×

คีริน ตันติเวทย์ กับ ประตูบานแรกสู่มาราธอนโอลิมปิกเกมส์ 2028

12.10.2026
คีริน ตันติเวทย์ กำลังวิ่งมาราธอน

42.195 กิโลเมตร อาจเป็นระยะทางที่ยาวที่สุดที่คีริน ตันติเวทย์ เคยลงแข่งขันอย่างเป็นทางการ แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตนักวิ่งของเขา

 

 
 

เพราะในการลงแข่งขันมาราธอนครั้งแรกที่ชิคาโก มาราธอน 2026 เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา (11 ตุลาคม) คีรินสามารถเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 8 นาที 1 วินาที จบอันดับ 15 ของรายการ พร้อมทำลายทั้งสถิติประเทศไทยและสถิติอาเซียน

 

แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าสถิติใหม่ คือเวลาของเขาเร็วกว่ามาตรฐานการคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024 ที่ตั้งไว้ที่ 2 ชั่วโมง 8 นาที 10 วินาทีถึง 9 วินาที

 

แม้ยังไม่สามารถยืนยันสิทธิ์ไปแข่งขันที่ลอสแอนเจลิสในปี 2028 ได้ แต่ผลงานครั้งนี้อาจเป็นหลักฐานสำคัญที่สุดว่า การตัดสินใจทิ้งลู่วิ่งเพื่อมุ่งหน้าสู่มาราธอนของคีริน ไม่ใช่เพียงความฝันที่อยู่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป

 

2:08:01 ชั่วโมง กับมาราธอนแรกที่เกินความคาดหมาย

 

สำหรับนักวิ่งทั่วไป การวิ่งมาราธอนจบครั้งแรกอาจเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่แล้ว แต่สำหรับคีริน เขาทำได้มากกว่านั้น

 

นักวิ่งวัย 29 ปี เข้าเส้นชัยชิคาโก มาราธอน ด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 8 นาที 1 วินาที คิดเป็นเพซเฉลี่ยประมาณ 3 นาที 2 วินาทีต่อกิโลเมตร ตลอดระยะทาง 42.195 กิโลเมตร

 

นั่นหมายความว่าเขาต้องรักษาความเร็วระดับสูงต่อเนื่องนานกว่าสองชั่วโมง โดยแทบไม่มีพื้นที่ให้ความผิดพลาด ยิ่งไปกว่านั้น เขายังสามารถทำเพซระดับ 3 นาทีต่อกิโลเมตรในช่วงกิโลเมตรที่ 10 และ 25 

 

ก่อนการแข่งขันครั้งนี้ สถิติมาราธอนชายของประเทศไทยเป็นของโทนี อาทิตย์ เพย์น ที่ทำเวลา 2 ชั่วโมว 16 นาที 56 วินาที ในแฟรงก์เฟิร์ต มาราธอน 2018 แต่คีรินลดเวลาลงได้ถึง 8 นาที 55 วินาที 

 

สำหรับกีฬาที่วัดผลด้วยวินาที การพัฒนาสถิติระดับเกือบ 9 นาทีถือเป็นช่องว่างที่มหาศาล ไม่เพียงเท่านั้น เวลาของเขายังดีกว่าสถิติอาเซียนเดิม 2 ชั่วโมง 12 นาที 20 วินาที ของโรบี ซยานตูรี จากอินโดนีเซีย ซึ่งทำไว้ที่โคเปนเฮเกนเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

 

ผลงานนี้จึงไม่ได้ยกระดับเพียงสถิติส่วนตัว แต่ยังเปลี่ยนมาตรฐานที่นักวิ่งมาราธอนในประเทศไทยและภูมิภาคต้องไล่ตามไปพร้อมกัน

 

9 วินาทีที่อาจมีค่ามากกว่าที่คิด

 

สิ่งที่ทำให้เวลา 2 ชั่วโมง 8 นาที 1 วินาที น่าสนใจเป็นพิเศษ คือเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์คัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่ปารีส

 

ครั้งนั้นสหพันธ์กรีฑาโลกกำหนดมาตรฐานมาราธอนชายไว้ที่ 2 ชั่วโมง 8 นาที 10 วินาที หมายความว่า หากคีรินทำเวลานี้ภายในช่วงคัดเลือกของปารีส เขาจะทำได้เร็วกว่ามาตรฐานถึง 9 วินาที และมีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาภายใต้ระบบโควตาของการแข่งขัน

 

แต่สำหรับลอสแอนเจลิส 2028 ยังไม่มีการประกาศเกณฑ์ขั้นต่ำและช่วงเวลาคัดเลือกอย่างเป็นทางการตามข้อมูลที่มี ดังนั้น สิ่งที่คีรินทำได้ในชิคาโกจึงยังไม่ใช่ตั๋วโอลิมปิก แต่เป็นสัญญาณว่าเขามีศักยภาพไปถึงมาตรฐานดังกล่าวแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม การคัดเลือกมาราธอนโอลิมปิกไม่ได้พิจารณาเพียงว่านักกีฬาคนใดเคยทำเวลาได้เร็วกว่าเกณฑ์เท่านั้น

 

สำหรับปารีส 2024 สหพันธ์กรีฑาโลกกำหนดช่วงเวลาคัดเลือกอย่างชัดเจนให้เป็นช่วงพฤศจิกายน 2023 จนถึง เมษายน 2024 พร้อมระบบจัดสรรโควตาจากทั้งมาตรฐานเวลาและอันดับโลก โดยแต่ละประเทศส่งนักกีฬาได้สูงสุด 3 คน

 

ดังนั้น ต่อให้คีรินทำเวลาได้ดีกว่ามาตรฐานเดิม ผลงานจากชิคาโกจะใช้คัดเลือกในแอลเอ 2028 ได้หรือไม่ ยังขึ้นอยู่กับกฎและช่วงเวลาที่จะประกาศ

 

โจทย์ต่อไปจึงเป็นการรักษาระดับผลงาน และทำเวลาให้ได้ตามเงื่อนไขใหม่อีกครั้ง หากผลงานครั้งนี้อยู่นอกช่วงเวลาที่กำหนด

 

จากสามเหรียญทองซีเกมส์ สู่การเดิมพันกับโอลิมปิก

 

ก่อนจะมาถึงชิคาโก คีรินคือหนึ่งในนักวิ่งระยะกลางและระยะไกลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของไทย ในซีเกมส์ 2025 เขากวาดสามเหรียญทองจากระยะ 1,500, 5,000 และ 10,000 เมตร 

 

แต่แทนที่จะเดินหน้าป้องกันความสำเร็จในลู่ เขากลับเลือกเปลี่ยนเส้นทางไปสู่มาราธอนอย่างจริงจัง การตัดสินใจดังกล่าวหมายถึงการไม่ลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 และซีเกมส์ 2027

 

สำหรับกรีฑาไทย นี่คือการเสียโอกาสลุ้นเหรียญรางวัลในระยะสั้น แต่สำหรับคีริน มันคือการเดิมพันกับเป้าหมายที่ใหญ่กว่า นั่นคือการกลับไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ในระยะทางใหม่

 

แม้คีรินจะมีพื้นฐานความเร็วที่ยอดเยี่ยม แต่การวิ่ง 10,000 เมตรกับมาราธอนเป็นความท้าทายคนละรูปแบบ แต่ระยะมาราธอนต้องการมากกว่าความเร็วและความอดทน เพราะนักวิ่งต้องเรียนรู้การจัดการพลังงาน การเติมคาร์โบไฮเดรต การรักษาเพซ และการรับมือกับความเหนื่อยล้าที่สะสมต่อเนื่องนานกว่าสองชั่วโมง

 

ก่อนหน้านี้คีรินเพิ่มปริมาณการฝึกซ้อมไปถึงประมาณ 140 กิโลเมตรต่อสัปดาห์ นั่นสะท้อนว่าเขาไม่ได้เพียงนำความสามารถจากลู่มาทดลองบนถนน

 

แต่กำลังปรับทั้งระบบการฝึกเพื่อสร้างร่างกายของนักวิ่งมาราธอนอย่างแท้จริง และผลการแข่งขันที่ชิคาโกก็เป็นหลักฐานแรกว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเริ่มออกผล

 

คีรินไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่มีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง

 

ก่อนเปิดตัวในระยะมาราธอน คีรินเป็นเจ้าของสถิติประเทศไทยในหลายระยะอยู่แล้ว ทั้ง 5,000 เมตร ที่ 13 นาที 8.41 วินาที และ 10,000 เมตร ที่ 27 นาที 17.14 วินาที นอกจากนี้ เขายังทำสถิติฮาล์ฟมาราธอน 1 ชั่วโมง 2:39 นาที ที่นิวยอร์กเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

 

ตัวเลขเหล่านี้มีความสำคัญ เพราะมาราธอนยุคใหม่ไม่ได้ต้องการเพียงนักวิ่งที่ทนต่อระยะทางได้ แต่ต้องการคนที่สามารถรักษาความเร็วสูงไว้ให้นานที่สุด

 

พื้นฐานจากลู่จึงเป็นหนึ่งในต้นทุนสำคัญของคีริน และเมื่อเขาสามารถนำความเร็วนั้นมารักษาไว้ได้ตลอด 42.195 กิโลเมตร ศักยภาพในระยะมาราธอนก็เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้น

 

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เส้นทางของคีรินน่าสนใจ คือสภาพแวดล้อมในการพัฒนาตัวเอง หลังสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เขาเข้าสู่ เบาเออร์แมน แทร็ก คลับ ในมลรัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นระบบฝึกซ้อมที่รวบรวมนักวิ่งระดับสูงและองค์ความรู้ด้านการพัฒนานักกีฬาอาชีพ

 

การฝึกในสภาพแวดล้อมดังกล่าวทำให้คีรินเข้าถึงทั้งโค้ช นักวิ่งคุณภาพสูง และการแข่งขันระดับนานาชาติ

 

สิ่งเหล่านี้อาจเป็นข้อได้เปรียบในการเปลี่ยนระยะ เพราะการพัฒนานักวิ่งมาราธอนไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถเฉพาะตัวเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยระบบสนับสนุนที่ช่วยให้นักกีฬาพัฒนาต่อเนื่องโดยไม่สูญเสียทิศทาง

 

จากชิคาโกถึงลอสแอนเจลิส ยังมีอะไรต้องพิสูจน์

 

แม้ผลงาน 2 ชั่วโมง 8 นาที 1 วินาที จะน่าประทับใจ แต่การวิ่งมาราธอนระดับสูงไม่ได้วัดกันจากการแข่งขันเพียงครั้งเดียว โจทย์สำคัญของคีรินต่อจากนี้คือการรักษาความสม่ำเสมอ และพิสูจน์ว่าสามารถทำเวลาระดับใกล้เคียงกันได้อีกครั้ง

 

เพราะมาราธอนมีตัวแปรมากมาย ทั้งสภาพอากาศ เส้นทาง การวางเพซ และการตอบสนองของร่างกายในช่วงท้ายการแข่งขัน ที่สำคัญ เขาต้องหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บจากการฝึกระยะทางสูง เพื่อรักษาความพร้อมไปจนถึงช่วงคัดเลือกโอลิมปิก

 

ดังนั้น ชิคาโกจึงไม่ใช่เส้นชัยของโครงการนี้ แต่เป็นการทดสอบครั้งแรกที่ทำให้เป้าหมายที่แอลเอ 2028 ดูเป็นรูปธรรมมากขึ้น

 

ความสำเร็จของคีรินยังชวนให้ตั้งคำถามถึงอนาคตของกรีฑาไทย เพราะประเทศไทยมีการแข่งขันวิ่งถนนจำนวนมาก และมีผู้คนสนใจมาราธอนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การสร้างนักวิ่งที่สามารถแข่งขันในระดับโอลิมปิกยังเป็นอีกโจทย์หนึ่ง

 

นักวิ่งมาราธอนไทยคนล่าสุดที่ได้ไปโอลิมปิกคือบุญถึง ศรีสังข์ ในริโอ 2016 ผ่านโควตาไวลด์การ์ด ซึ่งหากคีรินสามารถผ่านเกณฑ์ด้วยผลงานของตัวเองในปี 2028 ก็จะเป็นความสำเร็จที่มีความหมายอย่างยิ่ง

 

แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้กัน คือการนำประสบการณ์และองค์ความรู้จากเส้นทางของเขามาต่อยอด เพื่อให้อนาคตไม่ได้มีนักวิ่งไทยเพียงคนเดียวที่ไปถึงมาตรฐานนี้

 

42.195 กิโลเมตรแรก อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น

 

ก่อนการแข่งขันที่ชิคาโก คำถามสำคัญคือ คีรินจะสามารถเปลี่ยนจากนักวิ่งระดับแถวหน้าของไทยในลู่ ไปเป็นนักวิ่งมาราธอนระดับนานาชาติได้หรือไม่

 

วันนี้เขาเริ่มตอบคำถามนั้นแล้ว ด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 8 นาที 1 วินาที สถิติประเทศไทยและอาเซียนครั้งใหม่ และผลงานที่เร็วกว่ามาตรฐานโอลิมปิกครั้งก่อน

 

แน่นอนว่าเส้นทางสู่ลอสแอนเจลิสยังอีกยาวไกล เพราะยังมีเกณฑ์คัดเลือกที่ต้องรอประกาศ มีการแข่งขันที่ต้องลงสนาม และมีเวลาอีกเกือบสองปีให้เขาต้องรักษาระดับตัวเอง

 

แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปหลังชิคาโก มาราธอน 2026 คือการไปโอลิมปิกในระยะมาราธอนไม่ได้เป็นเพียงเป้าหมายที่คีรินประกาศไว้เท่านั้น

 

มันกลายเป็นเป้าหมายที่มีผลงานรองรับแล้ว และบางที 42.195 กิโลเมตรที่เขาเพิ่งวิ่งจบไป อาจไม่ใช่ระยะทางที่สำคัญที่สุดของเรื่องราวนี้

 

เพราะระยะทางที่สำคัญกว่า คือเส้นทางจากชิคาโกไปสู่ลอสแอนเจลิสในปี 2028 เส้นทางที่คีริน ตันติเวทย์ เพิ่งเปิดประตูบานแรกได้สำเร็จ


READ MORE






Latest Stories