×

‘แบงก์กรุงศรี’ คาดงบลงทุนช่วง 3 ปีข้างหน้า โตปีละ 15-20% หนุนจากการลงทุนด้านเทคโนโลยี และ AI

04.11.2026
ผู้บริหารธนาคารกรุงศรีอยุธยาบนเวทีงาน Krungsri Tech Day

‘แบงก์กรุงศรี’ คาดงบลงทุนช่วง 3 ปีข้างหน้า (ปี 2570 – 2572) จะเพิ่มขึ้นปีละ 15-20% ซึ่งส่วนมากจะมาจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีต่างๆ รวมทั้งปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

 

สายสุนีย์ หาญประเทืองศิลป์ ประธานกลุ่มสนับสนุนธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการจัดทำแผนธุรกิจระยะกลางฉบับใหม่ (Medium-Term Business Plan: MTBP) สำหรับปี 2570 – 2572 ซึ่งจะครอบคลุมถึงงบลงทุน ทั้งในส่วนของ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทั่วไป (Operating Expense) และรายจ่ายเพื่อการลงทุนระยะยาว (Capital Expenditure)

 

ทั้งนี้ งบลงทุนดังกล่าวคาดว่าจะเพิ่มขึ้นปีละ 15-20% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ซึ่งส่วนมากเป็นผลจากการลงทุนในด้านเทคโนโลยี และ AI

 

สายสุนีย์กล่าวต่อว่า การจะปรับองค์กรให้พร้อมสำหรับอนาคต ต้องมีเรื่องการลงทุนเทคโนโลยีและ AI ช่วยให้บริษัทนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการให้กับลูกค้าในเวลาที่เหมาะสม ซึ่งจะส่งผลบวกต่อประสิทธิภาพในการทำงาน และช่วยหนุนรายได้ในท้ายที่สุด

 

อย่างไรก็ตาม การลงทุนด้านเทคโนโลยี และ AI ของบริษัททั่วโลก ทำให้เกิดความกังวลต่อการใช้จ่ายและลงทุนที่สูงเกินไป และอาจได้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่า ในส่วนนี้ผู้บริหารของธนาคารกรุงศรีอยุธยา มองว่า ต้นทุนต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ และบริษัทมีกระบวนที่เรียกว่า Value Management Tracking ซึ่งจะติดตามเรื่องของการสร้างมูลค่าเพิ่มและผลลัพธ์ทางธุรกิจจากการลงทุนต่างๆ

 

“เดิมทีการบริหารระบบไอทีจะเป็นเรื่องของ CapEx แต่ช่วงหลังเป็น OpEx มากกว่า ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นตามการใช้งาน เพราะฉะนั้นองค์กรต้องมี Guardrail ในการใช้งาน”

 

หัวใจของการควบคุมต้นทุนอยู่ที่ลำดับการลงทุน กรุงศรีเลือกเริ่มจากการวางรากฐานทั้งแพลตฟอร์ม (Platform) และธรรมาภิบาล (Governance) ให้พร้อมก่อน แล้วจึงต่อยอดไปสู่การพัฒนา Use Case หรือการนำ AI ไปใช้งานจริงในแต่ละด้าน แนวทางนี้ทำให้ธนาคารไม่ต้องเผชิญปัญหาต้นทุนบานปลาย

 

สำหรับผลกระทบของ AI ต่อธุรกิจธนาคาร สายสุนีย์มองว่า Machine Learning ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับอุตสาหกรรมธนาคาร เพราะมีการนำมาใช้งานกันมานานแล้ว แต่การเข้ามาของ Generative AI (Gen AI) อาจทำให้ธนาคารต้องปรับเปลี่ยนบางอย่าง

 

ทั้งนี้ ในฐานะสถาบันการเงิน ธนาคารต้องปฏิบัติตามนโยบายด้าน AI ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งกำหนดให้ต้องมี Human in the Loop หรือการมีมนุษย์ร่วมกำกับดูแลในกระบวนการเสมอ การทำงานจึงไม่ได้พึ่งพา AI ทั้งหมด 100%

 

อีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าจับตาคือความสามารถของ AI ในการช่วยเขียนโค้ด เทรนด์นี้ทำให้เกิดคำถามถึงผลกระทบต่อตลาดแรงงาน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กจบใหม่

 

สายสุนีย์มองว่า ทักษะสำคัญในยุคนี้คือความเข้าใจในธุรกิจและความสามารถในการสื่อสาร รวมถึงการนำความเข้าใจทางธุรกิจนั้นมาต่อยอดในการทำงานได้จริง และเชื่อว่าคนที่มีทักษะเหล่านี้จะไม่ตกงาน

 

แต่หากเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Developer) ที่ก้มหน้าก้มตาเขียนโค้ดเพียงอย่างเดียว ก็อาจได้รับผลกระทบจาก AI

 

ด้านเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวในงาน Krungsri Tech Day 2026 ว่าคุณค่าของเทคโนโลยีไม่ได้อยู่ที่ความล้ำสมัยเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การนำมาใช้ได้จริงและเหมาะสม เพื่อทำให้ชีวิตง่ายขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างโอกาสทางธุรกิจ

 

โดยเฉพาะ AI ที่กำลังเปลี่ยนแปลงทั้งการดำเนินชีวิต และวิธีการดำเนินธุรกิจ สิ่งสำคัญคือการนำ AI มาประยุกต์ใช้ให้เกิดผลจริง ควบคู่กับการเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละบุคคลและองค์กร


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories