×

เบื้องลึก ‘การประท้วงสีเขียว-ทอง’ ของแฟนปีศาจแดง ที่ทำให้เกมแดงเดือดล่ม

04.05.2021
  • LOADING...
เบื้องลึก ‘การประท้วงสีเขียว-ทอง’ ของแฟนปีศาจแดง ที่ทำให้เกมแดงเดือดล่ม

HIGHLIGHTS

5 mins. read
  • การประท้วงเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงเวลาราว 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีเหตุการณ์เกิดขึ้น 2 จุดด้วยกัน คือ ที่โรงแรม Lowry และหน้าสนามโอลด์แทรฟฟอร์ด
  • มีการจุดพลุควันปลุกเร้าบรรยากาศในการต่อสู้ โดยพลุควันนั้นไม่ได้มีแค่สีแดงที่เป็นสีประจำสโมสร หากแต่เป็นสี ‘เขียว-ทอง’ (Green and Gold) อันเป็นสีประจำสโมสรนิวตัน ฮีธ ชื่อเดิมในช่วงก่อตั้งสโมสร
  • เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมีการเชื่อมโยงว่าสาเหตุเกิดจากความไม่พอใจที่ตระกูลเกลเซอร์ ในฐานะเจ้าของสโมสร ได้เป็น 1 ใน 12 สโมสรที่ประกาศเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลยูโรเปียนซูเปอร์ลีกเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน แต่ความจริงแล้วเป็นความรู้สึกโกรธแค้นที่สะสมมานานกว่า 16 ปี

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (2 พฤษภาคม) เป็นวันที่แฟนฟุตบอลรอคอยในการจะได้ชมเกม ‘แดงเดือด’ หนึ่งในการดวลกันของคู่ปรับตลอดกาลที่ยิ่งใหญ่และน่าจับตามองเสมอ โดยที่แม้บรรยากาศจะไม่คึกคักเหมือนในอดีต แต่ก็ยังความสำคัญต่อทั้งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และลิเวอร์พูล ในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล

 

แต่ก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้นในเวลา 16.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ได้เกิดเหตุการณ์ที่

 

ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อมีภาพของแฟนบอลทีม ‘ปีศาจแดง’ จำนวนนับร้อย บุกเข้าไปถึงพื้นสนามแข่งโอลด์แทรฟฟอร์ด โดยพวกเขามาเพื่อวัตถุประสงค์เดียว

 

นั่นคือการ ‘ขับไล่’ ตระกูลเกลเซอร์ เจ้าของสโมสรชาวอเมริกัน ออกไปจากทีมรักของพวกเขา

 

บรรยากาศการประท้วงในช่วงนั้นไม่ได้ดูน่ากลัวอะไรนัก แม้ว่าท่าทีของแฟนบอลจำนวนหนึ่งจะดุดัน เกรี้ยวกราด แต่ก็มีอีกจำนวนไม่น้อยที่ใช้โอกาสนี้ในการทำสิ่งที่พวกเขาไม่คิดว่าจะมีโอกาส อย่างการเตะฟุตบอลเล่นในสนามโอลด์แทรฟฟอร์ด โดยใช้ลูกฟุตบอลที่จัดเตรียมไว้ให้สำหรับนักฟุตบอลที่จะลงมาอบอุ่นร่างกาย บ้างก็ปีนขึ้นไปเล่นบนประตู (ก่อนจะโดนบอลเตะอัดตาข่ายร่วงตกลงมาบนพื้น)

 

บ้างหอบเอาเสาธงที่มุมสนามติดไม้ติดมือเป็นของฝาก และบางคนขอวาดลวดลายด้วยการโชว์ลีลาตีลังกายิงตุงตาข่ายเป็นที่ระลึกหน้าอัฒจันทร์สเตรทฟอร์ด เอนด์

 

หลายคนยังเชื่อว่ายังพอมีเวลาที่การแข่งขันจะดำเนินต่อไปตามได้ตามปกติ หรืออาจจะมีความล่าช้าเล็กน้อย

 

แต่ยิ่งเวลาผ่านไป สถานการณ์ก็ยิ่งทวีความตึงเครียดมากขึ้นตามลำดับ และนำไปสู่การประกาศเลื่อนการแข่งขันในเวลาต่อมา

 

ท่ามกลางความสับสนมากมาย สิ่งที่หลายคนอยากรู้คือ มีอะไรเกิดขึ้นบ้างในเหตุการณ์นี้ และแรงจูงใจที่ทำให้มีการประท้วงเกิดขึ้นเพราะอะไรกันแน่

 

 

เหตุการณ์การประท้วงสีเขียว-ทองของยูไนเต็ด

การประท้วงเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงเวลาราว 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีเหตุการณ์เกิดขึ้น 2 จุดด้วยกัน

 

จุดแรกคือที่โรงแรม Lowry ซึ่งเป็นโรงแรมที่นักฟุตบอลแมนฯ ยูไนเต็ด จะมาพักด้วยกันในคืนก่อนวันแข่งขัน ซึ่งเป็นไปตามมาตรการในการป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 โดยมีแฟนฟุตบอลจำนวนหนึ่งที่มาประท้วงเจ้าของสโมสร

 

แฟนบอลกลุ่มนี้ได้ปิดทางเข้าและออกของโรงแรม รวมถึงทางขึ้นรถเอาไว้ ทำให้นักฟุตบอลไม่สามารถที่จะเดินทางออกมาขึ้นรถโค้ช 2 คัน เพื่อจะเดินทางไปที่สนามได้

 

ในการประท้วงมีการกู่ร้องตะโกนทั้งเชิดชูสโมสร นักฟุตบอล และ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ในเวลาเดียวกันก็ตะโกนด่าทอตระกูลเกลเซอร์ เจ้าของสโมสรที่พวกเขาชิงชัง โดยมีการจุดพลุควัน ทำให้บรรยากาศมาคุขึ้นอย่างมากด้วย

 

พลุควันดังกล่าวไม่ได้ปรากฏที่โรงแรม Lowry เพียงที่เดียว หากแต่ที่บริเวณใกล้สนามโอลด์แทรฟฟอร์ดก็มีแฟนบอลอีกนับพันคนที่มารวมตัวกัน ‘ตามการนัดหมาย’ ก่อนหน้านี้ และมีการจุดพลุควันปลุกเร้าบรรยากาศในการต่อสู้

 

โดยพลุควันนั้นไม่ได้มีแค่สีแดงที่เป็นสีประจำสโมสร หากแต่สีหลักที่ใช้เป็น ‘ธีม’ ในการประท้วงครั้งนี้คือ สีเขียว-ทอง (Green and Gold) อันเป็นสีประจำสโมสรนิวตัน ฮีธ ชื่อเดิมในช่วงก่อตั้งสโมสร เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่านี่คือรากเหง้าและจิตวิญญาณที่แท้จริงของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

 

สถานการณ์ที่โอลด์แทรฟฟอร์ดดุเดือดกว่าที่โรงแรมมาก โดยมีการเริ่มฝ่าแนวป้องกันของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในช่วงเวลา 14.00 น. ก่อนที่จะเริ่มมีการบุกเข้าไปในสนาม เข้าไปถึงอุโมงค์สนาม ขณะที่แฟนบอลบางส่วนเข้าสนามผ่านช่องทางที่เจ้าหน้าที่และสื่อจะใช้เข้า (ทำให้ ไมเคิล โอลิเวอร์ ผู้ตัดสินในเกมนี้ ต้องใช้ทางอื่น) และอีกส่วนที่เข้าสนามผ่านประตูทางออกในยามปกติ ซึ่งในเวลาต่อมามีภาพของแฟนบอลกลุ่มนี้ทำลายประตูกระจกเพื่อเข้าสนาม

 

นอกจากนี้ยังมีภาพของแฟนบอลที่ทำลายขาตั้งกล้องของทีมสื่อซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง และข่าวลือว่ามีการบุกรุกเข้าไปถึงห้องแต่งตัวของนักฟุตบอลด้วย

 

อย่างไรก็ดี หลังการแสดงพลังสักพัก เมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเริ่มเข้ามาควบคุมสถานการณ์สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงทยอยออกจากพื้นที่สนาม ขณะที่ด้านนอกสนามมีรายงานการปะทะกันระหว่างแฟนบอลกลุ่มเล็กๆ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

 

หลังจากที่เริ่มควบคุมสถานการณ์ในสนามได้ เจ้าหน้าที่สนามได้สำรวจความเสียหายของพื้นสนามหญ้า (ซึ่งปกติเป็นพื้นที่หวงห้ามสูงสุด) และจุดอื่นๆ พบว่าลูกฟุตบอลจำนวนหนึ่งถูกขโมยไป รวมถึงเสามุมธง ทำให้อาจกระทบถึงเกมที่อาจจะแข่งขันไม่ได้

 

จากนั้นแม้จะมีการประกาศรายชื่อผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีมออกมา แต่ในเวลาต่อมาก่อนการแข่งขันเริ่มขึ้น ได้มีการประกาศเลื่อนการแข่งออกไปชั่วคราว โดยไม่มีการระบุเวลาในการแข่งขันใหม่ แต่มีการคาดว่าจะเริ่มในเวลา 18.30 น. 

 

น่าเสียดายที่สถานการณ์ยังไม่ปลอดภัยพอในความเห็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งยังไม่อนุญาตให้นักฟุตบอลเดินทางออกจากโรงแรมที่พักได้ทั้งของแมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งพักอยู่ที่โรงแรม Lowry และของลิเวอร์พูล ซึ่งพักอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่งใจกลางเมืองแมนเชสเตอร์

 

ที่สุดแล้ว หลังจากที่นักฟุตบอลไม่สามารถเดินทางมาถึงสนามได้ก่อนกำหนด 90 นาทีตามกฎ หลังจากนั้นไม่นานก็มีแถลงการณ์จากแมนฯ ยูไนเต็ด ประกาศข่าวการเลื่อนการแข่งขันออกไป โดยจะมีการหารือเกี่ยวกับการแข่งขันใหม่อีกครั้ง

 

ก่อนที่นักฟุตบอลจะได้รับอนุญาตให้เดินทางออกจากโรงแรมกลับบ้าน รวมถึงนักเตะลิเวอร์พูลที่นั่งรถโค้ชกลับเมืองในเวลาต่อมา

 

ไม่นานมานี้เคยมีแฟนบอลกลุ่มหนึ่งบุกสนามซ้อมแคร์ริงตันมาแล้ว

 

16 ปีแห่งความแค้น ต้นเหตุการประท้วงใหญ่

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมีการเชื่อมโยงว่าสาเหตุเกิดจากความไม่พอใจที่ตระกูลเกลเซอร์ ในฐานะเจ้าของสโมสร ได้เป็น 1 ใน 12 สโมสรที่ประกาศเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลยูโรเปียนซูเปอร์ลีกเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ซึ่งทำให้สโมสรเสื่อมเสีย ถูกมองในฐานะทีมที่เห็นแก่ได้ ทั้งๆ ที่ไม่เคยถามความเห็นจากแฟนฟุตบอลเลยแม้แต่น้อย

 

ก่อนหน้านี้มีการแสดงพลังไปแล้วครั้งหนึ่งด้วยที่ศูนย์ฝึกแคร์ริงตัน เมื่อมีแฟนบอลกลุ่มหนึ่งได้บุกเข้าไปถึงสนามซ้อมเพื่อประท้วง แต่ได้ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ผู้จัดการทีมที่แฟนบอลให้การยอมรับ เข้ามาพูดคุยด้วย ก่อนที่ทุกคนจะกลับไปอย่างสงบ

 

แต่ความจริงแล้วการประท้วงครั้งนี้เป็นแค่การ ‘ปะทุ’ ของความโกรธแค้นที่แฟนแมนฯ ยูไนเต็ด มีต่อเจ้าของสโมสรของพวกเขา ที่เข้ามายึดครองสโมสรไปเป็นสมบัติของตัวเอง แต่กลับบริหารจัดการโดยมิชอบทางความรู้สึกของแฟนบอล

 

ปมร้าวของครอบครัวนักธุรกิจกีฬาชาวอเมริกันกับแฟนเรดอาร์มีเริ่มตั้งแต่ในปี 2005 ที่ตระกูลเกลเซอร์ ซึ่งนำโดย มัลคอล์ม เกลเซอร์ เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรไปเมื่อปี 2005 

 

แต่การเทคโอเวอร์ครั้งนั้นถูกมองว่าไม่โปร่งใสและเต็มไปด้วยลูกเล่น เพราะ มัลคอล์ม เกลเซอร์ ใช้วิธีการ ‘กู้เงิน’ จำนวน 790 ล้านปอนด์เพื่อมาซื้อหุ้นของสโมสร แต่จากนั้นได้ผลักภาระการชำระดอกเบี้ยมาไว้กับบัญชีของสโมสร

 

นั่นหมายถึงพวกเขาได้สโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกมาแบบฟรีๆ เงินก็ไม่เสีย หนี้ก็ไม่ต้องจ่าย สโมสรหารายได้เท่าไรก็นำไปชำระทั้งเงินต้นและเงินดอก เหลือก็เก็บเข้ากระเป๋าตัวเอง ซึ่งมีการประเมินว่า ในเวลาเกือบ 16 ปีที่ผ่านมา เกลเซอร์ได้เงินจากแมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้วกว่า 2 พันล้านปอนด์

 

การพยายามต่อสู้ของแฟนบอลปีศาจแดงนั้นเริ่มตั้งแต่ต้น และมีการต่อสู้กันเรื่อยมา ทั้งการเดินขบวนประท้วงหรือการประท้วงในสนามด้วยการสวมผ้าพันคอสีเขียว-ทอง

 

ดังนั้นการลุกฮือในเหตุการณ์เมื่อคืนนี้จึงไม่ได้เกิดขึ้นจากข่าวการเข้าร่วมยูโรเปียนซูเปอร์​ลีกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความไม่พอใจที่สะสมมาเป็นระยะเวลา 15-16 ปี และถึงเวลาที่จะบันดาลโทสะสักครั้ง เพียงแค่ครั้งนี้อาจจะเล่นกันผิดจังหวะและเลยเถิดไปสักนิด

 

ทั้งนี้ แฟนบอลเหล่านี้ยืนยันว่า พวกเขา ‘พร้อมจะทำแบบนี้ทุกสัปดาห์’ หากมันจะช่วยให้ไล่เจ้าของสโมสรจอมหน้าเลือดกลุ่มนี้ได้ เพราะไม่อาจวางใจได้อีกต่อไป

 

ส่วนคำขอโทษจาก โจเอล เกลเซอร์ หลังถอนตัวจากซูเปอร์ลีก?

 

“เราไม่รับคำขอโทษ” พวกเขาบอกชัดเจน

 

โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ถ่ายภาพร่วมกับ อัฟราม เกลเซอร์ (ขวามือ) หนึ่งในพี่น้องเกลเซอร์ เจ้าของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

 

ผลของการกระทำ?

สำหรับเกมแดงเดือดที่ถูกเลื่อนออกไปนั้น แฟนปีศาจแดงสบายใจได้ว่าตามกฎของฟุตบอลอังกฤษไม่มีการบัญญัติบทลงโทษเอาไว้ในกรณีแบบนี้ โดยมีเพียงการระบุเอาไว้ว่า หากกรณีที่เกมต้องเลื่อนก่อนจะเริ่มแข่ง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลของสภาพอากาศ สภาพสนาม หรือความปลอดภัย จะมีการกำหนดวันแข่งขันใหม่

 

ตามแถลงการณ์ของทั้งสองสโมสรรวมถึงพรีเมียร์ลีกก็มีการระบุเอาไว้แค่นั้น ไม่มีการพิจารณาลงโทษด้วยการปรับแพ้หรือตัดแต้มแต่อย่างใด ยกเว้นจะมีการพิจารณาเปลี่ยนแปลงเป็นกรณีพิเศษในภายหลัง แต่เชื่อว่าจะไม่เกิดขึ้น

 

แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประกาศวันแข่งขันใหม่แต่อย่างใด

 

สำหรับเจ้าของสโมสรอย่างเกลเซอร์ การประท้วงครั้งนี้ไม่ได้แตกต่างอะไรจากการประท้วงคราวก่อนๆ

 

พวกเขายังมีสิทธิ์เต็มที่ในฐานะเจ้าของสโมสร และไม่มีความจำเป็นจะต้องขายหุ้นออกไปแต่อย่างใด แค่นิ่งไว้ให้เวลาผ่านไปก็พอ

 

อย่างไรก็ดี ทางด้าน แกรี เนวิลล์ อดีตผู้เล่นระดับตำนานของสโมสร ซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่พยายามปลุกเร้าแฟนฟุตบอลให้ลุกขึ้นต่อสู้กับเจ้าของสโมสรที่เห็นแก่เงินมากเกินไป ยังคงพยายามกระตุ้นให้แฟนฟุตบอลอย่าได้ถอดใจและให้ลุกขึ้นสู้ ไม่เฉพาะแฟนปีศาจแดง แต่รวมถึงแฟนหงส์แดงและสโมสรอื่นด้วย

 

แฟนบอลยูไนเต็ดบางส่วนเชื่อว่า “นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดที่เราจะไล่พวกเกลเซอร์ออกไป”

 

การลุกฮือเมื่อวานนี้จึงอาจเป็นแค่จุดเริ่มต้น แม้จะไม่มีใครรู้ว่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ก็ตาม

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising