×

คลื่นใต้น้ำที่ Meta! เบื้องหลังภารกิจสร้างสุดยอด AI ของซักเคอร์เบิร์ก ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ศึกชิงอำนาจ และพนักงานที่แห่ลาออก

31.08.2025
  • LOADING...
meta-ai-talent-war

เบื้องหลังการทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อสร้าง ‘สุดยอดปัญญาประดิษฐ์ส่วนบุคคล’ (personal superintelligence) ของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก กำลังเกิดคลื่นใต้น้ำครั้งใหญ่ที่สั่นสะเทือนเสถียรภาพของ Meta Platforms Inc. โดยมีรายงานว่า เซิ่งเจีย จ้าว หนึ่งในผู้ร่วมสร้าง ChatGPT ซึ่งเพิ่งถูกซื้อตัวมาจาก OpenAI ได้ขู่ที่จะลาออกและกลับไปอยู่กับนายจ้างเก่าภายในเวลาเพียงไม่กี่วันหลังเริ่มงาน

 

เหตุการณ์ดังกล่าวจบลงด้วยการที่ จ้าว ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ‘หัวหน้านักด้านวิทยาศาสตร์ AI’ (Chief AI Scientist) คนใหม่ของ Meta ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างหนักของซักเคอร์เบิร์กที่จะรั้งตัวบุคลากรระดับหัวกะทิไว้ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้นำระดับสูงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 20 ปีของบริษัท

 

ซักเคอร์เบิร์กซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ไม่กี่คนที่ยังคงดำรงตำแหน่งซีอีโอ กำลังปรับเปลี่ยนทิศทางการบริหารจากการพึ่งพาผู้บริหารที่ภักดีมายาวนานอย่าง คริส ค็อกซ์ ไปสู่กลุ่มผู้บริหาร AI รุ่นใหม่ที่เพิ่งถูกซื้อตัวเข้ามาอย่าง เซิ่งเจีย จ้าว, อเล็กซานเดอร์ หวัง อดีตซีอีโอ Scale AI และ แนท ฟรีดแมน อดีตซีอีโอ GitHub

 

การมาถึงของผู้บริหารหน้าใหม่เหล่านี้ได้สร้างแรงกระเพื่อมและความตึงเครียดไปทั่วทั้งองค์กร พนักงานปัจจุบันต้องปรับตัวเข้ากับทิศทางใหม่ ขณะที่ผู้บริหารใหม่ก็พยายามที่จะแสดง ‘อำนาจ’ และปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมการทำงานที่ซับซ้อนของบริษัทขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าสูงถึง 1.95 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 62.95 ล้านล้านบาท) และมีซีอีโอที่ลงมาควบคุมรายละเอียดในทุกขั้นตอน

 

ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นไม่ได้มีเพียงแค่การขู่ลาออก แต่ยังรวมถึงการที่พนักงานใหม่หลายคนตัดสินใจลาออกไปหลังจากที่ทำงานได้เพียงไม่กี่สัปดาห์ เช่น อีธาน ไนท์ นักวิทยาศาสตร์ด้าน Machine Learning หรือกระทั่ง อาวี เวอร์มา อดีตนักวิจัยจาก OpenAI ที่ผ่านกระบวนการปฐมนิเทศแล้วแต่ไม่มาปรากฏตัวในวันทำงานวันแรก 

 

นอกจากนี้ ริชาภ อการ์วาล นักวิทยาศาสตร์ด้านการวิจัยที่เข้าร่วมงานเมื่อเดือนเมษายน ก็ประกาศลาออกผ่านทาง X โดยระบุว่าแม้ข้อเสนอของซักเคอร์เบิร์กและหวังจะน่าสนใจมาก แต่เขารู้สึกถึงแรงดึงดูดที่จะไปเสี่ยงในรูปแบบอื่น

 

ขณะเดียวกัน พนักงานระดับสูงที่ทำงานกับบริษัทมานานก็เริ่มทยอยลาออกเช่นกัน ซึ่งรวมถึง ชยา นายัค และ ลอเรดานา คริสซาน ที่ทำงานในฝ่าย Generative AI มาเกือบสิบปี แสดงให้เห็นว่าความปั่นป่วนครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อบุคลากรทั้งเก่าและใหม่ ซึ่ง Meta ได้ออกมาตอบโต้ว่าการลาออกเป็นเรื่องปกติสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ และไม่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้

 

สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อ Meta ได้ประกาศปรับโครงสร้างฝ่าย AI เป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 6 เดือน ซึ่งทำให้พนักงานบางส่วนเริ่มแสดงความเหนื่อยหน่ายผ่านโซเชียลมีเดีย โดย มิแมนซา ไจสวาล นักวิจัยของบริษัทได้ทวีตข้อความติดตลกว่า “ปรับอีกสักรอบทุกอย่างก็คงจะดีขึ้น แค่อีกรอบเดียวเท่านั้นแหละ”

 

ผู้ที่เข้ามากุมบังเหียนฝ่าย AI ทั้งหมดคือ อเล็กซานเดอร์ หวัง อดีตซีอีโอหนุ่มวัย 28 ปี ซึ่งซักเคอร์เบิร์กได้ทุ่มเงินลงทุนในบริษัท Scale AI ของเขาไปถึง 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4.52 แสนล้านบาท) เพื่อดึงตัวเขามาเป็นผู้นำแผนกใหม่ที่ชื่อว่า TBD ซึ่งเป็นหน่วยงานลับสุดยอดที่เต็มไปด้วยบุคลากรระดับหัวกะทิ

 

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าสไตล์การทำงานของ หวัง ซึ่งขาดประสบการณ์ในการบริหารทีมขนาดใหญ่ในองค์กรระดับ Big Tech ได้สร้างความขัดแย้งกับพนักงานบางส่วน นอกจากนี้ยังมีความตึงเครียดระหว่างเขากับซักเคอร์เบิร์ก ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าลงมา ‘จัดการในรายละเอียดมากเกินไป’ (micromanaging) และคอยเร่งให้ทีมงานสร้างสุดยอดปัญญาประดิษฐ์ให้ได้เร็วยิ่งขึ้น

 

หนึ่งในการตัดสินใจแรกๆ ของทีมผู้บริหารชุดใหม่คือการระงับแผนการปล่อยโมเดลภาษา Llama Behemoth ซึ่งเคยเป็นโมเดลเรือธงของบริษัท สู่สาธารณะ หลังจากที่ผลการทดสอบออกมาไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง และหันไปมุ่งเน้นการสร้างโมเดลที่ล้ำสมัยกว่าเดิมแทน

 

การปรับทัพครั้งใหญ่นี้ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้บริหาร AI รุ่นเก่า ยานน์ เลอคูน ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้านักด้านวิทยาศาสตร์ AI มายาวนาน ตอนนี้ต้องไปรายงานตรงต่อ หวัง ขณะที่ อาหมัด อัล-ดาห์เล ซึ่งเคยเป็นผู้บริหารฝ่าย Llama ก็ยังไม่มีตำแหน่งที่ชัดเจน และ คริส ค็อกซ์ ก็ถูกลดบทบาทจากการดูแล Generative AI โดยตรง

 

ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย ล่าสุด Meta ได้ประกาศ ‘ระงับการจ้างงานชั่วคราว’ ในทุกทีมของฝ่าย AI ยกเว้นตำแหน่งที่สำคัญอย่างยิ่งยวด พร้อมทั้งมีรายงานว่าบริษัทกำลังพิจารณาลดขนาดทีม AI ลง โดยในบันทึกถึงผู้จัดการระบุว่า การหยุดจ้างงานชั่วคราวนี้จะช่วยให้ทีมผู้นำได้วางแผนกำลังคนสำหรับปี 2026 อย่างรอบคอบไปพร้อมกับการปรับกลยุทธ์ของบริษัท


หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.28 บาท ณ วันที่ 29 สิงหาคม 2568 

 

ภาพ: AFP PHOTO / JIM WATSON

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising