้าที่ แต่วิดีโอชี้ว่า เธอกำลังพยายามหักเลี้ยวหนี ซึ่งไม่สอดคล้องกับคำที่เจ้าหน้าที่กล่าวอ้าง ทำให้กระแสเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับทั้งสองคนมีพลังมากยิ่งขึ้น
ผลกระทบทางการเมือง
เหตุการณ์นี้กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อทั้งสองพรรคการเมืองใหญ่ โดยผู้นำพรรคเดโมแครตอย่าง ชัค ชูเมอร์ ขู่ว่าจะโหวตคัดค้านกฎหมายงบประมาณกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) หากไม่มีการยกเครื่องหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) และหน่วยศุลกากรและป้องกันชายแดน (CBP) เพื่อปกป้องประชาชน
นอกจากนี้ ทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา รวมถึง บารัก โอบามา และบิล คลินตัน อดีตประธานาธิบดีจากเดโมแครต ได้ออกมาประณามการกระทำของรัฐบาลทรัมป์อย่างรุนแรง
ขณะที่ฟากฝั่งของพรรครีพับลิกัน แม้ทรัมป์จะยืนยันในแนวทางที่แข็งกร้าว แต่แนวทางดังกล่าวก็ทำให้เกิด ‘ความแตกแยกภายในพรรค’ สมาชิกรีพับลิกันบางส่วนและกลุ่มสนับสนุนสิทธิการครอบครองปืนกังวลเรื่องการยิงพลเมืองที่พกอาวุธถูกกฎหมาย
วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันหลายคน เช่น บิล แคสซิดี สว.จากรัฐลุยเซียนา, ลิซา เมอร์คอว์สกี สว.จากรัฐอะแลสกา และทอม ทิลลิส สว.จากรัฐนอร์ทแคโรไลนา เริ่มตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือและการฝึกอบรมของ ICE โดยผลสำรวจยังชี้ว่า ผู้สนับสนุนทรัมป์ถึง 39% รู้สึกกังวลต่อมาตรการที่เจ้าหน้าที่รัฐใช้ต่อประชาชน
วิกฤตศรัทธาและการตรวจสอบทางกฎหมาย
ความตึงเครียดได้ขยายวงกว้างไปสู่ภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะหลังจากที่ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ถอนความร่วมมือในการสอบสวนคดีการเสียชีวิตของ เรนี กู๊ด ทำให้พนักงานอัยการกลางอย่างน้อย 12 คนลาออกเพื่อประท้วง ขณะที่ศาลรัฐบาลกลางได้ออกคำสั่งห้ามรัฐบาลทำลายหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเพรตตี
ส่วนผู้บริหารบริษัทใหญ่ในรัฐมินนิโซตา เช่น Target และ Best Buy ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ลดระดับความขัดแย้งและหาทางออกร่วมกัน ขณะที่ผู้คนจำนวนไม่น้อยมองว่า มินนิโซตาเป็น ‘จุดทดสอบ’ (Litmus Test) โดยสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่อาจเกิดขึ้นได้ทั่วทั้งประเทศภายใต้รัฐบาลทรัมป์ 2.0 ซึ่งอาจส่งผลต่อผลการเลือกตั้งมิดเทอมสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2026 ไม่มากก็น้อย
ภาพ: Tim Evans / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.reuters.com/world/us/minneapolis-shootings-put-trumps-immigration-surge-center-election-year-fight-2026-01-25/
- https://www.reuters.com/world/us/federal-officials-dig-minneapolis-shooting-narrative-despite-video-evidence-2026-01-25/
- https://www.nytimes.com/live/2026/01/25/us/minneapolis-shooting-ice
- https://www.bbc.com/news/live/cjd0vl1d9vrt


