กรุงศรี คอนซูเมอร์ กางแผนปี 2569 รับมือเศรษฐกิจ ‘รถไฟเหาะ’ เผยอินไซต์คนรวยเริ่มรัดเข็มขัด หันซบ Fast Food แทน Fine Dining พร้อมรุกฐานฟรีแลนซ์-ดึงสินเชื่อบุคคลจากธนาคารแม่มาบริหารแบบเบ็ดเสร็จ
ประเด็นสำคัญ
อธิศ รุจิรวัฒน์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูเมอร์ เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลในปี 2568 ที่ผ่านมาต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เปรียบเสมือน ‘รถไฟเหาะ’ โดยตลาดบัตรเครดิตโดยรวมมียอดบัญชีติดลบ 1% ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายสิบปี (ไม่นับช่วงโควิด) อย่างไรก็ตาม กรุงศรี คอนซูเมอร์ ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำอันดับ 1 ในประเทศไว้ได้ โดยมียอดบัญชีเติบโต 4.8%
อธิศเปรียบเทียบสถานการณ์ในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ว่ามีลักษณะเหมือน ‘การนั่งรถไฟเหาะ’ เนื่องจากมีความผันผวนสูงและทิศทางการใช้จ่ายขึ้นๆ ลงๆ อย่างเห็นได้ชัดในแต่ละเดือน
โดยมีรายละเอียดสถานการณ์ดังนี้:
เดือนมกราคม: เริ่มต้นปีด้วยสถานการณ์ที่ ดีมากและมีความหวังสูง ได้รับแรงหนุนจากโมเมนตัมช่วงปลายปีที่มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามา ประกอบกับมาตรการช้อปช่วยชาติเพื่อลดหย่อนภาษีของรัฐบาล ทำให้ยอดการใช้จ่ายคึกคักจนสร้างความรู้สึก ‘ใจชื้น’ ให้กับทางบริษัท
เดือนกุมภาพันธ์: สถานการณ์กลับพลิกผัน ยอดการใช้จ่ายตกลงมาอยู่ในระดับทรงตัวหรือชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว แม้จะยังไม่มีวิกฤตสงครามเกิดขึ้นชัดเจนในตอนนั้นก็ตาม
เดือนมีนาคม: เป็นช่วงที่เริ่มเห็นผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง วิกฤตพลังงาน และราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น ตอนแรกบริษัทประเมินว่าสถานการณ์จะย่ำแย่ลงไปอีก แต่ปรากฏว่า ยอดรวมไม่ได้แย่อย่างที่คิด
“ปัจจัยที่มาช่วยพยุงตัวเลขเอาไว้คือ ความตื่นตระหนกของผู้บริโภค ที่กลัวสินค้าจะขาดแคลนหรือราคาแพงขึ้น จึงหันมาเร่งกักตุนสินค้าจำเป็นในซูเปอร์มาร์เก็ต และเติมน้ำมันกันมากกว่าปกติ” อธิศ กล่าว
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สะท้อนถึงความกังวลของผู้บริโภคในเดือนนี้คือ ยอดการยกเลิก (Cancellation) การจองตั๋วเดินทางและการท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นถึง 48% เมื่อเทียบกับปีก่อน
โดยภาพรวมผลประกอบการไตรมาส 1 มีตัวเลขผลการดำเนินงานที่สำคัญดังนี้:
- ยอดบัญชีลูกค้าใหม่: มีเปิดบัญชีใหม่ได้เกือบ 150,000 บัญชี เติบโตถึง 4.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต: เติบโตแบบบางเบาเพียง 0.3% ปิดที่เกือบ 98,000 ล้านบาท ซึ่งอธิศมองว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ การที่ตัวเลขยังเป็นบวกและไม่ติดลบก็ถือว่าดีแล้ว
- ยอดสินเชื่อใหม่: ยังคงเติบโตเป็นบวกที่ 2.8% ปิดที่ประมาณ 23,300 ล้านบาท
- ยอดสินเชื่อคงค้าง: ยังคงติดลบอยู่ที่ 2.29%
- โดยสรุป แม้สถานการณ์โดยรวมจะสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคทุกระดับ (รวมถึงกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม) เริ่มรัดเข็มขัดและลดการใช้จ่ายในหมวดสินค้าฟุ่มเฟือยลงอย่างเห็นได้ชัด

อธิศ กล่าวเพิ่มว่า เมื่อดูจากผลงานไตรมาสที่ 1 ที่ทำได้เปรียบเทียบกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทางกรุงศรีคอนซูเมอร์ยังมองว่าช่องว่างยังไม่ห่างกันมากนัก และ ยังมีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถผลักดันให้ภาพรวมผลประกอบการในปีนี้เติบโตเป็นบวกได้
กางแผนปี 2569: Synergy เครือกรุงศรี และรุกฐาน Freelance
อธิศ กล่าวอีกว่า สำหรับเป้าหมายธุรกิจปี 2569 กรุงศรี คอนซูเมอร์ ตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตร 420,000 ล้านบาท (+6%) ยอดสินเชื่อใหม่ 98,000 ล้านบาท (+4%) และยอดบัญชีลูกค้าใหม่ 627,000 บัญชี (+9%) โดยจะขับเคลื่อนผ่านกลยุทธ์ 2 แทร็ก (Dual Track)
แทร็กที่ 1: การผนึกกำลังในเครือ (Cross Group Synergy) มุ่งเป้าโครงการเมกะโปรเจกต์ ‘One Krungsri’ โดยเฉพาะ One Krungsri P-Loan ที่จะทำการโอนย้ายผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคลจากธนาคารแม่ (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา) มาบริหารจัดการที่กรุงศรี คอนซูเมอร์ทั้งหมด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงและความคล่องตัว รวมถึงการรุกตลาดประกัน (One Krungsri Insurance) และการบริหารความมั่งคั่ง (One Krungsri Wealth) ร่วมกับฐานลูกค้าของธนาคาร
แทร็กที่ 2: การใช้ Data และขยายฐานสู่กลุ่มอาชีพอิสระ บริษัทฯ เตรียมปรับโมเดลการพิจารณาสินเชื่อ (Underwriting) รูปแบบใหม่เพื่อเข้าถึงกลุ่มอาชีพ Freelance และพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันคิดเป็น 51% ของแรงงานไทย แต่ที่ผ่านมามักถูกปฏิเสธเนื่องจากไม่มีสลิปเงินเดือน นอกจากนี้ยังเตรียมเปิดตัวนวัตกรรมทางการชำระเงินใหม่ในช่วงไตรมาส 3 หรือ 4 ที่คาดว่าจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับตลาดบัตรเครดิตในไทย

เผยดัชนี ‘พรีเมียมชะลอตัว’ คนรวยเริ่มรัดเข็มขัด
จากข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรในปี 2568 พบสัญญาณการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญ แม้แต่ในกลุ่มลูกค้าพรีเมียม (High-end) ที่เริ่มลดการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยลง
- Dining: ยอดใช้จ่ายร้านอาหารหรู (Fine Dining) ติดลบถึง 18% ขณะที่ร้านอาหารบริการด่วน (Fast Food/QSR) เติบโต 9% สะท้อนการเลือก ‘อิ่มเท่ากันในราคาที่ถูกลง’
- Fashion: กลุ่มสินค้า Luxury ติดลบ 16% ในขณะที่ Fast Fashion ยังคงทรงตัวได้
- Healthcare: ยอดใช้จ่ายโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ลดลง 5% แต่โรงพยาบาลรัฐเพิ่มขึ้น 7%
- Convenience Wins: ยอดใช้จ่ายหน้าร้าน (Face-to-face) ติดลบ 3% สวนทางกับออนไลน์ที่ยังโตต่อเนื่อง และบริการ Travel Agent แบบครบวงจรที่โตถึง 11% เนื่องจากตอบโจทย์ความสะดวกสบาย
นอกจากนี้ ยังพบว่าลูกค้ามีพฤติกรรมการรูดบัตรบ่อยครั้งขึ้น (Frequency +60%) แต่มียอดต่อครั้งเล็กลง และหันไปใช้การผ่อนชำระ 0% แทนการจ่ายเต็มจำนวนมากขึ้นเพื่อบริหารเงินสดในมือ
“แม้สถานการณ์เศรษฐกิจจะยังเปราะบางและมีความไม่แน่นอนสูงจากปัจจัยระดับโลก แต่เราเชื่อมั่นว่าการบริหารงานที่เน้นประสิทธิภาพ (Productivity) และการนำข้อมูล (Data) มาต่อยอดธุรกิจเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตรงจุด จะช่วยให้กรุงศรี คอนซูเมอร์ เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจต่อไป” อธิศ กล่าวทิ้งท้าย

