เหตุโจมตีเรือสินค้า 3 ลำที่เดินเรือผ่านเข้าใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ช่วงเช้าวันนี้ (11 มีนาคม) ตามเวลาท้องถิ่น ท่ามกลางการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล กับอิหร่าน ที่กำลังทวีความตึงเครียดอย่างหนัก กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทั่วโลกจับตามอง เนื่องจากเป็นการโจมตีเรือพาณิชย์จากประเทศที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในความขัดแย้ง ซึ่งในจำนวนนี้ มีเรือสินค้าไทยขนาดใหญ่อยู่ด้วย คือ เรือมยุรี นารี (Mayruree Naree) ของบริษัท Precious Shipping จำกัด (มหาชน) ส่วนอีก 2 ลำ คือเรือวัน มาเจสตี (ONE Majesty) สัญชาติญี่ปุ่น ของบริษัท Mitsui OSK Lines และเรือสตาร์ กวินเนธ (Star Gwyneth) สัญชาติกรีก ที่ติดธงหมู่เกาะมาร์แชลล์
โดยกองกำลังพิทักษ์ปฎิวัติอิสลามออกมาอ้างความรับผิดชอบในการโจมตีดังกล่าว และเตือนว่า “เรือของสหรัฐฯ อิสราเอล หรือพันธมิตรเป็นเป้าหมายที่ชอบด้วยกฎหมาย”
และนี่คือสิ่งที่เรารู้จนถึงตอนนี้
เกิดอะไรขึ้น?
บริษัทด้านความปลอดภัยและความเสี่ยงทางทะเลเผยว่า เรือสินค้าทั้งสามลำถูกโจมตีด้วยวัตถุบินไม่ทราบที่มา ซึ่งทำให้จำนวนเรือที่ถูกโจมตีในภูมิภาคนี้ เพิ่มเป็นอย่างน้อย 14 ลำแล้ว นับตั้งแต่เหตุสู้รบปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์
เรือมยุรี นารี ที่ถูกโจมตี เป็นเรือบรรทุกสินค้าแห้งเทกอง (Dry Bulk Vessel) มีขนาดระวางขับน้ำถึงประมาณ 30,000 ตัน และมีความยาวถึง 178 เมตร มีลูกเรือชาวไทยทั้งหมดจำนวน 23 คน ถูกโจมตีขณะกำลังเดินเรือผ่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
ก่อนเกิดเหตุเรือได้ออกเดินทางจากท่าเรือในเมืองคาลิฟา (Khalifa) ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อเวลา 03.00 น. ของวันเดียวกัน และกำลังมุ่งหน้าไปยังท่าเรือกันดลาในอินเดีย ก่อนจะเผชิญการโจมตีในเวลาต่อมา
บริษัท Precious Shipping ผู้ดำเนินการเรือมยุรี นารี ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย เปิดเผยในแถลงการณ์ว่า “เรือถูก ‘วัตถุบินไม่ทราบที่มา’ 2 ชิ้น โจมตีขณะแล่นผ่านช่องแคบจนทำให้เกิดไฟไหม้และห้องเครื่องยนต์เสียหาย”
ซึ่งภาพที่ถูกเปิดเผยโดยกองทัพเรือไทย แสดงให้เห็นกลุ่มควันไฟไหม้จำนวนมากพวยพุ่งออกมาจากด้านท้ายเรือ
ผลการโจมตี ยังทำให้ลูกเรือ 3 คนสูญหาย ซึ่งทางบริษัทเชื่อว่าน่าจะติดอยู่ในห้องเครื่องยนต์ ขณะที่ลูกเรือที่เหลืออีก 20 คน ได้รับการอพยพลงจากเรืออย่างปลอดภัยและได้รับการช่วยเหลือจากกองทัพเรือโอมาน นำตัวขึ้นฝั่งที่เมืองคาซับ (Khasab) ของโอมานได้อย่างปลอดภัยแล้ว ซึ่งทางกองทัพเรือโอมาน กำลังพยายามทำการค้นหาและช่วยเหลือลูกเรือไทยอีก 3 คน
ทางด้านกองบัญชาการกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ภายหลังรับทราบรายงานเหตุการณ์ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือได้เร่งดำเนินการประสานงานขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนผ่านกรอบความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเลระหว่างประเทศ โดยสั่งการให้นายทหารประสานงานของกองทัพเรือที่ประจำการอยู่ ณ กองกำลังทางทะเลร่วม (Combined Maritime Forces หรือ CMF) ติดต่อไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงมัสกัต ของโอมาน เพื่อขอความช่วยเหลือในพื้นที่ทันที ซึ่งกองทัพเรือโอมานก็ให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว
ส่วนเรืออีก 2 ลำ พบว่าเรือวัน มาเจสตี ที่ติดธงชาติญี่ปุ่น ได้รับความเสียหายเล็กน้อยจากการโจมตีโดยวัตถุบินไม่ทราบชนิดเช่นกัน ระหว่างทอดสมออยู่นอกชายฝั่งเมืองราส อัล ไคมาห์ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ห่างออกไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 25 ไมล์ทะเล
ส่วนเรือสตาร์ กวินเนธ สัญชาติกรีก ที่ติดธงหมู่เกาะมาร์แชลล์ ซึ่งเป็นเรือบรรทุกสินค้าเทกอง ก็ถูกวัตถุบินไม่ทราบชนิดพุ่งชนเช่นกัน ระหว่างที่ทอดสมออยู่ห่างจากชายฝั่งดูไบ ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 50 ไมล์ทะเล ซึ่งตัวเรือได้รับความเสียหายแต่ลูกเรือปลอดภัย
IRGC ยอมรับโจมตีเรือสินค้าไทย
ทางด้านกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน ออกแถลงการณ์แสดงความรับผิดชอบในการโจมตีเรือสินค้าดังกล่าว
ขณะที่โฆษกกองบัญชาการปฏิบัติการกลางของกองทัพอิหร่าน (Khatam Al-Anbiya) ประกาศแถลงการณ์ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐ ย้ำว่า เรือของสหรัฐฯ อิสราเอล หรือพันธมิตรที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ล้วนเป็น ‘เป้าหมายที่ชอบด้วยกฎหมาย’
“เรือลำใดก็ตามที่มีสินค้าเป็นน้ำมัน หรือตัวเรือเองเป็นของสหรัฐฯ ระบอบไซออนิสต์ หรือพันธมิตรที่เป็นศัตรู จะถือเป็นเป้าหมายที่ชอบด้วยกฎหมาย” แถลงการณ์ระบุ และย้ำว่ากองทัพอิหร่าน “จะไม่ยอมให้น้ำมันแม้แต่ลิตรเดียวผ่านช่องแคบนี้ไปได้”
“เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับราคาน้ำมันที่ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพราะราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับความมั่นคงในภูมิภาค ซึ่งคุณได้ทำให้มันไม่มั่นคงแล้ว”
สาหรับสาเหตุในการโจมตี มีรายงานที่ไม่ได้รับการยืนยัน จากสำนักข่าวฟารารูของอิหร่าน ระบุว่า เหตุที่เรือมยุรี นารี ของไทยถูกโจมตี เป็นเพราะไม่สนใจสัญญาณเตือนจากกองทัพเรือของ IRGC และยังคงเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างผิดกฎหมาย
ทั้งนี้ การโจมตีเรือทั้งสามลำ เกิดขึ้นไม่นาน หลังจากที่ปรากฎรายงานก่อนหน้านี้ว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้ทำลายเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่าน 16 ลำ ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางข่าวที่ว่าอิหร่านได้เริ่มวางระเบิดในช่องแคบแล้ว
โดยอิหร่าน ยังกล่าวหาว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีเรือพยาบาลทางทะเลที่เกาะแห่งหนึ่งในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งรายงานจากสื่อท้องถิ่น ระบุว่าเรือลำดังกล่าวใช้ขนส่งผู้ป่วยฉุกเฉินจากเกาะไปยังเมืองบันดาร์อับบาส (Bandar Abbas) ในจังหวัดฮอร์โมซกัน (Hormozgan) ทางตอนใต้ของอิหร่าน
ภาพ: ROYAL THAI NAVY/Handout via REUTERS
อ้างอิง:
- https://www.aljazeera.com/news/liveblog/2026/3/11/iran-war-live-tehran-says-us-israel-hit-nearly-10000-civilian-sites
- https://www.ndtv.com/world-news/iran-news-live-updates-strait-of-hormuz-cargo-ship-mayuree-naree-sailing-to-india-attacked-in-strait-of-hormuz-thai-navy-11200152
- https://www.reuters.com/world/cargo-ship-hit-by-projectile-strait-hormuz-crew-evacuates-2026-03-11/?utm_campaign=trueAnthem+Manual&utm_medium=trueAnthem&utm_source=facebook&fbclid=IwY2xjawQeQBpleHRuA2FlbQIxMQBzcnRjBmFwcF9pZBAyMjIwMzkxNzg4MjAwODkyAAEex7QufD_0djdef_N5PO_hlyVKStxE3VxTXovYGtyhlkBYrgKk4x9xerk88Xo_aem_j1vbBCLZ0HK4fj0qjg9Meg


