ประสบการณ์ของสองผู้พัฒนาอย่างเซ็นทรัลพัฒนา (CPN) และดุสิตธานี (Dusit Thani) ได้เชื่อมต่อกันจนเกิดเป็นพื้นที่ที่สร้างความตื่นตาในระดับโลกอย่าง “Dusit Central Park” สถานที่ที่ถูกสร้างในแนวคิด Humanized City อยู่ในกรุงเทพฯ เป็นสถานที่ที่ผู้คนจะได้มาหยุดพักและหายใจได้อย่างเต็มที่ บนพื้นที่ใจกลางเมืองที่เพียบพร้อมแวดล้อมที่ครบครัน รวมถึงตั้งอยู่ตรงข้ามสวนลุมพินี สวนขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ

ในโอกาส Bangkok Design Week 2026 ทั้ง 2 องค์กรผู้มีวิสัยทัศน์ร่วมกันได้เปิดพื้นที่เผยเบื้องหลังโครงการมิกซ์ยูส Dusit Central Park ที่เป็นผลจากการผสานความร่วมมือระหว่างองค์กรระดับโลกกับผู้เชี่ยวชาญไทย จนกลายเป็นแลนด์มาร์กและไอคอนสำคัญของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของคนทั่วโลก
Vision & Mission จากมิตรภาพสู่โครงการแห่งอนาคตของคนเมือง
คุณายุธ เดชอุดม Asset Director, Central Park และ ศิรเดช โทณวณิก รองประธานฝ่าย พัฒนาธุรกิจโรงแรม (ทั่วโลก) Dusit International ได้เล่าว่า Dusit Central Park เกิดจากความร่วมมือระยะยาวระหว่างดุสิตธานีและเซ็นทรัลพัฒนา ซึ่งเติบโตจากมิตรภาพของผู้บริหาร สู่การเป็นพาร์ตเนอร์ที่มุ่งมั่นพัฒนาเมืองแบบยั่งยืน โครงการตั้งอยู่บนที่ดินสำคัญทางประวัติศาสตร์และสัญลักษณ์ของกรุงเทพฯ ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของโรงแรมดุสิตธานี อาคารสูงสุดในไทย ณ จุดตัดของสวนลุมพินี ย่านธุรกิจ และชุมชนวัฒนธรรม การพัฒนา Dusit Central Park จึงให้ความสำคัญกับการเคารพคุณค่าในอดีต พร้อมตีความให้เข้ากับบริบทเมืองปัจจุบัน

แนวคิด “Here for Bangkok” คือหัวใจของ Dusit Central Park ในทุกมิติ ทั้งดีไซน์ ฟังก์ชัน และการร่วมมือกับนักออกแบบระดับโลก เพื่อสร้างพื้นที่มาตรฐานระดับโลก ที่สะท้อนตัวตนและหลากหลายช่วงวัยของกรุงเทพฯ โดยไม่ลอกเลียนแบบเมืองอื่น ทำให้ Dusit Central Park ถูกนิยามให้เป็น “แลนด์มาร์กของเมือง” ที่เป็นพื้นที่ใช้ชีวิตจริง และเชื่อมโยงผู้คนหลากหลายวัยเข้าด้วยกันอย่างชัดเจน

Idea of 4 Uses เมืองแนวตั้งที่เริ่มจากคำถามง่าย ๆ สู่ Dusit Central Park
จุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ Head of Business & Design Development, เซ็นทรัลพัฒนา เปิดเผยว่า Dusit Central Park ถูกออกแบบจากคำถามว่าเมืองควรตอบโจทย์ชีวิตผู้คนอย่างไร ท่ามกลางพื้นที่เชิงพาณิชย์ในกรุงเทพฯ โครงการนี้จึงมุ่งคืนพื้นที่สาธารณะและพื้นที่สีเขียว สร้าง ‘เมืองแนวตั้งที่มีชีวิต’ และประสบการณ์เชื่อมต่อกับเมืองอย่างแท้จริง

ด้วยที่ดินสามเหลี่ยมใจกลางเมืองติดสวนลุมพินี Dusit Central Park รองรับ 4 ยูสหลัก (โรงแรม ที่พักอาศัย ออฟฟิศ รีเทล) โดยทีมออกแบบต้องคำนึงถึงการวางอาคาร ทิศทางลม แสงแดด วิวสวน และการเชื่อมต่อภายในสู่ภายนอก
หัวใจสำคัญคือการเข้าใจพฤติกรรมผู้คน OMA (Office for Metropolitan Architecture) สถาปนิกชาวเนเธอร์แลนด์ จึงเข้ามาร่วมสร้างสรรค์สเปซที่ผสานดีไซน์ไทยผ่านแลนด์สเคป วัสดุ และวัฒนธรรมอาหาร สะท้อนจังหวะชีวิตเมืองได้อย่างกลมกลืน
Turn Idea to Reality ผสานเฮอริเทจเข้ากับโมเดิร์นที่เดินไปพร้อมกับเมือง
ณัฐภาณุ์ ศรียุกต์สิริ อดีต Managing Director, Dusit Estate และ Group Creative Strategy, Dusit International ได้แบ่งปันร่วมกับจุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ว่า ความท้าทายของการออกแบบ Dusit Central Park คือการนำเฮอริเทจกว่า 80 ปีของดุสิตธานี มาตีความใหม่ให้อยู่ร่วมกับโครงการมิกซ์ยูสและบริบทเมืองร่วมสมัย ทีมออกแบบได้เก็บรายละเอียดของโรงแรมดุสิตธานีเดิมทั้งหมด แล้วถอดคุณค่าเหล่านั้นออกมาเป็นภาษาการออกแบบใหม่ที่คงความเป็นไทย ความอบอุ่น และความละเมียดแบบดุสิต แต่สามารถปรับใช้กับพื้นที่สาธารณะและยูสต่าง ๆ ในเชิงโมเดิร์นได้อย่างกลมกลืน
ความเป็นมิกซ์ยูสของ Dusit Central Park นำโจทย์ใหญ่เรื่องความแตกต่างของแต่ละยูสมาสู่การแก้ปัญหาด้วยการใช้พื้นที่สีเขียวและ Roof Park เป็นแกนกลางเชื่อมโยงทุกกลุ่ม ให้สามารถใช้พื้นที่ร่วมกันได้จริง สะท้อนแนวคิด “Humanized City” ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของกรุงเทพฯ
World & Local Architecture ความร่วมมือของการออกแบบระดับโลกและท้องถิ่น
Dusit Central Park เกิดจากการทำงานร่วม 7 ปีของ OMA และ A49 บริษัทสถาปนิกแถวหน้าของประเทศไทย โดยเริ่มจาก “บริบทพื้นที่” เป็นหลัก คือทำอย่างไรให้ทุกฟังก์ชันมองเห็นสวนลุมพินี 100% จึงยอมลดพื้นที่และใช้แนวคิด “Pulling the Park” ดึงพื้นที่สีเขียวมาคลุมอาคาร

โครงการนี้ผสานแนวคิดที่ต่างกัน OMA ตั้งคำถามนอกกรอบ และ A49 ปรับวิสัยทัศน์ให้เข้ากับบริบทไทย โจทย์ท้าทายคือการรื้อโรงแรมดุสิตธานีเดิม แต่คง “จิตวิญญาณ” ผ่านการตีความยอดชฎา การไล่ระดับอาคาร และศาสตร์ฮวงจุ้ย สะท้อนการหาจุดสมดุลระหว่างความทันสมัย รากเหง้า และความเชื่อ
Interior การเดินทางผ่านหลายจังหวะของกรุงเทพฯ
LINE HOUSE สตูดิโอออกแบบจากเซี่ยงไฮ้ที่มีชื่อเสียงด้านการผสมผสานงานดีไซน์ที่ร่วมสมัยเข้ากับสัมผัสของงานฝีมือ ได้มาแบ่งปันว่า การออกแบบภายในพื้นที่ค้าปลีกและร้านอาหารของ Dusit Central Park ด้วยแนวคิด The Vertical Journey เชื่อมความสงบของสวนลุมพินีกับความคึกคักของสีลม-ศาลาแดง ผ่านประสบการณ์ที่ไล่ระดับชั้น เริ่มจาก Classic Luxury ที่ตีความมรดกดุสิตธานีสู่พื้นที่แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และ Urban Lifestyle ด้วยวัสดุสมัยใหม่ จนถึงชั้นบนสุดที่เป็นร้านอาหารและสวนลอยฟ้าแบบ Al Fresco มีสวนลุมพินีเป็นฉากหลัง

องค์ประกอบสำคัญคือ Three Voids (โถงลิฟต์ บันไดเลื่อน) ซึ่งทำหน้าที่เป็นแกนกลางและพื้นที่สาธารณะในอาคาร ที่แสง สี และมิติเปลี่ยนไปตามเวลา สะท้อนแนวคิดว่าพื้นที่ค้าปลีกยุคใหม่ต้องเป็นมากกว่าที่ซื้อขาย แต่เป็นฉากของชีวิตเมืองด้วย
เบื้องหลังความงามวิจิตรศิลป์ที่สร้างได้จริง
เบื้องหลังการออกแบบโรงแรม Dusit Thani Bangkok โฉมใหม่ เกิดจากบทบาทของ dwp (Design Worldwide Partnership) บริษัทที่ปรึกษาด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบภายในระดับโลกของไทย และในฐานะ Local Interior Designer คือการเชื่อมวิสัยทัศน์ของ André Fu Studio เข้ากับความเป็นจริงของการก่อสร้างในประเทศไทย หน้าที่สำคัญไม่ใช่การออกแบบทับ แต่คือการ “แปลงจินตนาการให้สร้างได้จริง” ตั้งแต่การเลือกวัสดุที่หาได้ในประเทศ การควบคุมงบประมาณ ไปจนถึงการรักษาอารมณ์และรายละเอียดที่ละเอียดอ่อนของงานออกแบบระดับโลกไว้ให้ครบถ้วน
dwp ใช้ระบบ Fully BIM (Building Information Modeling) ในงานตกแต่งภายใน โดยสร้างโมเดล 3D ละเอียดเพื่อแก้ไขปัญหาก่อนก่อสร้าง ช่วยลดความผิดพลาดและทำให้ดีไซน์ซับซ้อนเป็นจริงได้ ดีไซน์เน้นรายละเอียดเล็กๆ สื่อถึงความเป็นไทยในระดับสากล เช่น มินิบาร์ไม้ ผนังฝาปะกนเล่นแสงเงา และเฟอร์นิเจอร์ที่ใส่ใจสัมผัส ความงามของโครงการนี้จึงอยู่ที่รายละเอียดที่ผู้เข้าพักจะค่อย ๆ สัมผัสได้
การสร้างระบบนิเวศกลางเมืองที่ทุกคนเข้าถึงได้ของ Dusit Central Park
งานออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมของ Dusit Central Park โดย LCO (Landscape Collaboration) ถูกวางบทบาทให้มากกว่าสวนบนอาคาร แต่เป็นโครงข่ายสีเขียวที่เชื่อมเมืองเข้าด้วยกันผ่านแนวคิด Borderless & Continuity สวนลุมพินีจึงไม่ถูกมองว่าอยู่ภายนอกโครงการ หากถูกดึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ ผ่านทางเดินลอยฟ้าและเส้นทางลาดที่เชื่อมต่อพื้นที่ทั้งสี่ฟังก์ชันเข้าด้วยกันในหลายระดับความสูง
สวนสาธารณะแห่งนี้ออกแบบให้ทุกคนเข้าถึงได้จริง (เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ใช้วีลแชร์) โดย LCO แก้ปัญหาความลาดชันด้วยทางซิกแซก บอร์ดวอล์ก และกำแพงดิน พร้อมลิฟต์เชื่อมตรงจาก BTS และ MRT และภายใต้แนวคิด “Here for Bangkok” มีการสร้างป่าบนหลังคาด้วยพันธุ์ไม้ท้องถิ่นกว่า 190 ชนิด พร้อมระบบน้ำกรองและลดเสียงรบกวน ด้วยวิศวกรรมขั้นสูงที่ทำให้ต้นไม้ใหญ่เติบโตได้ สวนนี้จึงเป็นมากกว่าที่พักผ่อน แต่เป็นการทดลองสร้างระบบนิเวศใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ
Central Park กับการเป็น Art Platform ให้ศิลปินไทยได้ปล่อยของ
นอกจากนี้ Central Park ยังเป็นแพลตฟอร์มที่ให้ศิลปินไทยได้มาปล่อยของ อย่างผลงานศิลปะของ Infinite Riot โดย หฤษฎ์ ธรรมประชา โครงการ Dusit Central Park เริ่มจากการตั้งคำถามกับเมืองและจังหวะชีวิตเร่งรีบของย่านสีลม ก่อนแปลงสิ่งที่พบเห็นในการก่อสร้าง เช่น เส้นสายอาคาร แสงไฟยามค่ำคืน หรือเทปกาว ให้เป็นลวดลายถาวรเชิงนามธรรม เพื่อบันทึกช่วงเวลาหนึ่งของเมืองไว้

การเลือกใช้สีเมทัลลิก (เงิน ทอง ทองแดง) สะท้อนแนวคิดเรื่อง “วัสดุ” และความมั่นคง ลวดลายเหล่านี้จึงไม่ใช่แค่การตกแต่ง แต่เป็นเครื่องเตือนใจให้คนเมืองชะลอชีวิต ใส่ใจรายละเอียด และเปลี่ยนความวุ่นวายให้เป็นความสงบที่ซึมซับในชีวิตประจำวัน
แก่นของการออกแบบของ Dusit Central Park ใน Bangkok Design Week 2026
ตลอดสัปดาห์ของ Bangkok Design Week 2026 นั้น Dusit Central Park ได้เปิดพื้นที่ให้คนที่รักในการออกแบบ ได้มาสัมผัสปรัชญาและแนวคิดการออกแบบของ Dusit Central Park เพิ่มได้กับกิจกรรม Exhibition & The Landmark บริเวณชั้น 1 ของ Dusit Central Park

- The Landmark: Art Installation สูง 16 เมตร เชื่อมสวนลุมพินีกับสกายวอล์ก อาคารสำนักงาน พื้นที่ค้าปลีก โดดเด่นด้วยเสาโค้ง Art Arcade พร้อมพื้นที่กิจกรรมและศิลปะใจกลางเมือง โดยมี Infinite Riot ร่วมสร้างสรรค์งานศิลปะ
- Exhibition: Exploring the City Through Design – Design Behind the Scene เผยเบื้องหลังการวางผังและดีไซน์พื้นที่เมือง
- Build Your Central Park กิจกรรมต่อเลโก้จากแรงบันดาลใจสถาปัตยกรรม Central Park เพื่อเรียนรู้แนวคิดออกแบบ
- Central Park Passport สะสมแต้ม 3 จุด Iconic (Skyhall ชั้น 1, The Roof Park ชั้น 4, บันไดเลื่อน ชั้น 1) เพื่อเรียนรู้การออกแบบและรับของที่ระลึก
- Breathe the Park ประสบการณ์ Sensory ดื่มด่ำแสง ลม ธรรมชาติ ผ่านสื่อผสมผสาน ถ่ายทอดมิติใหม่ของสวนใจกลางกรุงเทพฯ

Dusit Central Park การถักทอเรื่องราวของมรดกกรุงเทพในยุคร่วมสมัย
บทสรุปของ Dusit Central Park จึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงความยิ่งใหญ่ทางสถาปัตยกรรม แต่คือหมุดหมายสำคัญที่พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังแห่งแนวคิด Here for Bangkok และ Humanized City ที่กล้าท้าทายกรอบเดิม ด้วยการถักทอมรดกทางวัฒนธรรมกว่า 80 ปีให้กลายเป็นเนื้อเดียวกับวิถีชีวิตร่วมสมัยและพื้นที่สีเขียวอันเติมเต็ม

การเปิดเผยเบื้องหลังในงาน Bangkok Design Week 2026 ครั้งนี้ จึงเป็นมากกว่านิทรรศการ แต่คือการตอกย้ำว่างานออกแบบเป็นเครื่องมือทรงพลังที่เชื่อมโยงธรรมชาติ รากเหง้า และผู้คนเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อคืนลมหายใจและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับพื้นที่สาธารณะ พื้นที่ที่ตอบโจทย์จิตวิญญาณของกรุงเทพฯ ได้อย่างแท้จริง

