×

‘The Angel’ มาเรีย ชาราโปวา เพราะเธอคือนางฟ้าของโลกเทนนิส

31.08.2025
  • LOADING...
maria-sharapova-wimbledon-2004-win

สาวน้อยผมสีทองในชุดสีขาวช่างขัดกับพลังในการตีลูกที่หนักหน่วงและเสียงคำรามที่ดังกระหึ่ม

 

ถึงอย่างนั้นแฟนเทนนิสจำนวนมากต่างอดเอาใจช่วยเธอไม่ได้ ซึ่งไม่ใช่แค่เหตุผลของเรื่องการเอาใจช่วยนักเทนนิสสาวดาวรุ่งคนหนึ่ง แต่เป็นเพราะเธอมีความน่าหลงใหลในแบบของหญิงสาวโฉมสะคราญคนหนึ่งที่มีรูปลักษณ์ชวนสะกดสายตาเป็นอย่างยิ่ง

 

มาเรีย ชาราโปวาในวัย 17 ปี จึงไม่เพียงแต่เปิดหน้าประวัติศาสตร์ของตัวเองด้วยการพิชิตวิมเบิลดัน 2004 ซึ่งเป็นแชมป์แกรนด์สแลมรายการแรกในชีวิตของเธอเท่านั้น แต่ยังกวาดหัวใจของแฟนเทนนิสทั่วโลกไปมากมายด้วยในเวลาเดียวกัน

 

“นางฟ้ามาเรีย” หลายคนเรียกและจดจำเธอแบบนั้น

 

ทุกอย่างเริ่มต้นในวันนั้น

 

ในการแข่งขันเทนนิสคู่ชิงชนะเลิศหญิงเดี่ยว วิมเบิลดัน ประจำปี 2004 แมตช์ที่กลายเป็นหนึ่งในความทรงจำยุคมิลเลนเนียมสำหรับแฟนเทนนิสจำนวนมาก เพราะเป็นการพบกันของสองนักเทนนิสสาวที่ดูแตกต่างกันอย่างมากเมื่อมองจากภายนอก

 

เซรีนา วิลเลียมส์ ตัวเก็งเต็งหนึ่งเป็นนักเทนนิสสาวที่กำลังมาแรงในเวลานั้น ด้วยสไตล์การเล่นที่ทรงพลังและยากที่จะหาใครหยุดได้ ที่สำคัญเธอเป็นแชมป์เก่า 2 สมัยด้วย

 

คู่แข่งของเซรีนาคือสาวน้อยชาวรัสเซียที่มีรูปร่างอรชร ใบหน้างดงาม และผมสีทองทอประกาย กับรอยยิ้มที่ชวนฝัน ดูแล้วน่าเอาใจช่วย

 

ใครจะคิดว่าสาวน้อยคนนี้จะแปลงร่างเป็นสาวน้อยมหัศจรรย์ไล่หวดต้อนเอาชนะสาวแกร่งอย่างเซรีนาได้อย่างขาดลอย 6-1, 6-4 ในเกมนัดชิงชนะเลิศที่เซ็นเตอร์คอร์ตในปีนั้น ทำให้เธอกลายเป็นนักเทนนิสชาวรัสเซียคนแรกที่ได้แชมป์วิมเบิลดัน และเป็นนักเทนนิสที่อายุน้อยที่สุดลำดับที่ 3 ณ เวลานั้นที่ครองแชมป์แกรนด์สแลมเก่าแก่รายการนี้ได้

 

maria sharapova

 

โลกได้รู้จักเธอตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา และเราพอจะบอกได้ว่าชีวิตของเธอพลิกผันเพียงชั่วข้ามคืน

 

ไม่เพียงแค่ฝีมือที่เก่งเกินวัย รูปร่างหน้าตาที่สะสวยจนเป็นนางฟ้าสำหรับแฟนๆทำให้เธอไม่ได้มีสถานะเป็นเพียงแค่นักกีฬา แต่ยังเป็นนักกีฬาระดับซูเปอร์สตาร์ที่เป็นที่ต้องการของแบรนด์ต่างๆทั่วโลกที่อยากได้เธอมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ 

 

ชาราโปวา กลายเป็นนักกีฬาที่มีสปอนเซอร์มากที่สุดคนหนึ่งของโลก สามารถทำเงินรายได้มากมายมหาศาล

 

Nike เซ็นสัญญากับเธอด้วยมูลค่ามหาศาลถึง 70 ล้านเหรียญในสัญญาระยะเวลา 8 ปี นอกจากนี้ยังมี Porsche, น้ำดื่ม Evian, Tag Heuer, Canon, Avon โดยรวมแล้ว Forbes เคยคำนวณว่าเธอทำรายได้จากด้านนี้มหาศาลถึง 325 ล้านเหรียญตลอดชีวิตการเล่น เป็นรองเพียงแค่เซรีนา คู่ปรับคนสำคัญแค่คนเดียวเท่านั้น และเป็นรองนักเทนนิสชายระดับหัวแถวแค่ไม่กี่คน

 

ไม่นับงานด้านการถ่ายแบบอีกมากมาย ที่อาจจะไม่ถึงขั้นเป็นแฟชั่นไอคอนแต่ก็เป็นนักกีฬาที่เฉิดฉายที่สุดคนหนึ่งของยุคสมัย

 

แต่ก่อนที่จะมาถึงวันนั้นชีวิตของชาราโปวาไม่ได้โรยมาด้วยกลีบกุหลาบ ในทางตรงกันข้ามเธอต้องผ่านการผจญภัยและการเดิมพันชีวิตที่ไม่ได้ทุ่มใส่ลงไปเพียงแค่ชีวิตของเธอคนเดียว

 

มันมีชีวิตของคนในครอบครัวที่อยู่ในเดิมพันนั้นด้วย

 

การเดินพันนั้นเริ่มจากการตัดสินใจครั้งสำคัญของ ยูริ ชาราโปวา คุณพ่อของเธอที่ตัดสินใจหอบกระเตงลูกสาวรอนแรมไกลจากยุโรปตะวันออกอันหนาวเย็นมาถึงฟลอริดา ด้วยความหวังว่ามันอาจจะช่วยทำให้มาเรียไปได้ไกลดังใจฝัน

 

ในวันแรกที่มาถึงพวกเขามีเพียงแค่เงินที่ขอยืมคนอื่นมาอีกที 700 ดอลลาร์ และไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้เลยแม้แต่คำเดียว

 

มาเรียอายุเพียงแค่ 7 ขวบในเวลานั้น

 

ฟลอริดาคือสถานที่ที่พ่อพาเธอมาส่งได้ไกลที่สุด หลังจากนี้ก็อยู่ที่ตัวของเธอเอง ซึ่งโชคดีที่ลูกสาวคนเก่งตั้งใจที่จะเรียนรู้วิชาในการตีเทนนิสและพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะพัฒนาตัวเองเสมอ นั่นทำให้ในอีก 1 ปีถัดมาฝีมือของเธอเข้าตาของ มาร์ตินา นาฟราติโลวา ตำนานนักเทนนิสหญิงอดีตมือ 1 ของโลก

 

 มาเรีย ชาราโปวา แชมป์วิมเบิลดัน 2004

 

นาฟราติโลวา รู้ว่าเด็กคนนี้มีความพิเศษอยู่ในตัวแต่ต้องได้รับการขัดเกลาที่เหมาะสมจึงตัดสินใจแนะนำเธอให้เข้าสู่ไอเอ็มจี อะคาเดมี่ (IMG Academy) ที่อยู่ในเมืองบราเดนตัน และฝากฝังให้แก่นิค บอลเลตติเอรี โค้ชประจำสถาบันให้ช่วยดูแลสั่งสอน

 

พรสวรรค์ในการเล่นของเธอทำให้โค้ชตัดสินใจมอบทุนการศึกษาให้แก่สาวน้อย และมันได้กลายเป็นลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับสถาบัน

 

ชาราโปวา ฉายแววอย่างรวดเร็วในการแข่งขันระดับเยาวชน ก่อนที่จะเริ่มเทิร์นโปรในวันคล้ายวันเกิดอายุครบรอบ 14 ปี เมื่ออายุครบ 16 ปีเธอไต่แรงก์ขึ้นสู่ท็อป 50 ของโลก และคว้าแชมป์ในการทัวร์ได้ 2 รายการที่เจแปน โอเพน และเบลล์ ชาเลนจ์จนได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนักเทนนิสหน้าใหม่ยอดเยี่ยมแห่งปี (Newcomer of the Year)

 

ก่อนจะคว้าแชมป์วิมเบิลดันได้ด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปี ขึ้นเป็นมือ 1 ของโลกได้สำเร็จครั้งแรกในวัย 18 ปี และเดินหน้าคว้าแชมป์แกรนด์สแลมได้อีกรวมเป็น 5 สมัย และแชมป์ดับเบิลยูทีเอรวม 36 รายการ สะสมเงินรางวัลตลอดชีวิตการแข่งขันได้ถึง 28 ล้านเหรียญ

 

ในช่วงปลายปี 2004 เธอยังเคยเดินทางมาเยือนประเทศไทยเพื่อลงแข่งเทนนิสนัดพิเศษที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเธอกับ “แทมมี่” แทมมารีน ธนสุกาญจน์ นักเทนนิสสาวเบอร์หนึ่งของไทยในเวลานั้น เคยจับคู่ลงแข่งและพิชิตแชมป์รายการเจแปน โอเพน เทนนิส แชมเปียนชิพ (ปี 2003)

 

การมาเยือนไทยครั้งนั้นได้รับความสนใจจากแฟนเทนนิสชาวไทยที่ตื่นเต้นอย่างมาก เพียงแต่ในวันที่ 26 ธันวาคม เกิดเหตุสึนามิพัดถล่มทางภาคใต้ของไทย เธอจึงร่วมบริจาคช่วยเหลือเป็นจำนวนเงิน 4 แสนบาท และกลับมาเยือนไทยอีกครั้งในปี 2010 ในรายการพิเศษ

 

ที่เชื่อว่ายังมีแฟนเทนนิสชาวไทยจดจำเรื่องราวได้เป็นอย่างดี

 

 มาเรีย ชาราโปวา แชมป์วิมเบิลดัน 2004

 

แต่ถึงแม้จะมีใบหน้าแสนหวานแต่ตัวตนที่แท้จริงของชาราโปวาที่ทำให้เธอเดินทางมาได้ไกลคือความเป็นนักสู้ที่ไม่ยอมแพ้

 

ความคิดแบบ “Never Give Up” คือต้นกำเนิดพลัง ที่ต่อให้ต้องล้มลุกคลุกคลานแค่ไหน เธอจะหาทางกลับมาได้เสมอ

 

ในเรื่องราวความสำเร็จของชีวิต หากเรามองให้ลึกลงไปจะพบว่าชาราโปวาผ่านการต่อสู้อย่างหนักหน่วงตลอดเวลา ไม่เพียงแต่เฉพาะแค่เรื่องของการแข่งขันในสนามที่เธอเจอทั้งยอดฝีมือแห่งยุคที่เป็นขวัญใจของทุกคนอย่างชุสแต็ง เอแน็ง (เคยแพ้ 4 หนติดแต่สุดท้ายมาเอาชนะได้ในนัดชิงชนะเลิศยูเอส โอเพน 2006) 

 

แน่นอนว่าเซรีนา ก็เป็นคู่ปรับอีกคนของเธอด้วย ชนิดที่แข่งขันกันแบบเอาเป็นเอาตายพอสมควร

 

แต่คู่ต่อสู้ที่หนักหนาสาหัสที่สุดคือเรื่องของอาการบาดเจ็บที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการทำให้เส้นทางชีวิตนักเทนนิสของเธออาจจะไปได้ไม่ไกลอย่างที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะอาการบาดเจ็บที่ไหล่ที่เป็นปัญหาใหญ่ในชีวิตพอสมควร

 

ชาราโปวา อาจจะเอาชนะอนา อิวาโนวิชได้ในนัดชิงชนะเลิศออสเตรเลียน โอเพน 2008 แต่อาการบาดเจ็บที่ไหล่ส่งผลรุนแรงในช่วงหลังจากนั้นทำให้ต้องพักการแข่งนานถึง 10 เดือน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เธอพยายามค้นหาคำตอบที่จะทำให้พ้นจากความทุกข์ของการเจ็บปวดนี้

 

 มาเรีย ชาราโปวา แชมป์วิมเบิลดัน 2004

 

แต่แม้จะไม่ได้รับคำตอบที่ต้องการจากการไปถามผู้คนมากมาย สุดท้ายเธอได้ค้นพบคำตอบว่าสิ่งที่ต้องทำเพื่อไม่ให้บาดเจ็บอีกคือการเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่ (Reinvent) เริ่มจากการออกแบบลูกเสิร์ฟใหม่และอื่นๆ 

 

นั่นทำให้เธอค่อยๆกลับมาจากการหลุดโผท็อป 100 หวนคืนสู่การเป็นมือ 1 ของโลกอีกครั้ง หลังจากพิชิตโรลังด์ การ์รอสได้สำเร็จในปี 2012 ซึ่งทำให้เธอกลายเป็นนักเทนนิสหญิงคนที่ 5 ในประวัติศาสตร์ที่ทำ “Career Grand Slam” (พิชิตครบ 4 สแลม) ได้สำเร็จ และได้แกรนด์สแลมสุดท้ายในปี 2014 ที่โรลังด์ การ์รอส

 

อย่างไรก็ดีการบาดเจ็บยังไม่หนักเท่ากับมลทินที่เธอถูกลงโทษแบนจากการแข่งขันนานถึง 2 ปี หลังองค์กรต่อต้านการใช้สารกระตุ้นโลก (WADA) เปิดเผยในวันที่ 8 มิถุนายน 2016 ว่าเธอใช้สารกระตุ้นประเภทเมลโดเนียม ซึ่งเพิ่งถูกบรรจุเข้าลิสต์รายชื่อสารต้องห้ามในวันที่ 1 มกราคม 2016

 

ข่าวนี้ส่งผลร้ายแรงต่อชาราโปวาอย่างมากในเรื่องของภาพลักษณ์ แต่สุดท้ายทางด้านอนุญาโตตุลาการกีฬา (CAS) ได้ตัดสินให้เธอชนะในการอุทธรณ์ลดโทษจาก 2 ปีเหลือ 15 เดือนด้วยเห็นว่า “ไม่ได้กระทำผิดร้ายแรง” และเป็นการใช้ยาตามการแนะนำของแพทย์

 

ถึงจะกลับมาลงแข่งขันได้อีกครั้งในปี 2017 แต่หลังจากนั้นก็เป็นขาลงของเธอแล้ว

 

นางฟ้าของวงการตัดสินใจแขวนแร็กเกตของเธอในปี 2020

 

“ฉันยังใหม่กับสิ่งนี้ ได้โปรดให้อภัยฉันด้วย เทนนิส ฉันขอกล่าวคำลา แต่เพราะฉันกำลังจะเริ่มต้นบทต่อไปของชีวิต ฉันจึงอยากให้ทุกคนที่มีความฝันไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตามได้รู้ว่าความสงสัยและการถูกตัดสินเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้”

 

“คุณจะล้มเหลวนับร้อยๆครั้งและโลกจะจับตาดูคุณ จงยอมรับมัน เชื่อมั่นในตัวเอง ฉันสัญญาว่าคุณจะทำได้แน่นอน”

 

ที่เธอกล้าสัญญาก็เพราะว่าเธอทำมันได้มาก่อนแล้ว

 

 มาเรีย ชาราโปวา แชมป์วิมเบิลดัน 2004

 

วันเวลาผ่านมา 5 ปีแล้วนับจากวันสุดท้ายของเธอในฐานะนักเทนนิสอาชีพ ชาราโปวาเริ่มชีวิตใหม่ของเธอมาได้สักพักทั้งในฐานะเจ้าของแบรนด์ลูกอม Sugarpova และในฐานะนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงคนหนึ่ง

 

แต่ที่ของเธอยังคงเป็นที่คอร์ตเทนนิสเสมอ

 

ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ชาราโปวาได้รับการเสนอชื่อเข้าสู่หอเกียรติยศของเทนนิส (Tennis Hall of Fame) ซึ่งถือเป็นเกียรติยศขั้นสูงสุดของนักเทนนิสทุกคน ซึ่งสิ่งที่น่าประทับใจคือการที่เธอเลือก เซรีนา มาเป็นคนกล่าวแนะนำเธอให้ ทั้งๆที่ในยามแข่งขันกันทั้งสองแข่งกันจะเป็นจะตาย แถมยังมีเรื่องดราม่าที่เคยพาดพิงกันผ่านหนังสือชีวประวัติด้วย! แต่เมื่อเวลาผ่านมาคู่แข่งก็กลับกลายเป็นคู่ซี้ที่น่ารัก

 

เซรีนาเป็นคนแรกที่เธอคิดถึงก่อนคุณพ่อผู้เสียสละของเธอเสียอีก

 

“ฉันคิดว่าสื่อชอบใส่ไข่ลงไปมากกว่าที่เป็นจริง เราทั้งคู่เป็นแค่คนที่อยากแข่งขันเพื่อชัยชนะ และบางทีเราก็อาจจะพูดในสิ่งที่ถ้าเรากลับไปมองอีกครั้งในวันนี้เราคงหัวเราะไปด้วยกัน”

 

แต่สำหรับแฟนเทนนิสแล้ว ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักแค่ไหน มาเรีย ชาราโปวา ก็ยังคงเป็นนางฟ้าชุดขาว (หรือจะชุดสีไหนก็สวย) ที่งดงามในความทรงจำ

 

ที่แม้กระทั่งวันนี้ก็ยังไม่มีใครก้าวขึ้นมาแทนที่เธอได้ในตำแหน่งนี้

 

และอาจไม่มีตลอดไป

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising