วานนี้ (17 สิงหาคม) ใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงความคืบหน้ากระบวนการประนอมภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)
โดยเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ศาลประจำอนุญาโตตุลาการ (Permanent Court of Arbitration: PCA) ซึ่งเป็นนายทะเบียนที่ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมาธิการประนอม ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการแต่งตั้งเอกอัครราชทูต แคทรีนา คูเปอร์ ชาวออสเตรเลีย เป็นคณะกรรมาธิการประนอมคนที่ 5 ซึ่งจะทำหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการประนอม โดยเธอเป็นนักการทูตและนักกฎหมายระหว่างประเทศที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการกฎหมายระหว่างประเทศ เป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์มายาวนานทั้งในด้านกฎหมายระหว่างประเทศและการทูตการเจรจา ทั้งยังเป็นบุคคลที่รู้จักภูมิภาคอาเซียนเป็นอย่างดี ในฐานะที่เคยเป็นรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลียที่มีภารกิจดูแลภูมิภาคนี้ และเป็นหนึ่งในบุคคลที่ไทยสนับสนุนในกระบวนการปรึกษาหารือระหว่างทุกฝ่ายก่อนหน้านี้
เอกอัครราชทูตคูเปอร์เคยเป็นตัวแทนร่วม (Co-Agent) ของรัฐบาลออสเตรเลียในกระบวนการประนอมภายใต้ UNCLOS ระหว่างออสเตรเลียกับติมอร์-เลสเต ซึ่งเป็นกระบวนการประนอมภายใต้ UNCLOS ครั้งแรกของโลก ทำให้มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ซึ่งมีความสำคัญสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว
ฝ่ายไทยมั่นใจว่า ประสบการณ์ในด้านกฎหมายและการทูตของเอกอัครราชทูตคูเปอร์จะช่วยเอื้อต่อความเข้าใจบริบทและประเด็นสำคัญในสถานการณ์ไทย-กัมพูชาเป็นอย่างดี
ขณะที่คณะกรรมาธิการประนอมได้รับการแต่งตั้งโดยสมบูรณ์ทั้ง 5 ท่านแล้ว และฝ่ายไทยเองก็ได้แต่งตั้งสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้แทน (Agent) พร้อมด้วยเอกอัครราชทูต ทรงชัย ชัยปฏิยุทธ ในฐานะรองผู้แทน (Deputy Agent) แล้ว
หลังจากนี้ คณะกรรมาธิการฯ จะกำหนดวันและสถานที่ประชุมครั้งแรกซึ่งเบื้องต้นคาดว่า จะจัดขึ้นได้ภายในเดือนกันยายน 2569 ซึ่งต้องติดตามรายละเอียดต่อไป
โดยวาระสำคัญของการประชุมครั้งแรกคาดว่า จะเป็นการพิจารณาจัดทำข้อบังคับ (Rules of Procedure)ซึ่งจะเป็นหลักเกณฑ์และกรอบการทำงานของคณะกรรมาธิการฯ ตลอดจนแนวทางสำหรับการประชุมและการดำเนินกระบวนการในระยะต่อไป เช่น การกำหนดสถานที่และช่วงเวลาสำหรับการประชุม และรายละเอียดแนวทางที่เกี่ยวข้องอื่นๆ
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ย้ำว่ากระบวนการประนอมนั้นไม่ใช่การขึ้นศาล โดยผลลัพธ์ไม่ใช่คำพิพากษาและไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่เป็นข้อเสนอแนะที่ทั้งสองฝ่ายจะนำไปพิจารณาต่อไป
ขณะที่กรรมาธิการทั้ง 5 เป็นผู้เชี่ยวชาญที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลาง มีความเข้าใจบริบทของสถานการณ์ และจะช่วยให้ข้อเสนอแนะหรือทางออกที่มีความสมดุล ซึ่งทั้งสองฝ่ายต้องนำเสนอมุมมองและชี้แจงข้อเท็จจริงและพิจารณาข้อเสนอแนะจากคณะกรรมาธิการฯ ว่าจะเป็นพื้นฐานให้ทั้งสองฝ่ายนำไปหารือกันต่อได้หรือไม่
ในฐานะสมาชิกของประชาคมระหว่างประเทศที่มีความรับผิดชอบและเคารพ ในกฎหมายระหว่างประเทศ ไทยพร้อมสนับสนุนและเข้าร่วมกระบวนการอย่างเต็มที่ บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน โดยกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของชาติ อย่างดีที่สุด และจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบอย่างต่อเนื่อง


