×

บทเรียนจากดราม่าโกคาร์ท: การแข่งขันต้องเป็นธรรม สุขภาพใจเด็กต้องไม่ถูกมองข้าม

โดย THE STANDARD TEAM
15.10.2026
  • LOADING...
รถโกคาร์ทกำลังแข่งขันในสนามแข่ง

การลงแข่งขันกีฬาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้และเติบโตของเด็ก แต่เมื่อผลการแข่งขันกลายเป็นประเด็นที่คนจำนวนมากเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ ประสบการณ์ในสนามที่ควรเต็มไปด้วยความสนุกและการพัฒนาตัวเอง ก็อาจมาพร้อมแรงกดดันที่เกินกว่าการแข่งขันตามปกติ

 

 
 

สืบเนื่องจากกรณีการประท้วงผลการแข่งขันรถคาร์ทรุ่น Cadet-B รายการ Super Kart Thailand Championship 2026 ซึ่งมีชื่อของ ‘น้องพายุ’ รังษีสิงห์พิพัฒน์ ลูกชายของชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต เข้ามาเกี่ยวข้อง อยากชวนให้สังคมมองมากกว่าเรื่องแพ้ชนะ เพราะนอกจากคำถามเกี่ยวกับกติกาแล้ว ยังมีประเด็นเรื่องการแสดงความคิดเห็นต่อผู้เกี่ยวข้องตามมาด้วย

 

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกติกา การประท้วงและตรวจสอบ ย่อมเป็นสิ่งจำเป็น นักแข่งทุกคนควรอยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน และผู้จัดการแข่งขันมีหน้าที่ชี้แจงข้อเท็จจริงเมื่อเกิดปัญหา อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบผลการแข่งขันกับการวิพากษ์วิจารณ์ตัวนักแข่งเป็นคนละเรื่องกัน และควรแยกออกจากกันให้ชัดเจน

 

ล่าสุด เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (15 ตุลาคม) ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬา ชี้แจงว่าได้เรียกผู้จัดการแข่งขันเข้าให้ข้อมูลแล้ว โดยกรณีนี้เป็นข้อสงสัยเกี่ยวกับกติกาและเทคนิค ไม่ใช่การประท้วงตัวนักแข่ง ทั้งนี้ สมาคมจะตรวจสอบตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง โดยพิจารณากติกาทั้งในประเทศและต่างประเทศประกอบกัน

 

พฤฒิรัตน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ นายกสมาคมฯ กล่าวว่า “ถามว่าวันนี้ผิดไหม ผิด แต่เราไม่ได้เป็นผู้จัด เมื่อผิด เราก็จะส่งผลไปให้ผู้จัด โดยเป็นเรื่องของการแข่งขัน เราดูในเรื่องกติกาเท่านั้น”

 

ขณะที่ DT Motorsport ซึ่งเป็นทีมแข่งของ ‘น้องพายุ’ ได้โพสต์ข้อความผ่าน Facebook น้อมรับคำตัดสินของสมาคมโดยไม่มีข้อโต้แย้ง พร้อมขอโทษทุกฝ่ายจากการตีความเอกสารรับรองมาตรฐาน (Homologation Form) ที่ไม่ตรงกับเจตนาของโรงงาน IAME

 

DT Motorsport ระบุว่า ความผิดพลาดดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบของทีม ไม่ใช่ของน้องพายุ ซึ่งเป็นเด็กที่ขับรถตามที่ทีมเตรียมให้ พร้อมชี้แจงว่า ข้อความในเอกสารจากโรงงานทำให้เกิดความสับสนทั้งกับผู้จัดการแข่งขันและทีมตรวจสภาพจากโรงงาน IAME ซึ่งมีความเข้าใจไปในทิศทางเดียวกับทีมเช่นกัน โดยยืนยันว่าไม่มีเจตนาสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

 

ทีมยังระบุว่า จะเพิ่มความระมัดระวังในการตีความกติกา โดยจะสอบถามผู้จัดการแข่งขัน ผู้ควบคุมกติกา และโรงงานผู้ผลิตเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนดำเนินการใดๆ เพื่อให้เข้าใจข้อกำหนดอย่างชัดเจน

 

พร้อมขอโทษครอบครัวของน้องพายุ นักแข่งคนอื่นๆ และครอบครัว ผู้ติดตามและให้กำลังใจน้องพายุ ตลอดจน ร.ย.ส.ท. ผู้จัดการแข่งขัน คณะกรรมการ และทุกครอบครัวในรุ่น Cadet B ที่ได้รับผลกระทบจากความสับสนและความวุ่นวายที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ ทีมยังแสดงความยินดีกับนักแข่งทุกคนที่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันครั้งนี้

 

แม้ข้อพิพาทจะได้รับคำชี้แจงและทีมที่เกี่ยวข้องจะแสดงความรับผิดชอบแล้ว แต่สิ่งที่ควรพิจารณาควบคู่กันคือ เด็กที่อยู่ในเหตุการณ์จะได้รับผลกระทบจากกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างไร เพราะการตรวจสอบความถูกต้องของการแข่งขันเป็นเรื่องหนึ่ง ขณะที่

 

การแสดงความคิดเห็นต่อเด็กที่เกี่ยวข้องเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

 

เมื่อผลการแข่งขันไม่ใช่สิ่งเดียวที่เด็กต้องเผชิญ

 

แนวคิดการเลี้ยงดูเชิงบวก (Positive Parenting) ของสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ตามโปรแกรม Triple P ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก การฝึกทักษะทางสังคม การจัดการอารมณ์ และการแก้ปัญหา โดยผู้ปกครองมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้เด็กเรียนรู้และเติบโตอย่างเหมาะสมกับวัย

 

เมื่อนำแนวคิดนี้มาพิจารณาในบริบทของการแข่งขันกีฬา การสนับสนุนเด็กจึงไม่ควรจำกัดอยู่ที่การผลักดันให้ทำผลงานได้ดีหรือคว้าชัยชนะ แต่ควรเปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้จากทั้งความสำเร็จและความผิดหวัง ฝึกจัดการอารมณ์ และเข้าใจว่าผลการแข่งขันเพียงครั้งเดียวไม่ได้เป็นตัวกำหนดคุณค่าของตัวเอง

 

ขณะเดียวกัน ผู้ใหญ่ควรช่วยให้เด็กแยกแยะระหว่างข้อผิดพลาดที่สามารถเรียนรู้และแก้ไขได้ กับความคิดเห็นจากภายนอกที่ไม่จำเป็นต้องนำมาเป็นเครื่องตัดสินตัวเอง ส่วนสังคมก็สามารถตั้งคำถามต่อกติกาหรือการทำงานของผู้จัดได้ โดยไม่จำเป็นต้องโจมตีตัวนักแข่งหรือด่วนตัดสินก่อนทราบข้อเท็จจริง

 

ความเข้มแข็งทางใจ ไม่ได้เกิดขึ้นจากการต้องอดทนเพียงลำพัง

 

กรมสุขภาพจิตอธิบายไว้ใน คู่มือสร้างสรรค์พลังใจให้วัยทีน (ฉบับปรับปรุง) ว่า ความเข้มแข็งทางใจ (Resilience Quotient: RQ) เกี่ยวข้องกับความสามารถในการปรับตัวและรับมือกับความยากลำบาก โดยการพัฒนาทักษะดังกล่าวต้องอาศัยการฝึกฝน รวมถึงการสนับสนุนจากคนรอบข้าง โดยเฉพาะครอบครัวและครูที่มีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของเด็ก

 

แนวคิดนี้สะท้อนว่า การช่วยให้เด็กผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากไม่ได้หมายถึงการสอนให้เด็กอดทนหรือจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการมีคนที่พร้อมรับฟัง ให้คำแนะนำ และช่วยให้เด็กมองเห็นทางออกเมื่อเผชิญปัญหา สภาพแวดล้อมที่เด็กได้รับการดูแลและสนับสนุนจึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเข้มแข็งทางใจ

 

สำหรับการแข่งขันกีฬา เด็กอาจต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับผลการแข่งขัน ทำความเข้าใจกับข้อผิดพลาด และพัฒนาตัวเองต่อไป แต่การเรียนรู้เหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากสังคมที่เกินความจำเป็น ผู้ใหญ่สามารถเปิดโอกาสให้เด็กเผชิญความผิดหวังตามวัย พร้อมช่วยให้เด็กเข้าใจและจัดการกับความรู้สึกของตัวเอง โดยไม่ปล่อยให้ข้อพิพาทของผู้ใหญ่กลายเป็นภาระที่เด็กต้องรับไว้เพียงลำพัง

 

ในกรณีที่เกิดข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการแข่งขัน การตรวจสอบตามกติกายังคงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะความเป็นธรรมเป็นพื้นฐานของกีฬา แต่การตรวจสอบควรมุ่งไปที่ข้อเท็จจริง หลักฐาน และความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้อง ไม่ใช่การขยายความขัดแย้งไปสู่การตัดสินตัวเด็ก ขณะเดียวกัน ผู้ปกครอง ผู้จัดการแข่งขัน และผู้ชมต่างมีส่วนช่วยสร้างบรรยากาศที่ทำให้เด็กยังรู้สึกปลอดภัยที่จะเรียนรู้และพัฒนาความสามารถของตัวเอง

 

เพราะในความเป็นจริง กีฬาไม่ควรเป็นเพียงพื้นที่พิสูจน์ว่าใครชนะหรือแพ้ แต่ควรเป็นพื้นที่ที่เด็กได้เรียนรู้เรื่องวินัย ความรับผิดชอบ การเคารพกติกา และการรับมือกับความผิดหวังด้วย ความเป็นธรรมในการแข่งขันกับการคำนึงถึงสภาพจิตใจของเด็กไม่ใช่สิ่งที่ต้องเลือกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง สังคมสามารถเรียกร้องให้การแข่งขันโปร่งใสและตรวจสอบได้ พร้อมกับเคารพสิทธิและพัฒนาการของเด็กที่เกี่ยวข้องไปพร้อมกัน

 

ภาพ: DT Motorsport-Facebook

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising