คนยุคที่มีความรู้เรื่อง Longevity มากขึ้น เวลาซื้อหรือใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เรามักจะถามหาอะไรที่เป็นมากกว่าแค่ผลลัพธ์ฉาบฉวย และพยายามมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ผสานกับธรรมชาติ เพื่อให้เห็นผล ขณะเดียวกันก็ปลอดภัยและยั่งยืนที่สุด จริงๆ แล้ว LIFE มองว่าไอเดีย Longevity หรือการดูแลผิวให้แข็งแรงยืนยาวไม่ใช่คำฮิตๆ ใน Instagram หรือตามฟีดโซเชียลเท่านั้น แต่กลายเป็นหัวใจของแบรนด์คุณภาพมากมายที่ให้ใจและลงทุนกับงานวิจัยจริงๆ แบบเข้มข้น และสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความหมายในระดับเซลล์ผิว นี่คือ 6 แบรนด์ที่ทำงานวิจัยแข็งขัน รวมถึงแบรนด์ที่มีการพัฒนาโดยแพทย์ผิวหนังและการทดสอบจริง และนำมาสู่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคใหม่ที่อินกับ Longevity Beauty

1.Dior Beauty
Dior Beauty คือหนึ่งในแบรนด์ที่ยกระดับคำว่า Longevity จากคอนเซปต์การตลาดสู่โครงสร้างงานวิจัยจริง ผ่านการจัดตั้ง Reverse Aging Board และการทำงานร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ด้านชีววิทยาของผิวอย่างต่อเนื่อง Dior ศึกษาความเสื่อมของผิวในระดับเซลล์ ไม่ใช่แค่ริ้วรอยที่มองเห็นได้ และนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้พัฒนาสกินแคร์ในไลน์หลักอย่าง Capture และ Prestige แนวคิดของ Dior จึงไม่ใช่การย้อนวัยแบบเร่งด่วน แต่คือการพยุงศักยภาพผิวให้แข็งแรงและทำงานได้ดีในระยะยาว

2.Chanel Beauty
Chanel Beauty ผสานงานวิจัยเข้ากับมุมมองเชิงสุนทรียะของแบรนด์ได้อย่างมีเอกลักษณ์ ผ่าน Chanel Research ที่ศึกษาชีววิทยาของผิวในระดับเซลลูลาร์ หนึ่งในตัวอย่างชัดเจนคือการวิจัย red camellia ในไลน์ N°1 de Chanel ซึ่งมุ่งเสริมพลังชีวิตของผิวและความสามารถในการฟื้นตัว Chanel มอง Longevity ไม่ใช่การหยุดเวลา แต่คือการทำให้ผิวมีพลัง สมดุล และดูมีชีวิตในระยะยาว

3. Augustinus Bader
Augustinus Bader เป็นตัวอย่างชัดเจนของแบรนด์ที่เกิดจากงานวิทยาศาสตร์ตั้งแต่จุดเริ่มต้น ผู้ก่อตั้งเป็นนักวิทยาศาสตร์ด้าน regenerative medicine และนำองค์ความรู้เรื่องการฟื้นฟูเซลล์มาแปลเป็นสกินแคร์ผ่านเทคโนโลยี TFC8® หัวใจของแบรนด์ไม่ใช่การเติม active ที่แรงที่สุด แต่คือการสนับสนุนให้ผิวซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Longevity มองผิวเป็นระบบชีวภาพที่ต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่พื้นผิวที่ต้องคอยแก้ปัญหาเฉพาะจุด

4. La Roche‑Posay
La Roche-Posay ยืนอยู่บนรากฐานของเวชสำอางและการทดสอบทางคลินิกมาโดยตลอด งานวิจัยของแบรนด์โฟกัสที่ผิวแพ้ง่าย ผิวอักเสบ และการฟื้นฟู Skin Barrier อย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ Longevity ในชีวิตจริง เพราะผิวที่แข็งแรงคือผิวที่ระคายเคืองน้อย ฟื้นตัวไว และเสถียรในระยะยาว La Roche-Posay จึงไม่เน้นผลลัพธ์หวือหวา แต่สร้างความเชื่อมั่นผ่านข้อมูลทางการแพทย์และการใช้งานจริง

5. CeraVe
CeraVe คือภาพแทนของ Research-Led Beauty ในระดับที่เข้าถึงได้ แบรนด์พัฒนาสูตรร่วมกับแพทย์ผิวหนัง โดยใช้ความเข้าใจเรื่อง skin barrier และ lipids ตามธรรมชาติของผิวเป็นแกนหลัก การเติม ceramides ในสัดส่วนที่เหมาะสม พร้อมเทคโนโลยีการปล่อยสารอย่างต่อเนื่อง ทำให้ CeraVe สนับสนุนสุขภาพผิวในระยะยาวมากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า นี่คือ Longevity ในรูปแบบเรียบง่าย แต่มีหลักวิทยาศาสตร์รองรับชัดเจน

6. Estée Lauder
Estée Lauder เป็นแบรนด์ที่ลงทุนด้านการวิจัยผิวมาอย่างยาวนาน และตีความ Longevity ผ่านศาสตร์ด้านชีววิทยาและจังหวะการฟื้นฟูของผิว งานวิจัยเกี่ยวกับ circadian rhythm และการซ่อมแซมผิวในเวลากลางคืน ถูกนำมาใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างเป็นระบบ แนวคิดของ Estée Lauder จึงไม่ใช่แค่การลดเลือนสัญญาณวัย แต่คือการสนับสนุนกลไกธรรมชาติของผิวให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพในทุกช่วงเวลา


