×
330667

กรุงศรีฯ จ่อทบทวนเศรษฐกิจไทย ปี 63 โตต่ำ 2.5% ย้ำเข้มงวดปล่อยสินเชื่อคุม NPL 2.5%

13.02.2020
  • LOADING...

เซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ต้นปี 2563 มีสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา และอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการขยายตัวเศรษฐกิจไทย ทำให้จากเดิมที่คาดว่าปี 2563 GDP ไทยจะอยู่ที่ 2.5% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

 

ทั้งนี้ ทางธนาคารอาจทบทวนประมาณการทางเศรษฐกิจไทยปี 2563 รวมถึงการทบทวนเป้าหมายสินเชื่อของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ปี 2563 ที่คาดว่าจะเติบโต 5-7% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยคาดว่าปีนี้ดอกเบี้ยนโยบายจะคงอยู่ที่ 1% ส่วนอัตราเงินเฟ้อยอยู่ที่ 0.9%

 

“เศรษฐกิจไทยปี 2562 มีความเปราะบางต่อเนื่องมาถึงปีนี้ ซึ่งความท้าทายหลักคือภาพใหญ่จากเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก ที่เมื่อเกิดอะไรจะสร้างผลกระทบเสมอ เช่น การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา ที่สร้างผลกระทบเป็นห่วงโซ่ ทำให้ปีนี้เรายังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง”

 

ด้านเป้าหมายของปี 2563 จะรักษาสมดุลของพอร์ตสินเชื่อธุรกิจบรรษัท และธุรกิจรายย่อยไว้ที่ 50-50 โดยตั้งเป้าหมายว่าสินเชื่อรวมจะเติบโต 5-7% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (ต่ำกว่าปี 2562 ที่เติบโต 8.7%) หากแบ่งตามประเภทสินเชื่อได้แก่ สินเชื่อธุรกิจบรรษัทตั้งเป้าหมายไว้ที่ 4-6% สินเชื่อ SMEs ตั้งเป้าหมายการเติบโต 5-7% สินเชื่อรายย่อยจะเติบโต 5-7% 

 

ภายใต้การเติบโตสินเชื่อรายย่อยจะมาจาก สินเชื่อรถยนต์ที่จะเติบโต 6-8% สินเชื่อที่อยู่อาศัยที่จะเติบโต 4-6% สินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล (PLoan) ที่จะโต 4-6% ขณะที่สินเชื่อออนไลน์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจนมีสัดส่วน 1-3% ของพอร์ตสินเชื่อรวม จะมาจากการให้สินเชื่อออนไลน์ ขณะเดียวกันระบบดิจิทัลจะช่วยให้มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ นอกเหนือจากสินเชื่อ เช่น ระบบการชำระเงิน การโอนเงินข้ามประเทศ ฯลฯ 

 

ทั้งนี้ ปี 2563 ทางธนาคารต้องปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง เพื่อควบคุมและบริหารความเสี่ยง ให้หนี้เสีย (NPL) ทั้งปีนี้อยู่ต่ำกว่า 2.5% นอกจากนี้คาดว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) จะอยู่ที่ 3.4-3.6%

 

ขณะที่การเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอยู่ในช่วง -3% ถึง 3% เกิดจากกรณีฐานสำหรับรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในปี 2562 ที่หักรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในไตรมาส 1/62 คือการบันทึกกำไรจากการขายหุ้นของบริษัท เงินติดล้อ จำกัด

ส่วนปี 2563 ยังไม่มีแผนปรับเพิ่มหรือปรับลดสาขา รวมถึงพนักงานลง เพราะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่มีกลยุทธ์หลัก 3 ด้าน ได้แก่  

  1. เพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า ผ่านการเพิ่มนวัตกรรมใหม่ๆ ท้ังด้านผลิตภัณฑ์ ระบบดิจิทัล และช่องทางที่เข้าถึงลูกค้าไ้ด้มากขึ้น ยังเน้น Human Touch รวมถึงการออกบริการใหม่ตลอดทั้งปี
  2. การใช้ประโยชน์จากข้อมูล ทั้งการทำ AI Machine Learning เพื่อบริหารความเสี่ยง และดูแลลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมาย
  3. ความร่วมมือพันธมิตรเพื่อทำระบบนิเวศ (Ecosystem) ทางธุรกิจ ให้กลุ่มลูกค้า SMEs สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อที่อยู่อาศัย

 

นอกจากนี้ต้องขยายธุรกิจในต่างประเทศร่วมกับธนาคารพันธมิตรที่อยู่ในครือข่าย MUFG และธนาคารในภูมิภาคอาเซียน เช่น การทำโปรดักต์ใหม่ บริการข้ามพรมแดน เช่น โอกาสในกัมพูชา ลาว เมียนมา ฟิลิปปินส์ รวมถึงการมองหาธุรกิจอื่นๆ และมุ่งมั่นในการเป็นธนาคารที่ยั่งยืน

 

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories