×

มิเกล อัลมิรอน จากตัวตลกของกรีลิชสู่การเป็น ‘ซานติอาโก มูนเญซ’ ของชาวนิวคาสเซิล

26.10.2022
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

3 MIN READ
  • มิเกล อัลมิรอน ยิง 5 ประตูจากการลงสนาม 5 นัดหลังสุด ซึ่งเทียบเท่ากับจำนวนประตูที่เขาทำได้ในการลงสนามพรีเมียร์ลีกก่อนหน้านี้ 61 นัด 
  • การล้อเลียนของกรีลิชไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ (แต่ก็นะมีหรือที่ไม่ตั้งใจ?) ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในแรงกระตุ้นที่ทำให้ดาวเตะชาวปารากวัยเก็บเอามาใช้เป็นพลังในการเปลี่ยนแปลงฟอร์มการเล่นของตัวเองในฤดูกาลนี้

‘สาลิกาดง’ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด กำลังโบยบินอย่างมีความสุขในเวลานี้ หลังทีมทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสยบทีมแกร่งอย่างท็อตแนม ฮอตสเปอร์ จนได้ขยับขึ้นติด ‘Top 4’ ของพรีเมียร์ลีกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

หนึ่งในนักเตะที่อยู่เบื้องหลังผลงานที่โดดเด่นคือ มิเกล อัลมิรอน ซึ่งทำประตูสุดสวยในเกมนัดล่าสุดด้วยการโซโล่เข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนยิงผ่าน ฮูโก ยอริส เข้าไปอย่างสวยงาม จนต้องขยี้ตาว่านี่ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ หรือเปล่า? (ก่อนหน้านั้นก็ปั่นโค้งเสียบสามเหลี่ยมในเกมกับเอฟเวอร์ตัน!)

 

ประตูนี้เป็นประตูที่ 5 จากการลงสนาม 5 นัดหลังสุด ซึ่งเทียบเท่ากับจำนวนประตูที่เขาทำได้ในการลงสนามพรีเมียร์ลีกก่อนหน้านี้ 61 นัด เรียกได้ว่าผลงานนั้นพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว


เกิดอะไรขึ้นกับอัลมิรอน? อะไรที่เปลี่ยนแปลงนักเตะที่เคยเป็นตัวตลกที่ แจ็ก กรีลิช เอามาล้อเลียน ริยาด มาห์เรซ ในระหว่างช่วงการนั่งรถแห่ฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

 

“ริยาด (มาห์เรซ) รีบเปลี่ยนตัวเขาออกให้ไวที่สุดเลย เขาเล่นเหมือนอัลมิรอน”

 

 

การล้อเลียนของกรีลิชไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ (แต่ก็นะมีหรือที่ไม่ตั้งใจ?) ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในแรงกระตุ้นที่ทำให้ดาวเตะชาวปารากวัยเก็บเอามาใช้เป็นพลังในการเปลี่ยนแปลงฟอร์มการเล่นของตัวเองในฤดูกาลนี้

 

เดิมก่อนที่จะย้ายมาอยู่กับนิวคาสเซิลในปี 2019 อัลมิรอนค้าแข้งอยู่กับทีมแอตแลนตา ยูไนเต็ด (ย้ายมาจากลานุสในช่วงปลายปี 2016 เริ่มต้นฤดูกาลแรกในปี 2017) และเป็นดาวเด่นที่ผนึกกำลังกับ โจเซฟ มาร์ติเนซ จนพาทีมคว้าแชมป์เมเจอร์ลีกซอกเกอร์ (MLS) ได้ในปี 2018 ซึ่งเป็นแค่ฤดูกาลที่ 2 ของ ‘แฟรนไชส์’ ใน MLS

 

ในช่วงพีคฤดูกาล 2018 นั้น อัลมิรอนเคยทำผลงานได้ในระดับยิง 12 ประตู แอสซิสต์อีก 14 ครั้งเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นระดับสตาร์ของเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ และติดทีมออลสตาร์ถึง 2 ครั้งด้วยกัน

 

การย้ายทีมของเขามานิวคาสเซิลในช่วงต้นปี 2019 ก็ถือเป็นการย้ายทีมที่เป็นสถิติของ MLS เลยทีเดียวด้วยค่าตัว 21 ล้านปอนด์ ซึ่งเมื่อแฟนทูนอาร์มีได้เห็นลีลาการเล่นของเขาแล้วก็บอกว่าเหมือน ซานติอาโก มูนเญซ ตัวละครเอกในภาพยนตร์ชุด Goal! เพราะเป็นนักเตะลาตินอเมริกาที่ย้ายมาอยู่ในเมืองถ่านหินเหมือนกัน

 

แต่ชีวิตจริงของอัลมิรอนไม่ง่ายเหมือนมูนเญซ (ความจริงชีวิตของมูนเญซก็ไม่ง่ายเหมือนกัน) เพราะระดับความยากของพรีเมียร์ลีกนั้นสูงมาก สตาร์ลูกหนังมากมายที่ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับเกมฟุตบอลที่เร็วเหมือนจรวดได้

 

ถึงจะมีความเร็วจัดจ้านแต่ทักษะของอัลมิรอนที่คิดว่าดีแล้วก็ยังไม่ดีพอที่จะสร้างอิมแพ็กให้ทีมได้ ปัญหาใหญ่ของเขาคือเรื่องของ ‘End Product’ หรือการเล่นจังหวะสุดท้ายที่ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการผ่านบอลหรือการทำประตู

 

บ่อยครั้งที่อยู่ในตำแหน่งที่ดี มีเวลา แต่อัลมิรอนมักจะตัดสินใจผิด หรือต่อให้ตัดสินใจถูกความแม่นยำไม่ว่าจะยิงหรือจ่ายนั้นแทบไม่มีเลย ซึ่งนั่นทำให้สถิติผลงานของเขาถือว่าย่ำแย่ในระดับที่ต่อให้เป็นแฟนนิวคาสเซิลก็อาจจะไม่ยอมเลือกเขาติดทีม FPL เลยด้วยซ้ำ

 

และนั่นคือเหตุผลที่กรีลิชถึงล้อมาห์เรซว่าเป็น ‘อัลมิรอน’ 

 

อย่างไรก็ดีการมาของ เอ็ดดี ฮาว รวมถึงการสรรหานักเตะที่ยอดเยี่ยมจากทีม Recruitment ชุดใหม่ของนิวคาสเซิลทำให้ทุกอย่างในเซนต์ เจมส์ พาร์ก เริ่มเปลี่ยนแปลง

 

จากทีมที่เล่นได้อย่างเลวร้าย ไม่มีสไตล์ ผู้จัดการทีมฝีมือดีอย่างฮาวค่อยๆ เติมนักเตะเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น คีแรน ทริปเปียร์, นิก โปป, แดน เบิร์น, บรูโน กิมาไรส์, คริส วูด, สเวน บอตแมน จนทำให้ทีมมีโครงสร้าง (Structure) ที่แข็งแกร่ง ขณะเดียวกันก็ปรับจูนนักเตะเดิมในทีมที่พอมีแววให้กลับมาเล่นได้เต็มศักยภาพอีกครั้ง

 

คนแรกที่ถูกพูดถึงคือ โจลินตัน ที่เคยถูกมองว่าเป็นการลงทุนที่ล้มเหลวสำหรับทีมได้เปลี่ยนแปลงตัวเองจนกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่โดดเด่นที่สุด ก่อนจะมาถึงคิวของอัลมิรอน ที่ในฤดูกาลนี้พัฒนาการเล่นขึ้นมาอย่างมากโดยเฉพาะในเรื่องของจังหวะสุดท้าย โดยในฤดูกาลนี้ลงสนาม 12 นัด ยิงได้ 6 ประตู

 

หนึ่งในประตูที่สำคัญและน่าจะเป็นการจุดประกายความมั่นใจให้กับเขาคือลูกเข้าชาร์จหน้าปากประตูที่เป็นลูกตีเสมอให้นิวคาสเซิลในเกมพบกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเกมนั้นจบลงด้วยการเสมอกันอย่างสุดมัน 3-3 และเป็นเกมที่อัลมิรอนโชว์ให้เห็นถึงความสามารถและหัวใจนักสู้

 

ก่อนที่จะมีซีนสุดพีคเมื่อจบเกมอัลมิรอน เดินเอาเสื้อไปแจกให้แฟนบอลที่ชูป้ายว่า “Miggy, Can Grealish have your shirt?” เรียกรอยยิ้มให้กับแฟนแม็กพายส์ได้ทั้งสนาม และแน่นอนรวมถึงรอยยิ้มกว้างของตัวเขาเองด้วย

 

อัลมิรอน เดินไปมอบเสื้อให้แฟนบอลที่ชูป้ายล้อกลับ แจ็ก กรีลิช หลังเกมที่พบกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้

 

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาอัลมิรอนก็กลายเป็นคนละคน โดยในเดือนตุลาคมลงสนาม 5 นัด ยิงไป 5 ประตู ซึ่งเอาเฉพาะแค่เดือนนี้เดือนเดียวตัวจี๊ดคิ้วหนาก็ยิงเยอะกว่าที่กรีลิชยิงให้กับแมนฯ ซิตี้ได้นับตั้งแต่ย้ายมาจากแอสตัน วิลลาด้วยค่าตัว 100 ล้านปอนด์เมื่อปีกลายแล้ว (ยิงได้ 4 ประตูจากการเล่น 32 นัด)

 

เรื่องราวการพิสูจน์ตัวเองของอัลมิรอนจึงเป็นหนึ่งในเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจที่สมควรนำมาเป็นแบบอย่างของคำว่า “ความพยายามไม่เคยทำร้ายใคร”

 

ต่อให้ใครจะดูถูกเราอย่างไร ตราบใดที่เราไม่ดูถูกตัวเองและยังคงมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ให้เห็นด้วยผลงานแล้ว สักวันจะเป็นของเรา

 

‘มิกกี้’ อัลมิรอน จดจำชื่อไว้ให้ดี!

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising