จากกรณีเหตุการณ์เรือบรรทุกสินค้า ‘มยุรี นารี’ ซึ่งเป็นเรือชักธงไทย ถูกลอบโจมตีจนเกิดเพลิงไหม้บริเวณใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางความตึงเครียดของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง เมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ลูกเรือต้องสละเรือหนีภัยนั้น
วันนี้ (11 มีนาคม) ทางกระทรวงแรงงานได้เร่งประสานงานเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดย สันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยความคืบหน้าจากรายงานของอัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายแรงงาน ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี โดยระบุว่า เรือลำดังกล่าวมีลูกเรือทั้งหมด 23 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนไทย โดยลูกเรือจำนวน 20 คนได้รับการช่วยเหลือจากกองทัพเรือโอมานและนำขึ้นฝั่งที่ Khasab อย่างปลอดภัยแล้ว ปัจจุบันพักอยู่ที่โรงแรมซึ่งบริษัทจัดหาให้ ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต อยู่ระหว่างการประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศโอมานเพื่อขอเข้าเยี่ยมลูกเรือกลุ่มนี้
อย่างไรก็ตาม ยังมีลูกเรืออีก 3 คนที่สูญหาย โดยคาดว่าอาจติดอยู่บนเรือหรือบริเวณห้องเครื่องยนต์ ซึ่งหน่วยงานของไทยและโอมานกำลังเร่งดำเนินการค้นหาและช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง ขณะที่ฝ่ายแรงงานฯ ได้ประสานงานร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต เพื่อเตรียมการดูแลแรงงานที่ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด
รมว. แรงงานสั่งเร่งตรวจสอบสิทธิประโยชน์ 3 ลูกเรือสูญหาย
ด้าน ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้แสดงความห่วงใยต่อเหตุการณ์นี้ และมอบหมายให้ พ.ต.ท. วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน สั่งการหน่วยงานในสังกัดลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจญาติของลูกเรือที่สูญหายทั้ง 3 ราย เพื่อสื่อสารข้อมูลการช่วยเหลือและตรวจสอบสิทธิที่ต้องได้รับจากนายจ้างทันที
จากการตรวจสอบสิทธิประโยชน์ด้านประกันสังคมของลูกเรือที่สูญหายทั้ง 3 คน พบข้อมูลดังนี้
คนที่ 1 เกียรติศักดิ์ ปะวะภูชะแก ตำแหน่งนายช่างไฟฟ้า ชาวจังหวัดหนองบัวลำภู เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 มีเงินสะสมชราภาพ 60 งวด เป็นเงิน 35,988.40 บาท (ไม่รวมผลตอบแทน)
คนที่ 2 ภาณุพงศ์ หมื่นแทน ตำแหน่งนายช่างกลประจำเรือ ชาวจังหวัดสมุทรปราการ เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 มีเงินสะสมชราภาพ 6 งวด ได้รับเป็นเงิน 678.94 บาท (ไม่มีผลตอบแทนเนื่องจากส่งเงินไม่ครบ 12 งวด)
และ คนที่ 3 ชวลิต ไชยวงศ์ ตำแหน่งช่างเครื่อง ชาวจังหวัดตาก เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 มีเงินสะสมชราภาพ 71 งวด เป็นเงิน 37,201.67 บาท (ไม่รวมผลตอบแทน)
กระทรวงแรงงานกำลังประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ กรมเจ้าท่า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการบรรเทาทุกข์และดูแลสิทธิประโยชน์ของลูกเรือทั้ง 23 รายต่อไป
รับแรงงานไทยกลับมาตุภูมิเพิ่มอีก 18 คน
ขณะเดียวกัน ความคืบหน้าการอพยพแรงงานไทยจากภัยสงครามในตะวันออกกลาง เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 มีนาคม 2569 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้มอบหมายให้ พิเชษฐ์ ทองพันธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นตัวแทนต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่แรงงานไทย 18 คนที่เดินทางกลับจากประเทศอิหร่าน
พิเชษฐ์ เปิดเผยว่า เมื่อรวมกับแรงงาน 17 คนที่กลับจากบาห์เรนก่อนหน้านี้ ทำให้มียอดสะสมแรงงานที่กลับถึงไทยแล้ว 35 คน และกำลังจะเดินทางกลับมาเพิ่มอีก 33 คน (จากบาห์เรน 6 คน และอิหร่าน 27 คน) โดยมีผู้แสดงความประสงค์ขอกลับประเทศแล้วเกือบ 1,000 คน ซึ่งกระทรวงแรงงานจะแจ้งความคืบหน้าเที่ยวบินให้ทราบเป็นระยะล่วงหน้า
สำหรับการดูแลแรงงานกลุ่มนี้ กระทรวงแรงงานพร้อมให้คำแนะนำการยื่นคำร้องขอรับเงินสิทธิประโยชน์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศให้ได้รับเงินโดยเร็วที่สุด


