×

ศบก. อัปเดตวิกฤตตะวันออกกลาง 2 เรือไทยใน UAE ปลอดภัย เดินหน้าช่วย 3 ลูกเรือมยุรีนารี ท่ามกลางข้อจำกัดสู้รบ

โดย THE STANDARD TEAM
13.03.2026
  • LOADING...
อธิบดีกรมเจ้าท่าและรองเจ้ากรมยุทธการทหารเรือ แถลงข่าวอัปเดตสถานการณ์เรือไทยและลูกเรือในวิกฤตตะวันออกกลาง

วันนี้ (13 มีนาคม) ที่ ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) กริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย พลเรือตรี จุมพล นาคบัว รองเจ้ากรมยุทธการทหารเรือ ร่วมแถลงข่าวรายงานสถานการณ์ประจำวัน ถึงความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือเรือและลูกเรือไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในบริเวณอ่าวอาหรับ

 

อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยถึงกรณีเรือบรรทุกสินค้ามยุรีนารี ซึ่งถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ตัวเรือด้านท้ายได้รับความเสียหาย โดยขณะนี้ยังมีลูกเรืออีก 3 คนที่อยู่ระหว่างการค้นหาและรอรับความช่วยเหลือ ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับทางการประเทศโอมานเพื่อเข้าช่วยเหลือและกู้เรืออย่างเร่งด่วน

 

สำหรับข้อกังวลเรื่องเรือไทยที่อาจตกค้างอยู่ในอ่าวอาหรับนั้น อธิบดีกรมเจ้าท่ายืนยันว่า ปัจจุบันไม่มีเรือที่ชักธงไทยหรือถือสัญชาติไทยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังคงมีเรือของบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการไทยแต่จดทะเบียนสัญชาติสิงคโปร์ จำนวน 2 ลำ จอดเทียบท่าอย่างปลอดภัยอยู่ในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) โดยเรือลำแรกมีลูกเรือชาวไทย 14 คน และชาวอินเดีย 8 คน ส่วนลำที่สองมีลูกเรือชาวไทยทั้งลำจำนวน 22 คน ซึ่งทุกคนยังอยู่ในสถานะที่ปลอดภัย

 

ทางด้าน รองเจ้ากรมยุทธการทหารเรือ กล่าวถึงการรับมือด้านความมั่นคงว่า กองทัพเรือได้มอบหมายให้เสนาธิการทหารเรือ บูรณาการกลไกความมั่นคงเพื่อเฝ้าระวังและประสานการปฏิบัติตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยได้ออกประกาศแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงไปแล้วถึง 4 ฉบับ (วันที่ 24 ก.พ., 2 มี.ค., 6 มี.ค. และ 10 มี.ค.)

 

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ได้มีการเชิญผู้ประกอบการทุกภาคส่วนที่ใช้เส้นทางดังกล่าวมาหารือ หลังพบสถิติการขนส่งทางเรือลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 183 ลำ เหลือเพียง 3 ลำในช่วงเวลาเร่งด่วน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านการขนส่งพลังงานทางทะเล กองทัพเรือจึงได้ทำงานร่วมกับ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศร.ชล.) และศูนย์ปฏิบัติการกรมเจ้าท่า เพื่อประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เรือพาณิชย์ต่างๆ มีความพร้อมในการรับมือมากขึ้น

 

รองเจ้ากรมยุทธการทหารเรือ ระบุเพิ่มเติมว่า กองทัพเรือได้ติดตามสถานการณ์เป็นรายชั่วโมง สำหรับกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศกล่าวถึงการวางทุ่นระเบิดนั้น ปัจจุบันยังไม่พบทุ่นระเบิดลอยน้ำแต่อย่างใด แต่การตรวจสอบพื้นที่ทำได้ยากลำบาก เนื่องจากขณะนี้มีเรือสัญจรผ่านเพียง 1 ลำ ส่วนที่เหลือจอดเทียบท่าทั้งหมด ประกอบกับในพื้นที่มีสภาวะการรบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Warfare) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบกำหนดตำแหน่ง (GPS) อุปกรณ์สื่อสาร และระบบดาวเทียม ทำให้การเดินทางเข้าไปในพื้นที่มีความเสี่ยงสูงมาก ล่าสุด องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ได้ยกระดับมาตรการให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตงดเว้นการเข้าพื้นที่เสี่ยง 100% แล้ว

 

ในตอนท้าย พลเรือตรี จุมพล ยืนยันว่า ปัจจุบันไม่มีเรือไทยเดินทางเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงเพิ่มเติมแล้ว คงเหลือเพียงเรือบางส่วนที่พำนักอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยเท่านั้น ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า และ ศร.ชล. จะร่วมกันเฝ้าระวังและใช้สรรพกำลังอย่างเต็มขีดความสามารถ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ ตลอดจนดูแลสวัสดิภาพและความปลอดภัยของคนไทยทุกคนอย่างดีที่สุด

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising