Menu

ลมหนาว และ ใกล้รุ่ง บทเพลงในความทรงจำของ Slot Machine และ Nap a Lean

HIGHLIGHTS:

  • เพลง ลมหนาว สำหรับวง Slot Machine คือเพลงสมบูรณ์แบบที่ให้ทั้งเสียง กลิ่น สัมผัสต่างๆ เพื่อบอกถึงความเหน็บหนาวได้ทุกครั้งที่ได้ยิน
  • วง Slot Machine เชื่อว่าคนที่แต่งเพลงแบบนี้ออกมาได้ ต้องเป็นที่เข้าใจธรรมะและธรรมชาติอย่างถ่องแท้เท่านั้น
  • โต้และฮั้ว วง Nap a Lean ทั้งคู่เติบโตมากับเพลง ใกล้รุ่ง มาตั้งแต่เด็ก และรู้สึกว่าเพลงนี้คือเพลงที่เพราะ ฟังง่าย สบายหู แต่ต้องใช้ทักษะสูงมากในการสร้างดนตรีให้ได้แบบนั้น
  • ทั้งสองคนเชื่อว่าการแสดงความเคารพต่อรัชกาลที่ 9 ที่ดีที่สุดในฐานะนักดนตรี คือการนำเพลงของพระองค์มาสร้างสรรค์ต่อให้ดีที่สุด เพื่อส่งต่อเพลงของพระองค์ให้กับคนฟังทุกคนต่อไป

     เมื่อปีที่แล้วคลื่น Cat Radio ได้สร้างโปรเจกต์ 49 บทเพลงพระราชนิพนธ์ โดย 49 ศิลปินที่คุณคุ้นเคย ด้วยการชวนศิลปินจากทั่วประเทศมาอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผ่านการตีความรูปแบบใหม่ในสไตล์ของตัวเอง เพื่อเป็นการระลึกถึงพระองค์ และส่งต่อบทเพลงที่แสนไพเราะและเปี่ยมไปด้วยพระอัจฉริยภาพทางดนตรีให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของประชาชนสืบไป

      เวลาผ่านไป 1 ปี ทุกบทเพลงยังคงทำหน้าที่ขับกล่อมและเตือนความทรงจำในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์อย่างดีที่สุด THE STANDARD ได้เชิญตัวแทน 49 ศิลปินมาพูดคุยถึงความประทับใจที่เกิดขึ้นตลอดการทำงานครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร ความทรงจำอันทรงคุณค่าเหล่านี้จะยังคงอยู่กับพวกเขาไปอีกนานแสนนาน

 

เพลงลมหนาว

 

 

ลมหนาว (Love in Spring) – Slot Machine

     เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 19 ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงพระนิพนธ์คำร้องภาษาอังกฤษ และได้พระราชทานเพลงนี้ ออกบรรเลงครั้งแรกในงานประจำปีของสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ เวทีลีลาศสวนลุมพินี เมื่อวันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2497 ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา แต่งคำร้องภาษาไทยถวาย

     จากวงดนตรีร็อกที่ลูกเล่นแพรวพราวเต็มไปด้วยเสน่ห์ เมื่อ เฟิด-คาริญญ์ยวัฒ ดุรงค์จิรกานต์, แก๊ก-อธิราช ปิ่นทอง, วิทย์-เจนวิทย์ จันทร์ปัญญาวงศ์ และออโต้-เศรษฐรัตน์ พังจุนันท์ รับหน้าที่อัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ ลมหนาว มาสร้างสรรค์ในแบบของตัวเอง 4 หนุ่มวง Slot Machine กลับเลือกที่จะนำเสนอบทเพลงนี้ด้วยเนื้อแท้ในอารมณ์และความรู้สึกของเพลงต้นฉบับ โดยการใส่ดนตรีลงไปในเพลงให้น้อยที่สุด แต่ทุกโน้ตจะผ่านการคิดอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าจะต้องไม่ทำให้อารมณ์ของบทเพลงที่ลึกซึ้งลดน้อยลงไปแม้แต่นิดเดียว

 

บทเพลงที่หนาวไปถึงหัวใจ

     แก๊ก: จำได้เลยว่าผมฟังเพลงนี้ครั้งแรกในฤดูหนาวพอดี รู้สึกว่าเป็นเพลงที่เพราะทั้งเมโลดี้ ดนตรี ทุกอย่างทำให้นึกถึงภาพของฤดูหนาวทุกครั้งที่ฟัง จนตอนนี้ผมยังได้ดอกพญาสัตบรรณสัญลักษณ์ของการเข้าสู่หน้าหนาวทุกครั้งที่ได้ยินเพลงนี้อยู่เลย

     ออโต้: สมัยเด็ก ผมว่าหลายๆ คนที่มีความฝันอยากเป็นนักดนตรี เริ่มเล่นดนตรีในโรงเรียน เพลงที่ใช้ในการฝึกที่ต้องเล่นให้ได้ก็คือเพลงพระราชนิพนธ์ ซึ่งในนั้นก็คือเพลง ลมหนาว ที่ผมจำได้ดี เปรียบเสมือนเพลงที่อยู่ในเส้นทางการเป็นนักดนตรีของผมตั้งแต่ต้น

     วิทย์: สิ่งแรกที่ผมรู้สึกคือ ผมฟังเพลงนี้ตั้งแต่เด็ก ตอนนั้นยังไม่เข้าใจเรื่องดนตรี แต่ทำไมเราจับจังหวะเพลงนี้ได้ รู้สึกถึงความพิเศษของเพลงนี้ที่ไม่เหมือนกับเพลงอื่นที่เคยฟัง เป็นความรู้สึกที่อธิบายด้วยทฤษฎีไม่ได้ แต่เหมือนเราจะรู้สึกหนาวไปกับเพลงนี้ทุกครั้งที่ได้ฟังจริงๆ

     เฟิด: การฟังเพลงนี้ทำให้หนาวทั้งกายและใจจริงๆ เป็นความเหงาที่เกิดขึ้นเมื่อลมหนาวปะทะมาแล้วไม่มีคนรักอยู่เคียงข้าง องค์ประกอบทุกอย่างของเพลงนี้ทำให้เรามีอารมณ์ร่วมไปกับเนื้อหาทุกอย่างแล้วรู้สึกถึงความหนาวได้จริงๆ เป็นเพลงที่ครบทุกอารมณ์ มีทั้งเสียง มีทั้งกลิ่นแบบที่แก๊กบอก รวมทั้งสัมผัสต่างๆ แค่ฟังแล้วเราจินตนาภาพเป็นฉากภาพยนตร์ฉากหนึ่งได้เลย

 

บทเพลงแห่งธรรมชาติ

     เฟิด: ผมคิดว่าคนที่แต่งเพลงแบบนี้ได้คือคนที่เข้าใจธรรมะและเข้าใจธรรมชาติ ศิลปะกับธรรมชาติเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกัน พระองค์เติบโตในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สถานที่ที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติ ไม่มีความวุ่นวาย มีแต่ต้นไม้ หิมะ ภูเขา

     ผมว่าสิ่งนั้นทำให้พระองค์สนพระราชหฤทัยด้านศิลปะเป็นพิเศษ ผมเคยอ่านชีวประวัตของพระองค์ ถ้าเป็นเด็กคนอื่นๆ คงอยากขี่จักรยาน เล่นหุ่นยนต์ เล่นวิดีโอเกม แต่พระองค์เก็บเงินซื้อเครื่องดนตรี กล้องถ่ายรูป สมุดวาดภาพ เครื่องเขียน ฯลฯ ของเล่นของพระองค์คือทุกอย่างที่เอามาใช้กับงานศิลปะ ผมคิดว่าถ้าไม่ได้เป็นพระมหากษัตริย์ พระองค์จะต้องเป็นศิลปินของโลกคนหนึ่งแน่นอน

 

บทเพลงแห่งพระอัฉริยภาพ

     แก๊ก: การที่นักดนตรีแต่งเพลงออกมาแล้วมีเอกลักษณ์ มีลายเซ็นของตัวเองไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะสร้างเพลงที่ฟังแค่ทำนองแล้วรู้ทันทีว่าเป็นเพลงของใคร แต่พระองค์ทรงมีลายเซ็นที่ชัดเจนมาก ซึ่งเรื่องนี้อยู่เหนือความเก่ง อยู่เหนือความสามารถด้านดนตรี เพราะนักดนตรีบางคนเล่นเก่งมาก แต่ยังไม่สามารถสร้างลายเซ็นแบบนี้ให้เกิดขึ้นได้ด้วยซ้ำ

     เฟิด: นอกจากความสามารถของพระองค์ ผมมักจะคิดถึงการที่พระองค์ทรงนำดนตรีแจ๊ซเข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทย ในยุคที่คนทั่วไปฟังเพลงแนวอื่น แต่พระองค์ฟังเพลงแจ๊ซ ถ้าอยู่ในยุคนี้ต้องบอกว่าพระองค์มีความเป็นฮิปสเตอร์อยู่ในตัวเอง แล้วไม่ใช่แค่ฟังอย่างเดียว แต่พยายามนำเพลงเหล่านั้นมาย่อยให้ง่าย และเผยแพร่ให้คนไทยได้ฟังอย่างแพร่หลาย ผมคิดว่าในมุมนี้เราสามารถเรียกพระองค์ว่า พระบิดาแห่งดนตรีแจ๊ซของไทยได้เลย

 

บทเพลงที่สร้างอิทธิพลทางดนตรี

     ออโต้: สมัยเด็กๆ ผมอยู่ในวง Marching Band ของโรงเรียน จะเติบโตมากับเพลงมาร์ช หนึ่งในนั้นคือเพลง มาร์ชราชวัลลภ ผมพูดได้เลยว่าผมได้อิทธิพลจากดนตรีแนวนี้เยอะมาก ผมต้องฝึกมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กฝีมือต่ำต้อย เล่นผิด เล่นถูก จนทุกวันนี้ เวลากลับไปเพลงเหล่านั้นอีกครั้ง ก็ยังรู้สึกว่าเป็นเพลงที่ยาก ที่เราต้องฝึกเล่นให้ได้ สามารถพูดได้ว่าเพลงพระราชนิพนธ์คือครูทางด้านดนตรีของผม

     แก๊ก: สมัยเด็กๆ ที่ยังไม่มีเงินซื้อเทป และไม่สามารถเลือกฟังเพลงได้ ต้องคอยฟังตามวิทยุและโทรทัศน์ที่เปิดตามโรงเรียน แล้วเพลงเพราะๆ ที่ผมได้ฟังส่วนมากก็คือเพลงพระราชนิพนธ์ของพระองค์ มีหลายเพลงที่ฝังเข้ามาในสมองตั้งแต่เด็ก ผมเชื่อว่านักดนตรีไทยหลายๆ คน ได้อิทธิพลจากเมโลดี้ของพระองค์ เมโลดี้ที่สวยงาม หวานๆ ลึกซึ้ง จับใจ

 

บทเพลงที่ต้องตั้งใจทำออกมาให้ดีที่สุด

     วิทย์: ในพาร์ตดนตรีพวกเราต้องมานั่งคิดกันเยอะมาก กว่าจะได้ออกมาแต่ละโน้ต เพราะด้วยเนื้อหาและดนตรีต้นฉบับ เราพบว่าแค่ให้เฟิดร้องกับเปียโนอย่างเดียวก็เพราะมากแล้ว เพราะฉะนั้นพาร์ตดนตรีคือการหาโน้ตที่ซัพพอร์ตเสียงร้องของเฟิดให้ออกมาเพราะที่สุด เพราะฉะนั้นดนตรีในเพลงจะมีน้อยมาก แต่ยิ่งน้อย พวกเราก็ต้องคิดเยอะ เพราะทุกโน้ตที่ใส่จะต้องมีความหมายจริงๆ เท่านั้น ไม่อย่างนั้นอารมณ์ทั้งหมดจะเสียไปเลย

 

เพลงใกล้รุ่ง

 

 

ใกล้รุ่ง (Near Dawn) – Nap a Lean

     เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 4 ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขณะทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ ณ นคร ประพันธ์คำร้องภาษาไทย ส่วนคำร้องภาษาอังกฤษ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ประพันธ์ พระราชทานให้วงดนตรีสุนทราภรณ์ นำออกบรรเลงครั้งแรกทางสถานีวิทยุกระจายเสียงกรมโฆษณาการ (ปัจจุบันคือกรมประชาสัมพันธ์) เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2489

     โต้-ธนพล ทองสวัสดิ์ และฮั้ว-พิสิฐ สมบัติพิณพง 2 หนุ่มจากวง Nap a Lean เลือกบรรเลงบทเพลงที่เปรียบเสมือนเพลงประจำชาติที่ทุกคนคุ้นหูกันมาตั้งแต่เด็ก ด้วยความรู้สึกเคารพพระองค์ในฐานะนักดนตรีที่ทรงพระอัฉริยภาพ ด้วยการตัดความกังวลและสร้างสรรค์เพลงในรูปแบบของตัวเองออกมาให้ดีที่สุด เพราะพวกเขาเชื่อว่านั่นคือสิ่งดีที่สุดที่แสดงความเคารพต่อพระองค์ที่เปรียบเสมือน ‘ครู’ ทางด้านตรีของพวกเขาได้ดีที่สุดแล้ว

 

บทเพลงที่ผูกพันมาตั้งแต่เด็ก

     โต้: ผมรู้สึกว่าเพลงนี้คือเพลงประจำชาติที่อยู่กับคนไทยมาตั้งแต่เกิด ทุกครั้งที่ฟังผมจะถึงวัยเด็กตอนที่อยู่เชียงใหม่ คุณยายจะต้องมาร้องเพลงปลุกผมทุกเช้า ซึ่งเป็นนี้เป็นเพลงที่คุณยายเอามาร้องบ่อยมาก เลยเป็นเหมือนเพลงที่อยู่กับผมมาตั้งแต่เด็ก ฟังแล้วนึกถึงตอนเช้า อากาศหนาวๆ มีหมอกรอบตัว ภาพนั้นจะชัดมากทุกครั้งที่ได้ฟัง

     ฮั้ว: ผมคิดถึงบ้านที่เชียงรายช่วงหน้าหนาวเวลาประมาณตี 5 ที่ต้องตื่นมาช่วยคุณป้าหุงข้าว อากาศหนาวๆ มีเสียงไก่ขัน ค่อยๆ เห็นแสงอาทิตย์ตอนเช้า ตามที่เนื้อเพลงบอกทุกอย่างเลย เป็นเพลงที่มีความอบอุ่นและบอกทุกอย่างได้ครบหมดทุกอารมณ์

 

บทเพลงที่มีทั้งความยากและง่ายไปพร้อมๆ กัน

     ฮั้ว: ตอนที่เราได้โน้ตเพลงมาจากสำนักพระราชวัง เราจะเห็นว่ารายละเอียดของเพลงนี้มีเยอะมาก ถ้าฟังเฉยๆ จะคิดว่าเป็นเพลงที่ฟังสบายๆ ไหลลื่น เพราะ แต่พอลงลึกถึงพาร์ตดนตรี จะเห็นว่าทั้งคอร์ด เมโลดี้ การเดิน การปรับคอร์ดมีเยอะมาก รวมทั้งเพลงพระราชนิพนธ์หลายๆ เพลง ที่ฟังแล้วรู้สึกฟังง่าย สบายหู แต่เวลาเล่นจริงๆ แล้วจะรู้เลยว่าไม่ได้ง่ายขนาดนั้น

     โต้: ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่นักดนตรีทุกคนใฝ่ฝันมากนะครับว่าจะต้องทำให้ได้ ธรรมชาติของนักดนตรีคือมีความสามารถแบไหนเราอยากนำเสนอสิ่งนั้นไปในเพลง ยิ่งเก่งก็ยิ่งอยากแสดงความเก่งนั้นออกมา แต่มีไม่กี่คนนะครับที่จะใส่ลูกเล่นยากๆ ออกไปแล้วทำให้เพลงนั้นยังฟังได้ง่ายและเพราะสำหรับคนทั่วไป ซึ่งจุดนี้พระองค์สามารถนำเสนอออกมาได้ยอดเยี่ยมมากๆ ผมว่าจุดนี้คือที่สุดของพระอัฉริยภาพทางด้านดนตรีของพระองค์แล้ว ผมได้ความรู้ทางดนตรีจากเพลงพระราชนิพนธ์เยอะมาก การเรียงคอร์ดหลายๆ อย่างผมไม่เคยรู้จักมาก่อน พระองค์คือครูทางด้านดนตรีของผมคนหนึ่งเลย

 

บทเพลงเพื่อแสดงความเคารพ

     ฮั้ว: ยอมรับว่าตอนแรกพวกเรากดดันกันพอสมควร เพราะขึ้นชื่อว่าเพลงพระราชนิพนธ์ ทำให้พวกเรารู้สึกว่าเราไม่กล้าแตะต้องและทำอะไรกับเพลงนี้ แต่เมื่อได้รับโอกาสที่สำคัญแบบนี้ สิ่งที่พวกเราทำได้คือตั้งใจทำออกมาให้ดีที่สุด ตลอดเวลาที่คิดทำเพลงนี้ ผมคิดอย่างเดียวว่าพระองค์คือนักดนตรีคนหนึ่ง และการให้แสดงความเคารพและให้เกียรตินักดนตรีท่านนั้น ในฐานะนักดนตรีด้วยกันก็คือการพยายามเล่นเพลงของพระองค์ให้ดีที่สุด ผมแอบคิดเอาเอง เพราะพระองค์ทรงเป็นนักดนตรีที่รักในการเล่นดนตรีมากขนาดนั้น พระองค์น่าจะอยากเห็นศิลปินนำเพลงของพระองค์ไปสร้างสรรค์ในแบบของตัวเองมากกว่าการเล่นในแบบเดิมๆ ที่พระองค์คงเคยได้ยินมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

 

บทเพลงสนุกในช่วงเวลาแสนเศร้า

     โต้: เพลงนี้เป็นเพลงที่สนุก แล้วปกติผมจะเล่นดนตรีด้วยความสนุกทุกครั้ง แต่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนั้นทำให้ผมรู้สึกสนุกแบบนั้นไม่ได้ แต่ก็ต้องทำเพลงนี้ออกมาให้ดีที่สุด เพราะสิ่งนี้คือสิ่งเดียวที่พวกเราสามารถทำได้ในฐานะศิลปินในยุคของพระองค์ เรามีโอกาสได้ทำเพลงของพระองค์แล้ว เราไม่ควรเอาความกังวลหรือความรู้สึกใดๆ มาปะปนแล้วทำให้บรรเลงเพลงของพระองค์ออกมาได้ไม่ดี ผมเชื่อว่าพระองค์คงไม่ได้รู้สึกดีใจถ้าเห็นพวกเราเศร้า แต่พระองค์น่าจะดีใจมากกว่าที่ได้เห็นพวกเราทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ผมนักเป็นดนตรี ก็จะทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุดเหมือนกัน

     ฮั้ว: เหตุการณ์นี้คือจุดที่ทำให้วงเราต้องดึงความเป็นมืออาชีพออกมาใช้ มีความยากในการทำหน้าที่ตรงนี้ แต่นี่คือหน้าที่ที่เราภูมิใจ ผมมีความคิดส่วนตัวว่าพระองค์รักพวกเรา พระองค์คงไม่อยากให้พวกเราร้องไห้มากไปกว่านี้ เราแค่ตั้งใจทำงานเพลงของพระองค์ให้คนอื่นๆ ได้ฟัง เหมือนที่พระองค์ตั้งใจแต่งเพลงขึ้นมามอบความสุขให้พวกเรา เราแค่สานต่อเจตนารมณ์ด้วยการนำเพลงของพระองค์มาบรรเลงในรูปแบบของพวกเราให้ปรากฏสู่ทุกคนต่อไปให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง

LOADING...

RELATED STORIES