Menu
182431

สายลับวงการลูกหนัง มาร์เซโล บิเอลซา จากข้อหาคนโกงสู่การเปิดชั้นเรียนลูกหนังระดับมาสเตอร์คลาส

18.01.2019
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

7 Mins. Read
  • คำสารภาพของบิเอลซาเกิดขึ้นในระหว่างการแถลงข่าวนัดพิเศษเมื่อช่วงเย็นวันพุธที่ 16 มกราคมครับ เป็นหมายข่าวที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้น และทำให้มีการลือกันว่า กุนซือชาวอาร์เจนไตน์อาจจะทนความอับอายไม่ไหวที่ถูกจับได้ว่าไป ‘สปาย’ คู่แข่ง จนตัดสินใจลาออกจากทีมกลางคัน
  • ตลอด 70 นาทีของการแถลงข่าว ซึ่งไม่ใช่การแถลงข่าว หากเป็นการเปิดใจอย่างซื่อตรงของโค้ชที่เป็นแรงบันดาลใจของโค้ชระดับโลกมากมาย และการแสดงให้เห็นถึงความรู้และความพยายามในการแสวงหาหนทางสู่ชัยชนะอย่างไร้ขีดจำกัด
  • ในอดีต บิเอลซาเคยขับรถตระเวนไปทั่วอาร์เจนตินาเป็นระยะทางมากกว่า 5,000 ไมล์ ด้วยรถ Fiat 147 (เพราะกลัวเครื่องบิน) เพื่อติดตามดูนักฟุตบอลดาวรุ่งชั้นยอดมากกว่า 3,000 คน เพื่อเลือกมาติดทีมเยาวชนของนีเวลส์ฯ
  • เฉพาะในเกมกับดาร์บีฯ เมื่อคืนวันศุกร์ที่แล้ว บิเอลซาและทีมงานใช้เวลาในการวิเคราะห์ข้อมูลมากถึง 360 ชั่วโมง โดยมีสตาฟฟ์ที่ทำงานในเรื่องนี้มากถึง 20 คน

“ผมสอดแนม…ทุกทีม”

 

ประโยคดังกล่าวไม่ได้มาจากหนังสายลับหรือเรื่องเล่าของเหล่าจารชนระดับโลกครับ หากแต่มาจากปากของ มาร์เซโล บิเอลซา ยอดโค้ชชาวอาร์เจนตินาของทีมดังในอดีต ‘ยูงทอง’ ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่ยอมรับสารภาพด้วยตัวเอง หลังมีกรณีพิพาทกับ แฟรงค์ แลมพาร์ด อดีตดาวดังทีมชาติอังกฤษ ที่ปัจจุบันรับบทผู้จัดการทีมดาร์บี เคาน์ตี ว่ามีทีมงานของบิเอลซาจากสโมสรลีดส์ ยูไนเต็ด แอบลอบสังเกตการณ์ซ้อมของพวกเขาในช่วงก่อนเกมที่จะพบกันเมื่อวันศุกร์ที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา

 

 

คำสารภาพของบิเอลซาเกิดขึ้นในระหว่างการแถลงข่าวนัดพิเศษเมื่อช่วงเย็นวันพุธที่ 16 มกราคมครับ เป็นหมายข่าวที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้น และทำให้มีการพูดลือกันว่า กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ อาจจะทนความอับอายไม่ไหวที่ถูกจับได้ว่าไป ‘สปาย’ คู่แข่ง จนตัดสินใจลาออกจากทีมกลางคัน และกลายเป็นเรื่องทอล์กออฟเดอะทาวน์ของวงการฟุตบอลอังกฤษในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

ที่เป็นที่พูดถึงกันมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนพูดเรื่องนี้คนแรกคือ แลมพาร์ด ตำนานนักเตะของชาวเมืองผู้ดีที่แฟนฟุตบอลและสื่อยังรัก ทำให้เสียงที่พูดออกมานั้นดังมากเป็นพิเศษ

 

“การจะบอกว่าโกงเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่เรื่องนี้มันล้ำเส้นแน่นอน ผมยอมจะไม่คุมทีม ดีกว่าส่งคนไปล้วงข้อมูลจากคนอื่นแบบนี้” แลมพาร์ดกล่าวด้วยความเดือดดาล

 

อีกส่วนที่สำคัญกว่าคือ สิ่งที่เรียกว่าการ ‘สปาย’ ในวงการฟุตบอลอังกฤษนั้นแทบไม่เคยมีใครได้ยินมาก่อน และมันทำให้เกิดความรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ ‘ล้ำเส้น’ มาตรฐานศีลธรรมจรรยาบรรณของการทำงานในวงการ

 

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาจากเรื่องนี้ได้พัฒนากลายเป็นปรากฏการณ์ของวงการฟุตบอลอังกฤษ แบบที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าจะเป็นไปในทิศทางนี้ครับ

 

เดิมสิ่งที่มีการพูดถึงกันมากในเรื่องนี้คือ การตัดสินว่าเรื่องนี้ ‘ถูก’ หรือ ‘ผิด’ ตกลงแล้วทำได้หรือทำไม่ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ตัดสินได้ยากมาก เพราะต้องนำเรื่องมาประกอบร่างให้ครบรอบด้าน ว่าการที่บิเอลซาส่งทีมงานไปยืนเฝ้าดูการซ้อมของดาร์บีฯ นั้นเป็นการซุ่มดูในที่ส่วนบุคคลของดาร์บีฯ หรือเป็นการดูจากพื้นที่สาธารณะ (ซึ่งผลก็จะแตกต่างกันไปอีก) ไหนจะต้องนำเจตนาและผลของการซุ่มดูมาตีความอีก

 

หลายคนก็บอกว่า การดูการซ้อมของทีมฟุตบอลไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย เป็นเรื่องธรรมดาสามัญมาก ทีมอย่างลิเวอร์พูลก็เจอปัญหาเรื่องที่มีแฟนบอล (และแน่นอนว่าคงมีคนที่ไม่ใช่แฟนบอล) มาปีนรั้วดูสนามซ้อมเมลวูดอยู่บ่อยๆ หรืออีกหลายทีมก็มีสนามซ้อมที่สามารถชมการซ้อมได้สบายๆ จากบ้านในชุมชนละแวกนั้น

 

การตัดสินตรงนี้เป็นหน้าที่ของ EFL หรือฟุตบอลลีกอังกฤษ (คนละองค์กรกับพรีเมียร์ลีกนะครับ) และ FA หรือสมาคมฟุตบอลที่จะต้องทำหน้าที่ตัดสิน

 

แต่ไม่ว่าผลการตัดสินจะออกมาเป็นเช่นไร จะมีการลงโทษปรับ เตือน แบน หรือตัดคะแนน (ซึ่งมีคนเรียกร้อง แต่ก็ดูไม่เป็นธรรมนัก) สิ่งที่วิเศษที่สุดในเรื่องนี้คือ ‘พรีเซนเตชัน’ ในระหว่างการแถลงข่าวของบิเอลซา ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในการแถลงข่าวที่เจ๋งที่สุดตลอดกาล

 

 

ทำไมถึงได้รับการยกย่องเช่นนั้น?

 

เพราะตลอด 70 นาทีของการแถลงข่าว ซึ่งไม่ใช่การแถลงข่าว หากเป็นการเปิดใจอย่างซื่อตรงของโค้ชที่เป็นแรงบันดาลใจของโค้ชระดับโลกมากมาย และการแสดงให้เห็นถึงความรู้และความพยายามในการแสวงหาหนทางสู่ชัยชนะอย่างไร้ขีดจำกัด

 

บิเอลซาสารภาพแบบไม่มีอะไรซ่อนเร้นว่า เขาไม่ได้ส่งทีมไปเฝ้าดูการซ้อมของดาร์บีฯ แค่ทีมเดียว หากแต่เป็นทุกทีมในระดับแชมเปี้ยนชิป (และบางทีมที่ไม่ได้อยู่ในระดับแชมเปี้ยนชิป) ซึ่งความจริงเรื่องพวกนี้เขาไม่จำเป็นต้องพูดก็ได้ หรืออาจจะพูดไม่หมดก็ได้

 

แต่กุนซือวัย 63 ปี ที่ผ่านประสบการณ์ในโลกลูกหนังมาอย่างโชกโชนกับนีเวลส์ โอลด์ บอยส์ในบ้านเกิด,​ แอธเลติก บิลเบา, ทีมชาติอาร์เจนตินา, ทีมชาติชิลี เปิดเผยทุกอย่างอย่างซื่อตรง โดยให้เหตุผลว่า เพื่อทำให้การสืบสวนในเรื่องนี้เป็นไปอย่างสะดวก (มีที่ไหน ผู้ร้ายให้ความร่วมมือแบบนี้!) โดยที่ถูกหรือผิดนั้น เขาให้เป็นหน้าที่ของผู้ที่มีหน้าที่

 

สิ่งที่บิเอลซาบอกคือ เขาทำไปโดยไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดี แต่มันเป็นสิ่งที่เขาไม่ทำไม่ได้

 

ที่บอกว่าไม่ทำไม่ได้ เพราะหากเขามองข้ามรายละเอียดไป ไม่ว่าจะเล็กหรือน้อยแค่ไหนก็ตาม มันจะทำให้เขาอยู่ไม่สุข ใจไม่สงบ

 

โดยที่ข้อมูลของคู่ต่อสู้จากการลงซ้อมนั้นไม่ได้เป็นส่วนสำคัญ หากเป็นแค่หนึ่งในกระบวนการเล็กๆ ของการวิเคราะห์ เพื่อรับมือคู่แข่งขันเท่านั้น

 

สิ่งที่เขาอาจจะพลาดไปคือ การไปสอดแนมคู่ต่อสู้ ซึ่งที่อื่นบนโลกนั้นทำกันเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะในลาตินอเมริกา แต่มันเป็นสิ่งที่ไม่มีใน ‘วัฒนธรรมลูกหนัง’ ของอังกฤษ หรือหากมี (ซึ่งก็เชื่อว่ามี) ก็เป็นสิ่งที่ไม่มีใครยอมรับกันอย่างเปิดเผย การที่เขาออกมายอมรับแบบซื่อๆ จึงเป็นเรื่องที่ช็อกทั้งวงการ

 

เรื่องนี้เป็นกระจกสะท้อนตัวตนของคนที่ได้รับสมญาว่า ‘Loco’ หรือคนบ้า ได้เป็นอย่างดี เพราะที่ผ่านมาคนที่ติดตามวงการฟุตบอลมานานอาจจะเคยได้ยินว่า บิเอลซาเป็นโค้ชที่บ้าคลั่งในเกมฟุตบอลอย่างมาก ใส่ใจในทุกรายละเอียด ในทุกลมหายใจของชีวิต

 

นี่เป็นครั้งแรกจริงๆ ครับ ที่ผมคิดว่า เราได้เห็นว่าตัวตนของเขาเป็นอย่างไร

 

มันทำให้เชื่อว่า เรื่องเล่าในตำนาน เช่น การขับรถตระเวนไปทั่วอาร์เจนตินาเป็นระยะทางมากกว่า 5,000 ไมล์ ด้วยรถ Fiat 147 (เพราะกลัวเครื่องบิน) เพื่อติดตามดูนักฟุตบอลดาวรุ่งชั้นยอดมากกว่า 3,000 คน เพื่อเลือกมาติดทีมเยาวชนของนีเวลส์ฯ คงจะเกิดขึ้นจริงๆ

 

มากไปกว่านั้นคือ การที่บิเอลซาแสดงให้เห็นถึงความรู้ในระดับมาสเตอร์คลาส โดยเริ่มจากการบอกว่า ‘ผมอยากแสดงให้เห็นว่าในหัวของคนที่เป็นโค้ชเขาคิดกันอย่างไร’

 

สิ่งที่โลกได้เห็นคือ พรีเซนเทชันในตำนานที่บิเอลซาได้เปิดเผยให้ทุกคนได้เห็น

 

ในพรีเซนเทชันนั้นมีข้อมูลของทีมคู่แข่งทุกทีม นักฟุตบอลทุกคน มีการระบุหมดว่าทีมไหนเล่นในระบบใด และเล่นระบบใดในช่วงเวลาไหน มีการเปลี่ยนแผนระหว่างเกมหรือไม่ นักฟุตบอลคนไหนที่จะได้โอกาสลงสนามบ้าง ลงเล่นในตำแหน่งใดบ้าง ระหว่างเกมมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งกี่ครั้ง

 

ข้อมูลนั้นลงลึกถึงขั้นรู้ว่า ‘สัญญาณมือ’ ในการเตะมุมของนักฟุตบอลที่มีหน้าที่เปิดบอลเข้ามานั้น เป็นการส่งสัญญาณให้เพื่อนไปอยู่ในตำแหน่งใด และจะเปิดบอลแบบไหน

 

 

เรียกว่าเป็น Big Data ของเกมฟุตบอลที่ถูกนำมาใช้อย่างยอดเยี่ยม

 

เฉพาะในเกมกับดาร์บีฯ เมื่อคืนวันศุกร์ที่แล้ว บิเอลซาและทีมงานใช้เวลาในการวิเคราะห์ข้อมูลมากถึง 360 ชั่วโมง โดยมีสตาฟฟ์ที่ทำงานในเรื่องนี้มากถึง 20 คน

 

สตาฟฟ์ทุกคนจะต้องวิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียดในทุกจุด ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากระบบ Wyscout หรือ Instat ที่เป็นฐานข้อมูลฟุตบอลที่มีการใช้งานกันทั่วโลกอยู่แล้ว หรือข้อมูลที่มีการมอบหมายให้ทีมงานไปค้นคว้ามาเป็นกรณีพิเศษ (การสอดแนมการซ้อมก็เป็นส่วนนี้) จากนั้นจึงนำข้อมูลนี้มาสังเคราะห์ ประกอบร่างใหม่ให้เข้าใจง่าย และนำไปให้กับนักฟุตบอลในทีมลีดส์​ ยูไนเต็ด ได้ศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนจะลงสนามในทุกนัด

 

สุดท้ายลีดส์ฯ สยบดาร์บีฯ ได้อย่างง่ายดาย 2-0 และการทำงานอย่างหนักนี้ยังมีส่วนสำคัญในการช่วยทำให้ลีดส์ฯ นั่งแท่นจ่าฝูงในลีกเดอะแชมเปี้ยนชิปเวลานี้

 

ในมุมของคนที่สนับสนุนบิเอลซาจะมองว่า การสอดแนมไม่ใช่การทำผิดมากมายนัก และข้อมูลที่ได้จากสายลับ (ที่ถูกจับได้) อย่างเดียวไม่น่าเพียงพอที่จะทำให้ลีดส์ฯ เก็บชัยชนะได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

 

แต่สิ่งที่บิเอลซาได้มอบให้แก่สื่อ แฟนฟุตบอล และวงการฟุตบอลทั่วทั้งโลกโดยไม่ตั้งใจจากเรื่องนี้คือ การสร้างแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่

 

การเป็นนักวิเคราะห์อย่างเดียวไม่ได้ทำให้เขายิ่งใหญ่ หากแต่เป็นความพยายามที่ไร้ขีดจำกัด ความทุ่มเทที่ไม่มีวันหมด ไฟในการทำงานที่ร้อนแรงดุจดวงอาทิตย์

 

มันทำให้หลายคนรู้สึกว่าตัวเองช่างอ่อนแอ ต้อยต่ำ และตัวเล็กแค่ไหนเมื่อเทียบกับชายที่ทำงานอย่างบ้าคลั่งเหมือนบิเอลซา

 

หากเราทำได้สักเสี้ยวของเขา บางทีเราอาจจะไปได้ไกลมากกว่านี้ก็เป็นได้

 

ตาตา มาร์ติโน อดีตโค้ชบาร์เซโลนา ซึ่งเป็นหนึ่งใน ‘ศิษย์’ ของบิเอลซา ในฐานะที่เคยเป็นลูกทีมนีเวลส์ โอลด์ บอยส์ บอกว่า ไม่ว่าบิเอลซาจะไปในที่ใด เขามักจะทิ้งรอยเท้าเอาไว้เสมอ

 

“เขาเป็นโค้ชที่นักฟุตบอลอยากจะเล่นให้ เป็นคนที่นักข่าวอย่างพวกคุณอยากจะคุยด้วย เขาทิ้งรอยเท้าไว้ทุกที่ที่เขาไป ไม่ว่าจะที่นีเวลส์ฯ หรือบิลเบา, ชิลี, มาร์กเซย์, อาร์เจนตินา”

 

รอยเท้าที่ว่านั้นคือ เรื่องราว ความทรงจำ และสิ่งดีๆ ที่ผู้คนจะระลึกถึงเสมอ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน

 

สำหรับแฟนลีดส์​ ยูไนเต็ด แทนที่พวกเขาจะรู้สึกอับอายที่มีโค้ชที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนโกง

 

วันนี้พวกเขารู้สึกว่าโชคดีที่สุดในโลกที่ได้กุนซือระดับฮีโร่คนนี้

 

สิ่งที่บิเอลซาทำที่เอลแลนด์โรดจะกลายเป็นหนึ่งในตำนานตลอดกาลครับ

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง:

FYI
  • ครั้งหนึ่งบิเอลซาเคยนำทีมลงสนามพบบาร์เซโลนา ภายใต้ยุคของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา หลังจบเกมที่พวกเขาพ่ายแพ้ บิเอลซาได้ส่งข้อมูลชุดนี้ให้กับเป๊ป และทำให้เป๊ปถึงกับอุทานว่า “คุณรู้เรื่องบาร์ซาดีกว่าผมเสียอีก”
  • หนึ่งในศิษย์คนสำคัญของบิเอลซา นอกจาก ตาตา มาร์ติโน แล้ว เมาริซิโอ โปเชตติโน ก็เคยเป็นเด็กน้อยที่บิเอลซาปลุกปั้นมา และแน่นอนว่า การทำงานของพอชนั้นได้รับอิทธิพลมาจากเขาอย่างเต็มๆ
  • ในปี 1992 ทีมนีเวลส์ โอลด์ บอยส์ ทำผลงานย่ำแย่ลงจากปีก่อนหน้านั้นมาก ทำให้บิเอลซาคิดไม่ตก เขาโทร.หาภรรยา แต่ก็อธิบายไม่ได้ ท้อแท้ อยากให้โดนสูบลงธรณี แต่สุดท้ายเขาเรียกลูกทีมทั้งหมดมารวมกัน และถามว่ายังเชื่อใจกันไหมในสิ่งที่เขาทำ อยากให้เขาปรับอะไรไหม ลูกทีมทุกคนบอกว่า ไม่ต้องปรับ หลังจากนั้นนีเวลส์ฯ ก็คว้าแชมป์ลีกอาร์เจนตินาในปีนั้น และเข้าถึงรอบชิงโคปา ลิเบอร์ตาดอเรส คัพ
  • บิเอลซาเป็นคนที่ซื่อตรง หากทำผิดก็พร้อมยอมรับผิด เหมือนที่ครั้งหนึ่งเขาเคยมอบตัวกับตำรวจ เพราะไปทะเลาะกับคนงานก่อสร้าง
  • LOADING...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR