สมรภูมิตะวันออกกลางก้าวสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านในปฏิบัติการมหาพิโรธ (Operation Epic Fury) ร่วมกับอิสราเอลที่ใช้ชื่อปฏิบัติการราชสีห์คำราม (Operation Roaring Lion) เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จนนำไปสู่เหตุการณ์ลอบสังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านภายในไม่ถึง 24 ชั่วโมง
ปัจจุบัน ความขัดแย้งขยายวงกว้างไปถึง 8 ประเทศในภูมิภาค เมื่ออิหร่านยื่นคำขาดว่า ฐานทัพ สิ่งอำนวยความสะดวก และทรัพย์สินของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางคือเป้าหมายอันชอบธรรมในการโจมตีเพื่อตอบโต้ ขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงแนวโน้มความยืดเยื้อของสงครามที่อาจกินเวลา 5 สัปดาห์ แม้ผู้นำกลุ่มใหม่อิหร่านจะให้สัญญาณขอใช้วิธีทางการทูตก็ตาม
THE STANDARD สรุปตัวเลขความเสียหาย ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต รวมถึงผลกระทบจากการโจมตีทางทหารโดยรอบภูมิภาคตะวันออกกลาง
อิหร่าน
- Al Jazeera รายงานว่า การโจมตีของสหรัฐฯ-อิสราเอล ทำให้ผู้นำระดับสูงของอิหร่านเสียชีวิตนับ 40 นาย โดยรายชื่อส่วนหนึ่ง ได้แก่
- คาเมเนอี
- อาลี ชัมคานี ที่ปรึกษาผู้นำสูงสุด
- พลตรี อับดุลรอฮีม มูซาวี เสนาธิการทหารสูงสุดแห่งกองทัพอิหร่าน
- พลจัตวา อาซิซ นาซีร์ซาเดห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิหร่าน
- พลจัตวา โมฮัมหมัด ปักปูร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC)
- ขณะที่พื้นที่ในอิหร่านที่ได้รับความเสียหายตามรายงานของสื่อหลายแห่ง รวมทั้งสิ้น 24 แห่ง เช่น กรุงเตหะราน และเมืองมินาบ ซึ่งเกิดเหตุสะเทือนขวัญที่สุด หลังโรงเรียนประถมหญิงล้วนถูกโจมตี มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 148 ราย และบาดเจ็บ 95 ราย ตามข้อมูลจากสื่อท้องถิ่นอิหร่าน
- สำหรับตัวเลขผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บ สำนักงานกาชาดอิหร่านรายงานว่า ขณะนี้มีผู้เสียชีวิต 201 คน และบาดเจ็บราว 747 คน
อิสราเอล
- มีความเสียหายจากการตอบโต้ของอิหร่านที่ยิงขีปนาวุธนำวิถี โดยมีผู้เสียชีวิต 9 คน บาดเจ็บ 121 คน และบาดเจ็บสาหัส 1 คน
- เหตุการณ์รุนแรงที่สุดในช่วงบ่ายวันที่ 1 มีนาคม หลังขีปนาวุธตกที่เมืองเบตเชเมช คร่าชีวิตประชาชน 8 คน และบาดเจ็บอีก 20 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต ขณะที่ในกรุงเทลอาวีฟ มีผู้เสียชีวิต 1 คนจากการถูกสะเก็ดระเบิด
- ส่วนความเสียหายในเมือง สื่ออิสราเอลระบุว่า อาคารหลายแห่งในกรุงเทลอาวีฟได้รับผลกระทบประมาณ 40 แห่งทั่วเมือง
สหรัฐฯ
- เมื่อคืนนี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ รายงานว่า มีทหารอเมริกันเสียชีวิต 3 นาย และบาดเจ็บสาหัสอีก 5 นาย
- ขณะที่แถลงการณ์ระบุว่า ทหารอีกหลายนายมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยจากสะเก็ดระเบิด ขณะที่บางส่วนมีอาการกระทบกระเทือนทางสมอง
- กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันว่า สหรัฐฯ ยังคงปฏิบัติการรบต่อไป โดยทรัมป์ให้สัมภาษณ์ว่า อาจกินเวลาอย่างน้อย 5 สัปดาห์
บาห์เรน
- บาห์เรนตกเป็นเป้าหมายของอิหร่าน เพราะเป็นที่ตั้งฐานทัพเรือสหรัฐฯ ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในอ่าวเปอร์เซีย คือ ฐานกองเรือที่ 5 ซึ่งเป็นศูนย์กลางปฏิบัติการทางทะเลของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง
- ปัจจุบัน ทางการบาห์เรนรายงานว่า ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่มีผู้บาดเจ็บ 4 รายจากสะเก็ดระเบิด หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีหลายจุดในประเทศ
- ขณะที่ท่าอากาศยานนานาชาติบาห์เรนถูกโดรนโจมตี ทำให้เกิดความเสียหายด้านทรัพย์สิน แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ดี อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นทั้งในด้านการบินและการเดินทางในภูมิภาคอ่าว
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)
- เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยมีฐานทัพอากาศ อัล-ดาฟรา เป็นฐานทัพสำคัญที่สุดสำหรับสหรัฐฯ ซึ่งใช้สำหรับปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ การสอดแนม และการเติมน้ำมันกลางอากาศ รวมถึงเป็นที่ตั้งของระบบป้องกันขีปนาวุธ Patriot และ THAAD
- ทั้งนี้ มีรายงานว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศตรวจพบขีปนาวุธถึง 165 ลูก ขณะที่อิหร่านยิงโดรนมากกว่า 540 ลำ และครูซมิสไซล์ 2 ลูก แม้ส่วนใหญ่จะถูกสกัด แต่โดรน 21 ลำพุ่งชนเป้าหมายพลเรือน
- ผู้เสียชีวิตมากกว่า 4 ราย โดยเป็นชาวต่างชาติ 3 ราย หนึ่งในนั้นคือชาวปากีสถานและชาวเอเชีย หลังถูกเศษซากขีปนาวุธตกใส่ย่านที่พักอาศัยใกล้สนามบินซายิดในอาบูดาบี ขณะที่มีผู้บาดเจ็บประมาณ 100 คน
- ขณะที่ในดูไบ มีพนักงานสนามบินได้รับบาดเจ็บ 4 ราย และเกิดเพลิงไหม้ในย่านปาล์มจูไมราห์ มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย
- นอกจากนี้ โรงแรมหรูยังเกิดเหตุไฟไหม้ สนามบินนานาชาติดูไบได้รับความเสียหาย
และอาคารที่พักอาศัยหลายแห่งถูกแรงระเบิดกระจกแตก
- New York Times ออกบทวิเคราะห์ว่า การโจมตีในตะวันออกกลางทำให้นครดูไบ พื้นที่ปลอดภัยที่สุดในตะวันออกกลางไม่ปลอดภัยอีกต่อไป
คูเวต
- คูเวตตกเป็นเป้าหมายของอิหร่านเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะฐานทัพอากาศของสหรัฐฯ อย่าง อาลี อัล-ซาเลม และสนามบินนานาชาติคูเวต
- ปัจจุบัน แม้ระบบป้องกันภัยทางอากาศสกัดขีปนาวุธได้หมด แต่การโจมตีด้วยโดรนทำให้มีผู้เสียชีวิตในอาคารผู้โดยสาร 1 ราย และบาดเจ็บ 32 ราย
โอมาน
- แม้โอมานจะวางตัวเป็นกลางในตะวันออกกลาง โดยมีสถานะเป็นตัวกลางช่วยเจรจาข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในช่วงก่อนการโจมตี แต่มีรายงานว่า โดรน 2 ลำโจมตีท่าเรือดุกม์ ทำให้แรงงานต่างชาติ 1 คนได้รับบาดเจ็บ
- ขณะที่ เรือบรรทุกน้ำมันติดธงปาเลาถูกโจมตีห่างจากชายฝั่งเขตมูซันดัมประมาณ 9 กิโลเมตร ซึ่งใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 4 คน
กาตาร์
- กระทรวงกลาโหมกาตาร์ยืนยันว่า ฐานทัพอากาศ อัล-อูเดด หรือฐานทัพที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ในภูมิภาค ถูกขีปนาวุธวิถีโค้งโจมตี 2 ลูก
- นอกจากนี้ ยังมีโดรนพุ่งเป้าไปที่ติดตั้งเรดาร์แจ้งเตือนภัยล่วงหน้า แต่ระบบป้องกันภัยทางอากาศของกาตาร์ร่วมกับพันธมิตร สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธได้ประมาณ 65 ลูก และโดรนอีก 12 ลำ
- ปัจจุบัน มีผู้บาดเจ็บรวมทั้งสิ้น 16 คน บาดเจ็บสาหัส 1 คน และไม่มีผู้เสียชีวิต โดยส่วนใหญ่ได้รับอาการบาดเจ็บจากเศษซากขีปนาวุธและสะเก็ดระเบิดที่ตกใส่พื้นที่ชุมชน
- ปัจจุบัน สำนักงานการบินพลเรือนกาตาร์ประกาศระงับการเดินอากาศทั้งหมดอย่างไม่มีกำหนด ขณะที่สายการบิน Qatar Airways ประกาศยกเลิกทุกเที่ยวบิน โดยมีกำหนดอัปเดตสถานะการบินอีกครั้งในวันนี้ เวลา 09:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 13:00 น. ตามเวลาประเทศไทย
ซาอุดีอาระเบีย
- แม้ซาอุดีอาระเบียจะประกาศจุดยืนไม่ให้ชาติใช้ดินแดนหรือน่านฟ้าในการโจมตีอิหร่าน แต่ยังคงตกเป็นเป้าหมายในการตอบโต้ โดยเน้นไปที่ศูนย์กลางอำนาจและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
- ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียยืนยันว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธมุ่งเป้ามายังกรุงริยาดและภาคตะวันออก ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันที่สำคัญระดับโลกและฐานทัพอากาศคิงอับดุลอาซิซ
- ปัจจุบัน ยังไม่มีรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ ขณะที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนไว้ได้ทั้งหมดก่อนถึงเป้าหมาย
- ด้านรัฐบาลซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีของอิหร่านอย่างรุนแรง โดยระบุว่าเป็น ‘การกระทำที่ขี้ขลาด’ และ ‘ไม่สามารถยอมรับได้’ พร้อมยืนยันสิทธิในการดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องอธิปไตยและประชาชน
จอร์แดน
- จอร์แดนกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนที่มุ่งหน้าไปยังอิสราเอล แต่รัฐบาลประกาศจุดยืนไม่ยอมให้ฝ่ายใดใช้ฐานทัพอากาศเพื่อตอบโต้เหมือนซาอุดีอาระเบีย
- ทั้งนี้ กองทัพบกและกองทัพอากาศจอร์แดนรายงานว่า สามารถสกัดกั้นและทำลายเป้าหมายทางอากาศ รวมทั้งสิ้น 49 รายการ ซึ่งประกอบด้วยโดรนพลีชีพและขีปนาวุธวิถีโค้งที่ลุกล้ำเข้ามาในน่านฟ้า
- ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิต แต่บางพื้นที่เสียหายจากเศษซากขีปนาวุธและโดรน
อิรัก
- อิรักเป็นเป้าหมายการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยมีการโจมตีฐานทัพจูร์ฟ อัล-ซัคเฮอร์ ทางตอนใต้ของอิรัก ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองกำลังระดมพลประชาชน (Popular Mobilization Forces) และกลุ่มติดอาวุธคาตาอิบ ฮิซบอลเลาะห์ (Kataib Hezbollah) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
- แหล่งข่าวยืนยันว่า มีนักรบ 2 นายเสียชีวิต ส่วนอีก 5 นายได้รับบาดเจ็บ
- นอกจากนี้ เขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถานยังมีรายงานเสียงระเบิดรุนแรงหลายครั้งใกล้สถานกงสุลสหรัฐฯ และสนามบินนานาชาติเออร์บิล แต่ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดโดรนได้สำเร็จ
- ปัจจุบัน อิรักยังคงเป็นพื้นที่เป้าหมายที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่กองกำลังสหรัฐฯ และกลุ่มติดอาวุธที่สนับสนุนอิหร่านเผชิญหน้ากันโดยตรง
ภาพ: Ilan Rosenberg / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.aljazeera.com/news/2026/3/1/who-are-irans-senior-figures-killed-in-us-israeli-attacks
- https://www.aljazeera.com/news/2026/3/1/us-israel-attacks-on-iran-death-toll-and-injuries-live-tracker
- https://www.washingtonpost.com/world/2026/02/28/israel-strikes-iran-live-updates/
- https://www.washingtonpost.com/investigations/2026/03/01/where-iran-strikes-middle-east-images-video/
- https://www.politico.com/news/2026/03/01/3-us-troops-reported-killed-in-iran-attack-00806205
- https://www.nytimes.com/2026/03/01/world/middleeast/iran-attacks-dubai-persian-gulf-countries-retaliation.html


