สิงคโปร์และอินโดนีเซียประกาศจุดยืนร่วมในการรักษาช่องแคบมะละกาและช่องแคบสิงคโปร์ให้ปลอดภัย เปิดกว้าง และเดินเรือได้อย่างเสรีตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) หลังเกิดความกังวลว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจทำให้การเดินเรือระหว่างประเทศกลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง
สิงคโปร์และอินโดนีเซียกล่าวอะไรบ้าง
ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ และปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย กล่าวหลังการประชุมผู้นำสิงคโปร์-อินโดนีเซียว่า ทั้งสองประเทศต้องร่วมกันรักษาช่องแคบมะละกาและช่องแคบสิงคโปร์ให้ปลอดภัย เปิดกว้าง และทุกประเทศสามารถใช้เส้นทางเดินเรือได้อย่างเสรี โดยย้ำว่าเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย
ผู้นำทั้งสองยังประกาศจุดยืนสนับสนุนเสรีภาพในการเดินเรือและสิทธิในการผ่านทาง (Transit Passage) ของเรือทุกลำตาม UNCLOS ซึ่งเป็นทั้งกฎหมายและหลักจารีตประเพณีระหว่างประเทศ
ด้านปราโบโวกล่าวว่า สิงคโปร์และอินโดนีเซียเห็นพ้องให้ทุกข้อพิพาทระหว่างประเทศได้รับการแก้ไขผ่านการเจรจาและการทูต พร้อมจะร่วมมือกับมาเลเซียและไทยในการดูแลความมั่นคงของช่องแคบมะละกา รวมถึงป้องกันมลพิษ อุบัติเหตุ และปัญหาโจรสลัด
สิงคโปร์ยังแสดงความกังวลว่า หากประเทศใดสามารถใช้ช่องแคบระหว่างประเทศเป็นเครื่องมือกดดันทางการเมืองได้ ก็อาจกลายเป็นแบบอย่างให้ประเทศอื่นดำเนินรอยตาม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อช่องแคบมะละกาโดยตรง ในฐานะหนึ่งในเส้นทางการค้าสำคัญที่สุดของโลกและเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจอาเซียน
“ในฐานะประเทศชายฝั่งที่อยู่ติดกับช่องแคบมะละกาและช่องแคบสิงคโปร์ สิงคโปร์และอินโดนีเซียมีจุดยืนเชิงยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกัน” หว่องกล่าว
ส่วนปราโบโวยังย้ำว่า สิงคโปร์และอินโดนีเซียมีผลประโยชน์ร่วมกันในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน และสันติภาพกับเสถียรภาพจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองยังแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์ระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยปราโบโวย้ำจุดยืนของอาเซียนที่สนับสนุนการแก้ไขข้อพิพาทผ่านการเจรจาและการทูต ทั้งในภูมิภาคอาเซียนและในระดับโลก
ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีเศรษฐกิจของอินโดนีเซียเคยเสนอแนวคิดเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่ผ่านช่องแคบมะละกา โดยอ้างอิงแนวคิดของอิหร่านในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ต่อมาก็ออกมายืนยันว่าเป็นเพียงข้อเสนอที่ไม่ได้จริงจัง หลังสิงคโปร์และอินโดนีเซียต่างย้ำจุดยืนสนับสนุนเสรีภาพในการเดินเรือ
ภาพ: Willy Kurniawan / Reuters
อ้างอิง:


