Menu
36481

70 ปี ‘องค์จอมทัพไทย’ พระราชกรณียกิจ รัชกาลที่ 9 ด้านการทหาร

21.10.2017
  • LOADING...
  • Loading...

HIGHLIGHTS

10 Mins. Read
  • นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 พระราชกรณียกิจด้านการทหาร เป็นพระราชกรณียกิจสำคัญที่พระองค์ทรงปฏิบัติมาตลอด 70 ปีที่ทรงครองราชสมบัติ
  • ทรงพระดำเนินด้วยพระบาทครั้งแรกและครั้งเดียว ในการเสด็จพระราชดำเนินตรวจพลสวนสนาม โดยฉลองพระองค์ของกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ในการสวนสนามของทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ณ พระลานพระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2496

     นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 พระราชกรณียกิจสำคัญที่พระองค์ทรงปฏิบัติมาตลอด 70 ปีที่ทรงครองราชสมบัติ ได้แก่ พระราชกรณียกิจด้านการทหาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในฐานะทรงเป็นองค์จอมทัพไทย ได้เสด็จพระราชดำเนินตรวจเยี่ยมทหารซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ต่างๆ เพื่อทรงเป็นพระมิ่งขวัญและพระราชทานกำลังใจ

     เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมทหารซึ่งได้รับบาดเจ็บระหว่างการปฏิบัติหน้าที่

     เสด็จพระราชดำเนินพิธีตรึงหมุดและพระราชทานธงชัยเฉลิมพลแก่หน่วยทหาร

     พระราชทานกระบี่แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ

     และพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายทหาร และนายตำรวจชั้นนายพล ที่ได้รับพระราชทานยศสูงขึ้น เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณ เป็นต้น

 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร องค์จอมทัพไทยในฉลองพระองค์เครื่องเต็มยศแบบทหารบก

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร องค์จอมทัพไทยในฉลองพระองค์เครื่องเต็มยศแบบทหารเรือ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร องค์จอมทัพไทยในฉลองพระองค์เครื่องเต็มยศแบบทหารอากาศ

เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมฐานปฏิบัติการกองร้อยทหารปืนใหญ่ กองพันทหารปืนใหญ่ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ณ บ้านป่ายาบ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ วันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2516

เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ฐานปฏิบัติการกองร้อยที่ 1 ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2516

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมทหาร ตำรวจ และลูกเสือชาวบ้านที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์พื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี พ.ศ. 2518

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมนักรบที่ยุทธภูมิเขาค้อ พ.ศ. 2524

ทรงประกอบพิธีตรึงหมุดธงชัยเฉลิมพล สำหรับพระราชทานแก่หน่วยทหารในกองทัพบกและกองทัพอากาศ 35 หน่วย เป็นหน่วยในกองทัพบก 31 หน่วย และหน่วยในกองทัพอากาศ 4 หน่วย ณ พระอุโบสถวัดศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2526

เสด็จออก ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต พระราชทานกระบี่ให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ ประจำปีการศึกษา 2549 วันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2550 (ภาพซ้าย) และเสด็จออก ณ ห้องประชุมชั้น 14 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ประจำปีการศึกษา 2551-2552 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานกระบี่ วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2554 (ภาพขวา)

เสด็จฯ ลง ณ อาคารอเนกประสงค์ วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายทหาร และนายตำรวจชั้นนายพล ที่ได้รับพระราชทานยศสูงขึ้น ประจำปี 2551 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณ และพระราชทานพระบรมราโชวาท วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ทรงประกอบพิธีประดับยศและพระราชทานสัญญาบัตรยศพลตรี พลเรือตรี พลอากาศตรี แด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร กับนายทหารและนายตำรวจชั้นนายพล วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2530

 

     นอกจากพระราชกรณียกิจด้านการทหารที่กล่าวข้างต้น พระราชกรณียกิจด้านการทหารที่ทรงปฏิบัติมาตลอดเพื่อทรงเป็นพระมิ่งขวัญและศูนย์รวมจิตใจในการปฏิบัติหน้าที่ของทหาร ได้แก่ การเสด็จพระราชดำเนินตรวจพลสวนสนามและรับการถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหารรักษาพระองค์ เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม ณ พระลานพระราชวังดุสิต

 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรในฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศนายทหารพิเศษกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินตรวจพลสวนสนามและรับการถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหารรักษาพระองค์ เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม ณ พระลานพระราชวังดุสิต วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2539

 

     สำหรับพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ กระทำขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2496 สมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยจอมพล ผิน ชุณหะวัณ ผู้บัญชาการทหารบก ได้กราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ประกอบพิธีพระราชทานธงชัยเฉลิมพลแก่หน่วยทหารของกองทัพบกจำนวน 40 กองพัน ในวันที่ระลึกกองทัพบก วันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2496 จากนั้น จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้มีบัญชาให้กองทัพภาคที่ 1 จัดงาน ‘วันราชวัลลภ’ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 85 ปี กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ และให้มีการสวนสนามของทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ จำนวน 4 กองพัน ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระลานพระราชวังดุสิต วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2496 โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จมาเป็นประธานในพิธีและพระราชทานธงชัยเฉลิมพลให้กับหน่วยทหาร และเสด็จพระราชดำเนินตรวจพลสวนสนาม โดยทรงพระดำเนินด้วยพระบาทครั้งแรกและครั้งเดียวในฉลองพระองค์ของกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ การสวนสนามของทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ณ พระลานพระราชวังดุสิต วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2496 เป็นจุดเริ่มต้นของพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์มาจนถึงปัจจุบัน

 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินตรวจพลสวนสนาม โดยทรงพระดำเนินด้วยพระบาทครั้งแรกและครั้งเดียวในฉลองพระองค์ของกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ในการสวนสนามของทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ณ พระลานพระราชวังดุสิต วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2496

 

     อย่างไรก็ตาม พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ได้ว่างเว้นมาอีกเป็นเวลาหลายปีก่อนที่จะกระทำขึ้นอีกครั้งในปี พ.ศ. 2501 โดยจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการทหารสูงสุด มีบัญชาให้กระทำพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2501 ณ พระลานพระราชวังดุสิต ซึ่งมีเฉพาะทหารรักษาพระองค์ สังกัดกองพลที่ 1 รักษาพระองค์เท่านั้น

     พ.ศ. 2504 ได้กำหนดให้มีการถวายพระเกียรติเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินนิวัตพระนคร หลังจากทรงเสร็จสิ้นพระราชกรณียกิจในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศในทวีปยุโรปและสหรัฐอเมริกา โดยจัดพิธีสวนสนามของบรรดาทหารบก ทหารเรือ และทหารอากาศ วันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2504 รัฐบาลจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ประกาศให้เป็น ‘วันพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม’ และวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2504 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ มีบัญชาให้กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ จัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาขึ้นเป็นครั้งแรก โดยใช้หน่วยทหารรักษาพระองค์ในกรุงเทพมหานครเข้าร่วมพิธีจำนวนทั้งหมด 8 กองพัน 2 กรมสวนสนาม

     พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ ที่จัดขึ้นในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ณ พระลานพระราชวังดุสิต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม กำหนดให้วันที่ 3 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ ในปี พ.ศ. 2525 เป็นปีแรกที่หน่วยทหารรักษาพระองค์ในส่วนภูมิภาคและเหล่าทัพอื่น คือ กองทัพเรือและกองทัพอากาศ ได้เข้ามาร่วมพิธี จึงกำหนดการจัดหน่วยเข้าร่วมพิธีเพิ่มขึ้นจาก 8 กองพัน เป็น 12 กองพัน แบ่งออกเป็น 4 กรมสวนสนาม กรมละ 3 กองพัน หมู่แตรเดี่ยว 8 นาย หมู่เชิญธงชัยเฉลิมพล 4 นาย และผู้บังคับกองพัน 1 นาย โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 เป็นต้นมา กองพันทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ ได้จัดให้กำลังพลขี่ม้าเข้าร่วมพิธีด้วย จำนวนกองพันที่เข้าร่วมพิธีจึงเพิ่มเป็น 13 กองพัน โดยกองพันทหารม้าดังกล่าวจะเป็นกองพันสุดท้ายในขบวนสวนสนาม

 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระคทารับการถวายความเคารพทหารรักษาพระองค์ในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม ณ พระลานพระราชวังดุสิต วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2529

 

     พ.ศ. 2539 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เปลี่ยนแปลงวันพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์จากวันที่ 3 ธันวาคม เป็นวันที่ 2 ธันวาคม กระทำตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539-2551 โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งเปิดประทุนออกทางประตูทวยเทพสโมสร หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม เพื่อทรงเป็นองค์ประธานในพิธี ขณะทรงตรวจพลสวนสนามมีรถยนต์อัญเชิญธงชัยราชกระบี่ยุทธและธงชัยพระครุฑพ่าห์ นำหน้าขบวนเสด็จพระราชดำเนิน และอัญเชิญธงไชยเฉลิมพลประจำหน่วยต่างๆ เข้าร่วมในพิธี

 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งเปิดประทุนออกทางประตูทวยเทพสโมสร หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม ขณะทรงตรวจพลสวนสนามมีรถยนต์อัญเชิญธงชัยราชกระบี่ยุทธ (พื้นธงสีแดง) และธงชัยพระครุฑพ่าห์ (พื้นธงสีเหลือง) นำหน้าขบวนเสด็จพระราชดำเนินในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม ณ พระลานพระราชวังดุสิต วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2547

 

     พ.ศ. 2551 เป็นปีสุดท้ายที่กระทำพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม ณ พระลานพระราชวังดุสิต วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551 มีการปรับรูปขบวนสวนสนามเป็นแบบ 2 กรมสวนสนามเคียงกันและปฏิบัติพร้อมกัน เพื่อเป็นการลดพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร  

 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินตรวจพลสวนสนามและรับการถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหารรักษาพระองค์ เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม ณ พระลานพระราชวังดุสิต วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551 (ภาพซ้าย) และพลเอก ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวคำถวายพระพร และนำทหารกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตน (ภาพขวา)

 

     พ.ศ. 2552 สำนักราชเลขาธิการได้ประกาศเลื่อนพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ออกไป เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จฯ มาประทับที่โรงพยาบาลศิริราช วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2552

     พ.ศ. 2553-2556 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กระทำพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหารรักษาพระองค์ เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาร่วมกับการเสด็จออกมหาสมาคม วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2553 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมทั้งนายทหารชั้นผู้ใหญ่ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ ท้องพระโรง พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ส่วนทหารรักษาพระองค์ จำนวน 4 กรม รวม 13 กองพัน เคลื่อนกระบวนจากศาลาว่าการกลาโหม เข้าสู่ประตูวิเศษไชยศรี มาตั้งแถวเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท บนสนามหน้าศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวังเพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณตน โดยงดพิธีสวนสนาม และกระทำพิธีร่วมกับการเสด็จออกมหาสมาคม เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

     วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมทั้งนายทหารชั้นผู้ใหญ่ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ มุขเด็จ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ส่วนทหารรักษาพระองค์ ประกอบด้วย กองบังคับการกรมผสมจำนวน 18 นาย หมู่เชิญธงชัยเฉลิมพลจำนวน 48 กองพัน กองทหารเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ เคลื่อนกระบวนจากศาลาว่าการกลาโหม เข้าสู่ประตูวิเศษไชยศรี ประตูพิมานไชยศรี ตั้งแถวเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ที่บริเวณสนามหน้ามุขเด็จ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ถวายพระพรชัยมงคลและถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหารรักษาพระองค์ ในพระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคมรับการถวายพระพรชัยมงคล โดยงดการสวนสนาม และประกอบพิธีร่วมกับการเสด็จออกมหาสมาคม

     วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2555 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมทั้งนายทหารชั้นผู้ใหญ่ และทหารรักษาพระองค์ จำนวน 13 กองพัน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม โดยเหล่าทหารรักษาพระองค์ทั้ง 12 กองพัน และทหารม้ารักษาพระองค์ 1 กองพัน เคลื่อนพลสวนสนามจากสวนอัมพรมายังสนามหญ้าหน้าพระที่นั่ง เพื่อกระทำพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนร่วมกับการถวายพระพรชัยมงคลของพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการพลเรือน

     วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2556 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมทั้งนายทหารชั้นผู้ใหญ่ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ ศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยทหารรักษาพระองค์ทั้ง 12 กองพัน เคลื่อนพลสวนสนามจากถนนเพชรเกษมมายังวังไกลกังวล เพื่อกระทำพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนร่วมกับการถวายพระพรชัยมงคลของพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการพลเรือน

 

พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวคำถวายพระพร และนำทหารกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2556

 

     พ.ศ. 2557 กองทัพไทยจัดพิธีเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2557 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม พ.ศ. 2557 มีการถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ จำนวน 13 กองพัน ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ทั้งนี้ การถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหารรักษาพระองค์กระทำต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

     พ.ศ. 2558 กองทัพไทยจัดพิธีเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2558 เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม พ.ศ. 2558 มีการถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ จำนวน 13 กองพัน ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ทั้งนี้ การถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหารรักษาพระองค์กระทำต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

 

พลเอก วรพงษ์ สง่าเนตร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวคำถวายพระพร และนำทหารกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตน ในพิธีเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ในการนี้มีการสวนสนามของทหารรักษาพระองค์จำนวน 13 กองพัน

พลเอก สมหมาย เกาฏีระ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวคำถวายพระพร และนำทหารกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตน ในพิธีเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ในการนี้ มีการสวนสนามของทหารรักษาพระองค์จำนวน 13 กองพัน

 

     พ.ศ. 2559 ไม่มีพิธีเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม พ.ศ. 2559 เนื่องด้วยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559

     จากที่กล่าวมา เป็นพระราชกรณียกิจด้านการทหารของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงปฏิบัติมาตลอด 70 ปีที่ทรงครองราชสมบัติ และความเป็นมาของพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเป็นพระมิ่งขวัญและพระราชทานกำลังใจ ทรงเสด็จพระราชดำเนินตรวจเยี่ยมทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยในพื้นที่ต่างๆ และทรงพระราชทานพระบรมราโชวาทแก่ทหารรักษาพระองค์ในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ทุกปี สุดท้ายนี้ ขออัญเชิญพระบรมราโชวาทที่ทรงพระราชทานแก่ทหารรักษาพระองค์ในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม พ.ศ. 2538 ณ พระลานพระราชวังดุสิต วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2538 ดังนี้

 

“…ทหารมีหน้าที่หลักอยู่ที่การป้องกันประเทศ และการธำรงรักษาเอกราชอธิปไตยของชาติไว้ด้วยแสนยานุภาพ นอกจากนั้น ยังมีหน้าที่ด้านอื่นอีกซึ่งมีความสำคัญเท่าเทียมกัน คือการบำบัดบรรเทาความทุกข์ยาก และการปฏิบัติพัฒนาให้บังเกิดความเจริญร่มเย็นแก่บ้านเมืองและประชาชน หน้าที่นี้ ดูกันอย่างผิวเผินจะเห็นว่าไม่จำเป็นนัก แต่ถ้าพิจารณาดูให้กระจ่างแล้ว จะเห็นตามเป็นจริงว่า ความมั่นคงปลอดภัยของประเทศนั้น นอกจากจะต้องมีกำลังรบและอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เข้มแข็งพร้อมมูลแล้ว ยังจำเป็นที่ประชาชนจะต้องมีชีวิตอยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นปรกติสุข ปลอดภัยจากภยันตรายและความเดือดร้อนยากเข็ญต่างๆ ด้วย เมื่อความสำคัญและจำเป็นมีอยู่ดังนี้ ทหารจะต้องเตรียมตัว เตรียมใจ และเตรียมการให้พร้อมทุกเมื่อ เพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้พร้อมเพรียงคล่องตัว มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าด้านยุทธการ หรือด้านความร่วมมือประสานงานกับฝ่ายอื่นๆ ในการเกื้อกูล สนับสนุน ยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของประชาชน และช่วยเหลือบรรเทาความทุกข์ยากเดือดร้อนในเมื่อภัยพิบัติ อย่างทันการณ์ ทันเวลา และทันท่วงที จึงขอให้ทหารทั้งหลายได้ตระหนักในหน้าที่ของตนแล้วร่วมมือกันใช้ความรู้ความสามารถ และสติปัญญา ปฏิบัติภารกิจทั้งปวงอย่างมีเอกภาพ ให้สัมฤทธิ์ผล เป็นคุณ เป็นประโยชน์ เป็นความวัฒนาถาวรแก่ประเทศชาติและประชาชน แต่ละคนก็จะได้รับความสำเร็จและเกียรติยศที่แท้จริง อันจะภูมิใจได้ทุกเมื่อ โดยมิต้องให้ผู้ใดยกย่องสรรเสริญ…”

 

ภาพเปิด: EMMANUEL DUNAND/AFP

ที่มาของภาพ: 

อ้างอิง:

  • สมุดภาพเฉลิมพระเกียรติ ร่มโพธิ์ ร่มไทย การเมืองการปกครอง เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ จัดพิมพ์โดย สถาบันพระปกเกล้า ปี ๒๕๕๗
  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US