×

CRC – เป้าหมายปี 2567, พรีวิวผลประกอบการ 4Q66

14.02.2024
  • LOADING...

เกิดอะไรขึ้น:

 

ในปี 2567 บมจ.เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC) ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโต 9-11% โดยได้รับการสนับสนุนจากยอดขายจากธุรกิจค้าปลีกที่เติบโต 9-11% (หลักๆ เกิดจากประเทศไทยและประเทศเวียดนาม และส่วนหนึ่งเกิดจากประเทศอิตาลี) และรายได้จากการให้บริการเช่าและการให้บริการที่เติบโต 3-4% ทั้งนี้ จากการเติบโตของยอดขายจากธุรกิจค้าปลีกทั้งหมด การเติบโต 50% จะเกิดจาก SSS และที่เหลือจะเกิดจากการขยายสาขา 

 

โดยการขยายสาขารูปแบบขนาดใหญ่ประกอบด้วยห้างสรรพสินค้า 2 สาขา ร้านไทวัสดุ 9 สาขา ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต 10 สาขา GO Wholesale 7 สาขา ในประเทศไทย และ GO! Mall 3 สาขา และ mini go! supermarket 9 สาขา ในประเทศเวียดนาม CRC เปิดเผยว่ามีโอกาสน้อยที่บริษัทจะขยายการลงทุนในประเทศใหม่ๆ ในยุโรป เนื่องจาก 1) ยังไม่ได้รับการติดต่อจาก Central Group ซึ่งมีการลงทุนในยุโรปนับถึงปัจจุบัน 2) บริษัทยังคงมุ่งเน้นการลงทุนในประเทศไทยและประเทศเวียดนามซึ่งมีการเติบโตสูง 3) บริษัทมีนโยบายลงทุนในโครงการที่ช่วยเพิ่มผลกำไร (Earnings Accretive) 

 

ทั้งนี้ CRC ตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้นปี 2567 ของธุรกิจค้าปลีกในระดับค่อนข้างทรงตัวจากปี 2566 โดยตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 50-70 bps YoY ในกลุ่มแฟชั่นและกลุ่มฮาร์ดไลน์ แต่ลดลง 20 bps YoY ในกลุ่มฟู้ด (โดยมาร์จิ้นที่ปรับตัวดีขึ้นในธุรกิจฟู้ดทั้งหมด จะถูกหักล้างโดยสัดส่วนการขายที่แย่ลงจากการขยายธุรกิจฟู้ดใหม่ที่มีมาร์จิ้นต่ำ) บริษัทตั้งเป้าอัตราส่วนค่าใช้จ่าย SG&A/ยอดขายลดลง 50 bps YoY สู่ 27.5% ผ่านทางการควบคุมงบลงทุนและต้นทุน ด้วยยอดขายและมาร์จิ้นที่ดีขึ้น CRC จึงตั้งเป้า EBITDA เติบโต 15-17%YoY บริษัทตั้งงบลงทุนไว้ที่ 2.0-2.2 หมื่นล้านบาท

 

สำหรับ 4Q66 InnovestX Research ประเมินกำไรสุทธิได้ที่ 2.6 พันล้านบาท ลดลง 26%YoY แต่เพิ่มขึ้น 131%QoQ โดยประเมินว่าจะไม่มีรายการพิเศษใน 4Q66 (เทียบกับกำไร FX และการขายสินทรัพย์ที่ 747 ล้านบาท ใน 4Q65) ซึ่งจะทำให้กำไรปกติจะอยู่ที่ 2.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3%YoY และเพิ่มขึ้น 100%QoQ โดยกำไรที่เพิ่มขึ้น YoY สะท้อนถึงยอดขายที่ดีขึ้นเล็กน้อยจากการขยายสาขา ซึ่งช่วยชดเชย SSS ที่หดตัวลง 2-3%YoY และอัตราส่วนค่าใช้จ่าย SG&A/ยอดขายที่ลดลง ซึ่งช่วยชดเชยดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้น ในขณะที่กำไรปกติที่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด QoQ เกิดจากปัจจัยฤดูกาล ทั้งนี้ เพื่อสะท้อนยอดขายที่ชะลอตัวลง จึงปรับประมาณการกำไรลดลง 3% ในปี 2566 และ 4% ในปี 2567

 

กระทบอย่างไร:

 

ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้น CRC ปรับลดลง 10.39% สู่ระดับ 34.50 บาท ขณะที่ SET Index ปรับลง 1.71% สู่ระดับ 1,389.30 จุด 

 

แนวโน้มผลประกอบการ 2567:

 

ใน 1Q67TD InnovestX Research เชื่อว่ายอดขายสาขา (SSS) กลับมาเติบโต 2%YoY (เทียบกับ -2-3%YoY ใน 4Q66) โดยได้รับการสนับสนุนจากการฟื้นตัวของ SSS ในประเทศเวียดนามที่ 7-8%YoY (เทียบกับลดลง 15%YoY ใน 4Q66) ท่ามกลางการเติบโตของ SSS จากประเทศอิตาลีที่เติบโตชะลอตัวลงสู่ 4-5%YoY (เทียบกับเติบโต 8%YoY ใน 4Q66) และ SSS ในระดับทรงตัวจากประเทศไทย (เทียบกับลดลง 2%YoY ใน 4Q66) 

 

อย่างไรก็ดี คาดการณ์ถึง SSS ที่ปรับตัวดีขึ้นใน 1) กลุ่มฟู้ด สู่ 10%YoY (เทียบกับลดลง 8%YoY ใน 4Q66) จากผลของ Calendar Effect ในเชิงบวกสำหรับช่วงเวลาของเทศกาลตรุษจีนในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 (เทียบกับมกราคม 2566) ซึ่งช่วยสนับสนุนยอดขายในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2567 2) กลุ่มฮาร์ดไลน์ ลดลง 10%YoY (เทียบกับลดลง 30%YoY ใน 4Q66) จากฐานที่ต่ำลงในปีก่อน เมื่อแยกตามกลุ่มธุรกิจ คาดว่า SSS ในกลุ่มฟู้ดจะเติบโต 7-8%YoY (เทียบกับลดลง 4%YoY ใน 4Q66) กลุ่มแฟชั่นจะเติบโต 1-2%YoY (เทียบกับเพิ่มขึ้น 3%YoY ใน 4Q66) แต่กลุ่มฮาร์ดไลน์หดตัวลง 2%YoY (เทียบกับลดลง 7%YoY ใน 4Q66)

 

ทั้งนี้ ยอดขายสาขาใน 1Q67TD ที่กลับมาเติบโตจากการฟื้นตัวของยอดขายสาขา (SSS) ในประเทศเวียดนาม หลังจากลดลงมาตั้งแต่ 2Q66 เป็นปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้นในระยะสั้น โดยกลยุทธ์การลงทุนยังคงคำแนะนำ Outperform สำหรับ CRC โดยให้ราคาเป้าหมายใหม่กลางปี 2567 อ้างอิงวิธี DCF (WACC 7.2% และอัตราการเติบโตระยะยาวที่ 2.5%) ที่ 44 บาทต่อหุ้น (จาก 48 บาท)

 

ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามคือ การเปลี่ยนแปลงในกำลังซื้อและจำนวนนักท่องเที่ยว อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และนโยบายรัฐบาลใหม่ 

 

ความเสี่ยง ESG ที่สำคัญคือ การบริหารจัดการพลังงาน ผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนและมีคุณภาพ (E) แนวปฏิบัติด้านการจ้างงาน และความปลอดภัยของข้อมูล (S)

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising