หลังจากฉลองครบรอบ 10 ปีไปอย่างยิ่งใหญ่ Wonderfruit 2026 เทศกาลดนตรี อีเวนต์ระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ปล่อยให้เหล่า Wonderer ต้องรอนาน ประกาศก้าวที่ 11 ด้วยแผนการขยายอาณาจักรที่น่าตื่นเต้นกว่าเดิม ชนิดที่เรียกว่าปาดหน้าทุกกระแสอีเวนต์ใหญ่ในปีนี้
Wonderfruit ภาพจำของหลายคนอาจเป็นเพียงเฟสติวัล 5 วันที่เต็มไปด้วยแฟชั่น เวลเนสและดนตรี แต่ในความเป็นจริง ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ภายใต้การนำของสองผู้ก่อตั้งอย่าง พีท ประณิธาน พรประภา และ เจ มณฑล จิรา Wonderfruit ได้เพาะพันธุ์ระบบนิเวศทางวัฒนธรรมจนสุกงอม และในปี 2026 นี้ พวกเขากำลังจะก้าวสู่ทศวรรษใหม่ที่นิยามตัวเองชัดเจนขึ้นในฐานะ ‘Cultural Platform’ ที่มีชีวิตตลอดทั้งปี และมุ่งเน้นการสำรวจสามแกนหลักคือ การตื่นรู้ ความยั่งยืน และเสียงดนตรี
แน่นอนว่าหลังจากนี้จะไม่ได้ทำหน้าที่แค่อีเวนต์ปีละครั้งอีกต่อไป แต่ขยับสู่แนวคิด Beyond Wonderfruit ที่สร้างกิจกรรมกระจายตัวตลอดทั้งปีเพื่อลดความแออัดและสร้างประสบการณ์ที่จำเพาะเจาะจงมากขึ้น



เราเลยรวบรวมข้อมูลสัญญาณความเปลี่ยนแปลงในทศวรรษใหม่ที่ชาว Wonderers ต้องรู้
Wonderfruit คืออะไร?
เราเลยพามารู้จัก Wonderfruit (วันเดอร์ฟรุ๊ต) เทศกาลประจำปีที่จัดขึ้นในเดือนธันวาคม ณ The Fields พื้นที่ทุ่งกว้างของ Siam Country Club โดยงานจัดต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 5 วันเต็มในบรรยากาศกลางแจ้ง ที่ชวนผู้คนมาร่วมเฉลิมฉลองศิลปะ ดนตรี อาหาร และจินตนาการ ไปพร้อมกัน
เทศกาลนี้เกิดขึ้นภายใต้การสร้างสรรค์ของ Scratch First บริษัทสัญชาติไทยผู้ริเริ่มกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์สำหรับคนรุ่นใหม่ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการสร้างคอมมูนิตี้ของคนที่มีความสนใจร่วมกัน ให้ได้มาพบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนไอเดีย แบ่งปันความรู้ และใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติในช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เหมือนได้หลุดออกจากเมือง
อีกหนึ่งหัวใจของ Wonderfruit คือแนวคิด รักษ์โลกและความยั่งยืน ภายในงานจึงให้ความสำคัญกับการลดปริมาณขยะ การใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ และการสร้างประสบการณ์ที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเคารพและมีความหมาย



Wonderfruit Eleven
งานหลักที่ทุกคนรอคอยยังคงปักหลักที่ The Fields ณ สยามคันทรีคลับ ในวันที่ 3-7 ธันวาคม 2569 แม้ปีนี้จะมีกระแสอีเวนต์ระดับโลกอย่าง Tomorrowland Thailand ที่เตรียมก้าวเข้ามา แต่ Wonderfruit ยังคงรักษาสถานะเฟสติวัลที่มีจิตวิญญาณเฉพาะตัวที่สุดในภูมิภาคไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
แน่นอนว่ายังคงเข้มข้นกับการเป็น Zero-waste อีเวนต์ต้นแบบที่ตั้งเป้าลดขยะจากหลุมฝังกลบให้ได้ 100% และมาตรการที่ทำจริงมาตลอด 10 ปี ตั้งแต่งดใช้ Single-use Cups ทุกชนิด ถึงแม้ว่าจะเป็นวัสดุย่อยสลายได้ก็ตาม เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ร่วมงานให้พกแก้วส่วนตัวมาใช้เอง มีจุดเติมน้ำฟรีทั่วงานเพื่อลดขยะ และการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ชดเชยด้วยการปลูกป่าอย่างเป็นระบบทดแทนทุกปี
ด้านอาหารก็ไม่น้อยหน้าอย่าง Wonder Kitchen และ The Wandering Kitchen ครัวเคลื่อนที่ต้นแบจะยังคงทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวของท้องถิ่นผ่านวัตถุดิบฤดูกาลและการทำอาหารแบบด้นสด ร่วมกับเชฟระดับโลกและชุมชนท้องถิ่น ทำให้การกินเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้นิเวศวิทยา


Beyond Wonderfruit 3 ประสบการณ์เฉพาะกลุ่ม
เพื่อลดความแออัดและตอบโจทย์ความสนใจที่ลึกซึ้งขึ้น Wonderfruit ได้แตกหน่อโปรเจกต์ย่อยที่กระจายตัวตลอดเดือนธันวาคม 2569 – มกราคม 2570 เพื่อบาลานซ์ประสบการณ์ของผู้ร่วมงานให้ได้รับสุนทรียภาพสูงสุด
- Camp Wonder จัดวันที่ 18-20 ธันวาคม 2569 สร้างพื้นที่การเรียนรู้สำหรับทุกวัย โดยอิงคำสอนทางพระพุทธศาสนา
- Field.D* วันที่ 20 ธันวาคม 2569 เป็นค่ำคืนสำหรับคนที่ถวิลหาประสบการณ์ ‘Deep Listening’ และการสำรวจมิติของเสียงที่ถูกคิดมาอย่างประณีต
- ดินแดน (Din Daen) จัดวันที่ 29-31 มกราคม 2570 เนรมิตหมู่บ้านต้นแบบที่สร้างจากภูมิปัญญาไทยและแพทย์แผนไทย เชื่อมโยงรากเหง้าเข้ากับวิถีชีวิตสมัยใหม่
‘Wonderfruit Chapters Kyoto’ ก้าวแรกบนแผ่นดินญี่ปุ่น
ไฮไลต์ที่สั่นสะเทือนวงการมากที่สุดคือการประกาศจัดงานนอกประเทศไทยเป็นครั้งแรกที่ ณ เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 21-25 ตุลาคม 2569 นี่คือการเขียนบทใหม่ที่เพิ่มความลึกซึ้ง โดยจะนำปรัชญาเรื่องจิตใจ ธรรมชาติ และเสียง ไปตีความใหม่ผ่านวัฒนธรรมญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นบทพิสูจน์ว่าคติแบบ Wonderer สามารถเบ่งบานได้ทุกที่ทั่วโลก
สำหรับใครที่กำลังถามหาปุ่มกดบัตร ทาง Wonderfruit ได้ระบุวันแค่วันจัดงานของทุกอีเวนต์เท่านั้น เพื่อให้เหล่า Wonderers ได้เตรียมลงปฏิทินและวางแผนการเดินทางล่วงหน้า แต่ในส่วนของวันจำหน่ายบัตรนั้นตอนนี้ยังไม่มีกำหนดการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและอัปเดตวันจองบัตรได้ที่ www.wonderfruit.co
ภาพ: Wonderfruit

