มารีน เลอ เปน ผู้นำพรรคขวาจัด National Rally (RN) ประกาศลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในการเลือกตั้งปี 2027 พร้อมยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาฝรั่งเศส (Court of Cassation) หลังศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนว่า เธอมีความผิดในคดียักยอกเงินกองทุนของรัฐสภายุโรป
เกิดอะไรขึ้นกับเลอเปน?
เมื่อคืนนี้ (7 กรกฎาคม) ศาลอุทธรณ์กรุงปารีสมีคำพิพากษายืนว่า เลอ เปน มีความผิดฐานยักยอกเงินกองทุนของรัฐสภายุโรปมูลค่า 2.8 ล้านยูโร โดยนำเงินที่จัดสรรสำหรับสมาชิกสภายุโรปไปจ่ายเป็นเงินเดือนให้เจ้าหน้าที่ของพรรค RN ระหว่างปี 2004-2016
อย่างไรก็ตาม ศาลได้ลดโทษจากคำพิพากษาเดิม โดยตัดสินให้เลอ เปน รับโทษจำคุก 3 ปี แบ่งเป็นรอลงอาญา 2 ปี และอีก 1 ปีให้รับโทษภายใต้การควบคุมด้วยกำไลอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมลดระยะเวลาตัดสิทธิทางการเมืองลง ทำให้เธอยังคงมีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2027
ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังศาลมีคำพิพากษา เลอ เปน ให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์ TF1 ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้ง พร้อมย้ำว่า การหาเสียงเริ่มต้นตั้งแต่คืนนี้ ภายใต้สโลแกน For France, a Renaissance และยืนยันว่า ไม่มีสถานการณ์ใดอีกแล้วที่เธอจะไม่ได้ลงสมัครในปี 2027
นอกจากนี้ เธอยังประกาศว่า จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาฝรั่งเศส โดยจะใช้ทุกช่องทางทางกฎหมายเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง ซึ่งการยื่นอุทธรณ์จะทำให้การบังคับใช้โทษ รวมถึงคำสั่งสวมกำไลอิเล็กทรอนิกส์ ถูกระงับไว้ชั่วคราวจนกว่าศาลฎีกาจะมีคำวินิจฉัย
คาดว่า ศาลฎีกาจะใช้เวลาหลายเดือนในการพิจารณาคดี ทำให้ เลอ เปน สามารถเดินหน้าหาเสียงได้โดยไม่มีข้อจำกัดในช่วงแรก แต่หากศาลฎีกายืนตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ เธออาจต้องรับโทษภายใต้การควบคุมด้วยกำไลอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงต้นปี 2027 ซึ่งอาจกลายเป็นทั้งอุปสรรคต่อการหาเสียงและส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ทางการเมืองของเธอ
เลือกตั้งฝรั่งเศสปี 2027 จะเป็นอย่างไร
การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสปี 2027 ถูกจับตามองว่าเป็นหนึ่งในการเลือกตั้งที่สำคัญและคาดเดาผลได้ยากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองฝรั่งเศสยุคใหม่ เนื่องจากตลอดกว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา อนาคตทางการเมืองของเลอ เปน ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจากคดีความ
เลอ เปน เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าพรรค National Front (ชื่อเก่าของพรรค RN) ต่อจากบิดา ฌอง-มารี เลอ เปน นักการเมืองขวาจัดที่เคยถูกตัดสินว่า มีความผิดในคดีปฏิเสธการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว (Holocaust Denial) และการใช้วาจาสร้างความเกลียดชัง โดยเธอพยายามปรับภาพลักษณ์ของพรรคให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้นในกระแสการเมืองหลักของฝรั่งเศส
ตลอดเส้นทางการเมือง เลอ เปน ผ่านเข้าสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบสองมาแล้ว 2 ครั้ง แต่พ่ายแพ้ต่อ เอ็มมานูเอล มาครง ในการเลือกตั้งปี 2017 และ 2022 แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า พรรค RN กลับมีฐานเสียงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นพรรคที่มีอิทธิพลมากที่สุดพรรคหนึ่งของฝรั่งเศส
ในช่วงที่คดีของเลอ เปน ยังไม่มีความชัดเจน มีการคาดการณ์ว่า พรรค RN วางตัว จอร์แดน บาร์เดลลา ประธานพรรควัย 30 ปี ไว้เป็นแคนดิเดตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีแทน โดยผลสำรวจหลายสำนักพบว่า บาร์เดลลามีคะแนนนิยมราว 34% สูงกว่าผู้สมัครคนอื่นทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม หลังศาลเปิดทางให้ เลอ เปน ลงสมัคร เธอยืนยันว่า หากได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี บาร์เดลลาจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และทั้งสองจะหาเสียงร่วมกันตลอดการเลือกตั้ง
ฝ่ายการเมืองวิจารณ์
การประกาศลงสมัครของเลอ เปน ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย โดย โอตมาน นาสรู เลขาธิการพรรครีพับลิกันฝรั่งเศสระบุว่า การที่ผู้นำพรรค RN ลงสมัครรับเลือกตั้ง ทั้งที่ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิด ยิ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการเมือง
ด้าน กาเบรียล อัตตาล อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การลงสมัครของผู้ที่ถูกตัดสินในคดียักยอกเงินสาธารณะ จะเป็นประเด็นด้านจริยธรรมที่สังคมควรพิจารณา ขณะที่ เอดูอาร์ ฟิลิปป์ อดีตนายกรัฐมนตรีและหนึ่งในผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีมองว่า แม้การลงสมัครจะเป็นสิทธิของเลอ เปน แต่เธอต้องอธิบายต่อประชาชนถึงคำพิพากษาที่ศาลตัดสินว่า มีความผิดถึง 2 ครั้ง
ส่วนมาครงกล่าวในระหว่างการเยือนซีเรีย โดยปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อคำพิพากษา หากแต่กล่าวสั้นๆ ว่า ประธานาธิบดีไม่ควรแสดงความคิดเห็นต่อคำตัดสินของศาลในระบอบประชาธิปไตย
ภาพ: Christian Hartmann / Reuters
อ้างอิง:


