วันนี้ (30 ตุลาคม) ที่ ห้องปารุสกวัน กองบัญชาการตํารวจนครบาล ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมบูรณาการขับเคลื่อนมาตรการ Sandbox ย่านข้าวสารและรามบุตรี เพื่อยกระดับการอนุญาตและการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับสถานบริการ และป้องกันการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยมี ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือ
ภราดรเปิดเผยภายหลังการประชุมว่า การหารือร่วมกับ กทม. กรมสรรพสามิต และกรมการปกครองในวันนี้ มุ่งเป้าไปที่การแก้ไขปัญหาและข้อจำกัดของพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตโซนนิ่งสถานบริการที่บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งกำหนดให้เปิดสถานบริการได้เพียง 3 พื้นที่ ได้แก่ RCA, พัฒน์พงษ์ และรัชดาภิเษก โดยที่ประชุมมองว่ากฎหมายดังกล่าวไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงและบริบทของกรุงเทพฯ ในปัจจุบันที่เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญระดับโลก
เพื่อแก้ไขปัญหาในระยะสั้น ที่ประชุมได้กำหนดให้ใช้พื้นที่ถนนข้าวสารและรามบุตรีเป็นพื้นที่นำร่อง (Sandbox) โดยให้ความสำคัญใน 3 มิติหลัก ได้แก่
- มิติด้านเศรษฐกิจ: ทบทวนข้อจำกัดด้านเวลา เพื่อช่วยเหลือร้านอาหารและสถานประกอบการที่ปัจจุบันไม่สามารถเปิดให้บริการเกินเวลา 24.00 น. ได้
- มิติด้านความปลอดภัย: กทม. ได้เข้าตรวจสอบสถานบริการและสถานประกอบการคล้ายสถานบริการกว่า 1,000 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ตามมาตรฐานความปลอดภัย 17 ข้อ ซึ่งสถานประกอบการที่จะเข้าร่วม Sandbox จะต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานนี้อย่างเข้มงวด
- มิติด้านกฎหมาย: การปรับปรุงข้อกำหนดให้ชัดเจนและสอดคล้องกับความเป็นจริง จะช่วยลดช่องโหว่ในการเรียกรับผลประโยชน์และการปฏิบัติหน้าที่มิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ
จากการสำรวจของ กทม. และ บช.น. พบว่าบริเวณถนนข้าวสารและรามบุตรี มีสถานที่บริการและสถานที่คล้ายสถานประกอบการรวมกว่า 30 แห่ง แต่มีเพียง 4 แห่งเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตเป็นสถานบริการอย่างถูกต้อง ดังนั้น สถานประกอบการที่เหลือจะต้องปรับปรุงแก้ไขให้ตรงตามมาตรฐานความปลอดภัย 17 ข้อของ กทม. จึงจะสามารถเปิดให้บริการในรูปแบบ Sandbox ได้
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า ประเด็นสำคัญคือเรื่องเวลาในการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งอาจต้องมีการขออนุญาตขยายเวลาเป็นกรณีพิเศษในพื้นที่นำร่อง หากการดำเนินการในพื้นที่ Sandbox ขนาดเล็กสามารถควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยและสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะมีโอกาสขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นๆ ได้ในอนาคต
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ไปหารือร่วมกับคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในประเด็นการขยายเวลาให้บริการ โดยจะมีการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าอีกครั้งในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า

