วันนี้ (16 มีนาคม) ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. นำโดย ปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวว่า สถานการณ์โดยรวมยังคงขยายตัวต่อเนื่อง และมีการแลกเปลี่ยนการโจมตีทางอากาศในหลายประเทศ โดยเฉพาะในอิหร่าน อิสราเอล และอิรัก ขณะที่อิหร่านยังคงโจมตีทางอากาศไปยังประเทศสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมือแห่งรัฐอ่าวอาหรับ หรือ GCC รวมถึงจอร์แดน โดยเฉพาะบริเวณท่าเรือ สนามบิน และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
นอกจากนี้ สหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่าน ซึ่งรวมถึงจุดส่งออกน้ำมันสำคัญอย่างเกาะคาร์ก โดยมีรายงานว่าอิสราเอลโจมตีใกล้พื้นที่กลุ่มชุมนุมในกรุงเตหะราน
ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์มีความไม่แน่นอน กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้คนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด และติดตามข่าวสาร รวมถึงคำแนะนำจากช่องทางทางการของสถานเอกอัครราชทูตฯ และสถานกงสุลใหญ่ฯ ที่รับผิดชอบในพื้นที่ ตลอดจนลงทะเบียนแจ้งข้อมูลและช่องทางติดต่อกับสถานทูตฯ และสถานกงสุลใหญ่ฯ
ส่วนความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทยในเรือมยุรีนารี เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ลูกเรือคนไทยจำนวน 20 คน ได้รับการช่วยเหลือและเดินทางกลับถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว โดยลูกเรือทั้งหมดมีขวัญกำลังใจที่ดี
สำหรับการเร่งค้นหาลูกเรือไทยอีก 3 คน ปาณิดล กล่าวว่า เมื่อวานนี้ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน โดยได้ขอให้ฝ่ายอิหร่านสนับสนุนการช่วยเหลือลูกเรือไทยอีก 3 คน ที่ยังติดค้างอยู่ในเรือมยุรีนารี พร้อมหารือเกี่ยวกับการอนุญาตให้เรือพาณิชย์ของไทยเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย พร้อมย้ำท่าทีของไทยที่เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกลับสู่การเจรจาและการทูต เพื่อให้สถานการณ์ยุติลงด้วยสันติโดยเร็ว
ปาณิดล กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกรณีอิหร่าน แม้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน จะย้ายสถานทูตไปยังประเทศตุรกีชั่วคราว แต่ยังคงให้ความช่วยเหลือคนไทยอย่างต่อเนื่อง หากมีคนไทยประสงค์จะเดินทางกลับ ขณะเดียวกันได้กำหนดการอพยพเพิ่มเติมอีก 2 รอบ คือวันที่ 17 และ 25 มีนาคม จึงขอให้ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางแจ้งความประสงค์กับสถานทูตฯ โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ สถานทูตฯ จะจัดหาเที่ยวบินเพิ่มเติมตามความต้องการและสถานการณ์ต่อไป
ที่ผ่านมาได้อพยพคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางเดินทางกลับประเทศไทยแล้วทั้งสิ้น 952 คน
ส่วนสวัสดิภาพของลูกเรือไทยอีก 3 คนที่เหลืออยู่ในเรือมยุรีนารี ปาณิดล ระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศยังคงรอฟังข่าวและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยได้ประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโอมาน และสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยอย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมัสกัต พร้อมยืนยันว่าให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างเต็มที่ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันใดๆ จึงขอให้รอติดตามสถานการณ์ต่อไป
ส่วนภาพรวมการอพยพคนไทยจากประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ปาณิดล กล่าวว่า จุดที่มีความท้าทายและยากลำบากที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว คือกรณีการช่วยเหลือคนไทยในอิหร่าน ซึ่งเป็นจุดที่มีความอันตรายที่สุด และรัฐบาลมีนโยบายชัดเจนว่าต้องอพยพ โดยคนไทยสองกลุ่มแรกเดินทางออกมาเรียบร้อยแล้ว ส่วนอีกสองกลุ่มที่กำลังจะอพยพกำลังจะทยอยเดินทางออกมา
ขณะที่ในพื้นที่อื่นๆ ไทยยึดหลักการอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ โดยพิจารณาปัจจัยต่างๆ ประกอบกับความพร้อมของเที่ยวบินและการเปิดน่านฟ้า หากไม่สามารถเปิดได้ ก็จะเดินทางไปยังพื้นที่ใกล้เคียงแทน ซึ่งสามารถดำเนินการได้ด้วยดี พร้อมยืนยันว่า หากมีสถานการณ์เพิ่มเติม ไทยก็สามารถรับมือได้


