ยุคปัจจุบัน คือยุคที่ความผันผวนทางการเงินคือความท้าทายหลัก และข้อมูลการลงทุนท่วมท้นจนนักลงทุนไม่กล้าตัดสินใจ สิ่งที่หลายคนเผชิญคือแผนการเงินที่ไม่เติบโต และการลงทุนที่ไม่สอดคล้องกับ “เป้าหมายชีวิต”
ธนาคารกสิกรไทย ได้ตอบรับความท้าทายนี้ ด้วยการประกาศกลยุทธ์ใหม่ในการยกระดับบทบาทของ “K WEALTH” เป็นพันธมิตรด้านการลงทุน ที่พร้อมอยู่เคียงข้างนักลงทุนทุกช่วงเวลาของชีวิต เพื่อสร้างอนาคตที่มั่งคั่งและมั่นคง หรือ ‘Your Future-Ready Wealth’ และวันนี้ THE STANDARD WEALTH ได้มีโอกาสพูดคุยกับ อดิศร เสริมชัยวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารกสิกรไทย ถึงความตั้งใจที่จะเป็น “ผู้ให้กลยุทธ์และคำแนะนำ” มากกว่า “คนขายผลิตภัณฑ์” เพื่อส่งมอบการเติบโตของความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน

อดิศร เสริมชัยวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารกสิกรไทย
K WEALTH คืออะไร และทำไมธนาคารกสิกรไทยจึงต้องสร้าง K WEALTH ขึ้นมาในวันนี้?
“K WEALTH คือการประกาศอย่างชัดเจนถึงความตั้งใจที่จะให้บริการด้านการลงทุน ในฐานะพันธมิตรที่คอยดูแลความมั่งคั่ง โดยมีจุดเริ่มต้นและศูนย์กลางการคิดมาจาก “เป้าหมายชีวิตของลูกค้า (Customer-Centric)” อย่างแท้จริง” อดิศร เสริมชัยวงศ์ กล่าว
ในอดีตนั้น ตลาดการลงทุนมีการใช้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางอยู่บ้าง แต่ไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ เพราะผลิตภัณฑ์ที่ขายมีลักษณะเป็น ‘ยาสามัญ’ ที่ขายให้ใครก็ได้เหมือนกันหมด แต่ในปัจจุบัน ทุกอย่างมีความซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายชีวิต การลงทุน หรือพฤติกรรมการใช้เงินของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน
K WEALTH จึงเป็นการประกาศอย่างชัดเจนถึง ‘ความตั้งใจ’ ที่จะให้บริการด้านการลงทุนแบบเฉพาะบุคคล ที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และดูแลลูกค้าของธนาคารกสิกรไทยในระยะยาว เพราะเส้นทางการลงทุนของลูกค้าไม่ได้จบลงเพียงการปิดการขายกองทุน แต่เป็นการทำให้เป้าหมายชีวิตของลูกค้าประสบความสำเร็จ ซึ่งเป้าหมายนี้มีการปรับเปลี่ยนอยู่เสมอตามช่วงเวลาชีวิต เราจึงเปลี่ยนมุมมองจาก Product-based เป็น Life-purpose-based ของลูกค้า
4 เหตุผลที่ทำให้ Wealth Advisor อย่าง K WEALTH เป็นสิ่งจำเป็น
อดิศร กล่าวว่า มี 4 ประเด็นสำคัญที่ตอกย้ำว่าผู้เชี่ยวชาญมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการช่วยลูกค้าจัดสรรพอร์ต และแนะนำทางการลงทุนระดับโลก
1. การเปลี่ยนแปลงด้านประชากรศาสตร์: ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aging Society) ซึ่งหมายความว่า รายได้ประจำจะหยุดลงเมื่อเกษียณอายุ 60 ปี ดังนั้น การออมและการลงทุนให้เงินงอกเงยเพื่อใช้ชีวิตหลังเกษียณโดยไม่เป็นภาระแก่ลูกหลานจึงเป็นเรื่องสำคัญ
2. ความซับซ้อนของการลงทุนทั่วโลก: ปัจจุบันดอกเบี้ยเงินฝากไม่สามารถสู้กับเงินเฟ้อได้ ทำให้นักลงทุนต้องมองหาโอกาสผลตอบแทนที่สูงขึ้น ซึ่งมักจะเป็นการลงทุนต่างประเทศในเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น AI, Nvidia หรือ SpaceX ซึ่งมีความซับซ้อนและผันผวนสูงมาก
3. ข้อจำกัดด้านเวลาและความรู้: นักลงทุนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มมนุษย์เงินเดือน ไม่มีเวลาติดตามข่าวสาร หรือทำความเข้าใจสินทรัพย์ที่ซับซ้อนด้วยตนเอง พวกเขาจึงต้องการคำแนะนำเพื่อให้พอร์ตได้รับประโยชน์จาก Global Growth และ New Age Technology
4. เป้าหมายชีวิตที่แตกต่างกัน: นี่คือหัวใจสำคัญ เพราะเป้าหมายชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนต้องการใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างสมถะ บางคนต้องการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศปีละหลายครั้ง เป้าหมายที่แตกต่างกันเหล่านี้นำไปสู่วิธีการลงทุนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
3 เสาหลักสู่อนาคตความมั่งคั่งของลูกค้าในแบบฉบับ K WEALTH : WEALTH Team, WEALTH Tech, และ WEALTH Partnerships
K WEALTH มี 3 เสาหลัก ที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว นั่นคือ WEALTH Team + WEALTH Tech + WEALTH Partnerships สามส่วนนี้รวมกันทำให้ K WEALTH ให้คำปรึกษาด้านการลงทุนตามเป้าหมายระยะยาวของลูกค้า รับมือกับตลาดที่ผันผวนได้อย่างมีระบบ โดยไม่ได้ไล่ตามกระแสร้อนรายวัน ทำให้พอร์ตลงทุนมีเสถียรภาพ
1. WEALTH Team: ทีมผู้เชี่ยวชาญที่วางกลยุทธ์การลงทุน รับมือความผันผวนทั่วโลก
ทีมงานของ K WEALTH ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ผ่านการรับรองวิชาชีพชั้นนำ โดยเฉพาะทีม K WEALTH CIO ที่มีบทบาทสำคัญมาก เพราะหน้าที่ของเขาคือวิเคราะห์และแปลความซับซ้อนของตลาด ออกมาเป็นกรอบการจัดพอร์ตที่ลูกค้าทำตามได้ง่ายและสอดคล้องกับชีวิตจริง
นอกจากนี้ ทีมงาน K WEALTH ยังผสานผู้เชี่ยวชาญจาก KAsset, Ksecurities, KResearch และไม่ได้ใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์เพียงแค่อายุ รายได้ หรือความเสี่ยงพื้นฐาน แต่ครอบคลุมไปถึงพฤติกรรมการใช้จ่าย การลงทุน และช่วงเวลาที่ลูกค้าสะดวกพูดคุย ทำให้ทีม K WEALTH สามารถทำความเข้าใจลูกค้าได้อย่างลึกซึ้ง และวางกลยุทธ์การลงทุนให้ตอบโจทย์เป้าหมายชีวิตของลูกค้าได้ ผ่านทาง Relationship Manager (RM)

2. WEALTH Tech: KEWIN AI เทคโนโลยีอัจฉริยะที่เข้าใจมนุษย์
หัวใจของ Wealth Tech คือ “KEWIN” ซึ่งเป็น AI อัจฉริยะที่ถูกออกแบบมาให้เป็น Humanized Tech
KEWIN แตกต่างจากบอตตอบคำถามทั่วไป เพราะมันไม่ได้แค่รอรับคำถาม แต่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของความเข้าใจลูกค้าแต่ละคนอย่างลึกซึ้ง
K WEALTH ใช้ AI ในการวิเคราะห์พฤติกรรม พอร์ตการลงทุน และความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละราย เพื่อ ‘คิดต่อ’ และนำเสนอข้อมูลที่เหมาะสมที่สุด เช่น แจ้งเตือนและปรับคำแนะนำให้เฉพาะตัว (Personalized) และทันเวลา รวมถึงอัปเดตข้อมูลข่าวสารจากตลาดทั่วโลกด้วยความรวดเร็ว KEWIN จึงเป็นเหมือนผู้ช่วยส่วนตัว ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถซื้อ ขาย ติดตามพอร์ตได้แบบเรียลไทม์ ครบจบใน K PLUS ทำให้ไม่พลาดจังหวะสำคัญ
3. WEALTH Partnerships: 2 พันธมิตรยักษ์ใหญ่ สะพานสู่โลกการลงทุนระดับสากล
K WEALTH เลือกเดินเกมที่แตกต่างคือ การ “ทำพาร์ตเนอร์กับ 2 ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก” นั่นคือการจับมือกับ J.P. Morgan Asset Management และ Lombard Odier ซึ่งแต่ละพันธมิตรต่างมีความแข็งแกร่งด้านการเงินการลงทุนที่โดดเด่นแตกต่างกัน
- J.P. Morgan Asset Management ผู้นำระดับโลกด้านการบริหารการลงทุน ด้วยสินทรัพย์ภายใต้การบริหารมูลค่ากว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และความเชี่ยวชาญครอบคลุมหลากหลายประเภทสินทรัพย์ ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนากลยุทธ์และโมเดลการลงทุนร่วมกันสำหรับนักลงทุนชาวไทยโดยเฉพาะ เพื่อให้เข้าถึงได้ทุกกลุ่มลูกค้า และเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตการลงทุนอย่างยั่งยืน
- Lombard Odier ไพรเวทแบงก์ชั้นนำจากสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีประสบการณ์มายาวนานกว่า 229 ปี ร่วมมือกับ K WEALTH เพื่อมอบบริการบริหารความมั่งคั่งระดับโลก นำเสนอทางเลือกการลงทุนระดับสากลที่ตอบโจทย์นักลงทุนไทย พร้อมประสบการณ์เฉพาะบุคคลที่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน

พันธกิจของ K WEALTH ในการสร้าง ‘Your Future-Ready Wealth’
อดิศร กล่าวว่า Core Value ของ K WEALTH คือการให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และมุ่งมั่นในการสร้างพอร์ตการลงทุนที่ยั่งยืนร่วมกับลูกค้า ซึ่งแนวคิด ‘Your Future-Ready Wealth’ คือการสร้างความมั่งคั่งในแบบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หรือเป้าหมายที่ชัดเจนของลูกค้า
ตัวอย่างเช่น กลุ่มที่ต้องการเกษียณแบบมีกิจกรรม สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้หลายครั้งต่อปี ก็จะมีพอร์ตที่แตกต่างจากกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเกษียณแต่มีเป้าหมายในการส่งมอบความมั่งคั่งให้ทายาทรุ่นถัดไป
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเป้าหมายชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การจัดพอร์ตจึงต้องแตกต่างกันตามไปด้วย และอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือ เราต้องพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างกับลูกค้า ไม่ว่าภาวะตลาดจะเป็นอย่างไรก็ตาม
“เมื่อพอร์ตลูกค้าเราติดลบ K WEALTH ที่เป็นผู้ดูแลต้องรีบพูดคุยกับลูกค้าทันทีเพื่อตรวจสอบว่าสถานการณ์ยังสอดคล้องกับเป้าหมายหรือไม่” อดิศรเน้นย้ำ “วันที่พอร์ตติดลบคือวันที่ต้องอยู่ใกล้ชิดลูกค้าที่สุดเพื่อสร้างความมั่นใจว่าเขาไม่ได้อยู่ลำพัง”

สุดท้าย อดิศรได้ฝากข้อคิดถึงนักลงทุนไว้ว่า การลงทุนเป็นเรื่องที่ต้องการทั้งความรับผิดชอบและความเข้าใจ ไม่ควรเริ่มต้นจากตัวเลขผลตอบแทนย้อนหลังที่ดูน่าดึงดูด แต่จุดตั้งต้นที่ถูกต้องคือการตั้งต้นจาก “เป้าหมายชีวิตของตัวเอง”
เราทุกคนต้องเปลี่ยนมายด์เซ็ตและคำถามจาก “เราจะลงทุนอะไร?” เป็น “เป้าหมายชีวิตของเราคืออะไร? และเราจะใช้เงินเพื่ออะไรในอนาคต?” จากนั้นจึงย้อนกลับมาเลือกรูปแบบการลงทุนที่มีประสิทธิภาพสูงสุดที่จะนำพาเราไปสู่จุดหมายนั้น
ด้วยพันธมิตร ทีมงาน และเทคโนโลยีที่เรามีอยู่ เรามั่นใจว่าเราสามารถให้คำแนะนำที่ครบถ้วนและรอบด้านได้ไม่แพ้ใคร สิ่งที่เราอยากจะเน้นย้ำที่สุดคือ การลงทุนควรเป็นไปเพื่อยกระดับ ‘ชีวิตจริง’ ของคุณให้ดีขึ้น ไม่ใช่เพื่อวิ่งไล่ตามผลตอบแทนสูงในระยะสั้น
K WEALTH ชี้ชัดว่า การลงทุนที่ยั่งยืนคือการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง เพื่อให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายชีวิตได้ราบรื่น ด้วยทีมงานที่เชี่ยวชาญ เทคโนโลยีที่เข้าใจมนุษย์ และการสนับสนุนจากพาร์ตเนอร์ระดับโลก นี่คือกลยุทธ์ที่ K WEALTH ใช้สร้าง Your Future-Ready Wealth ให้แก่ลูกค้าในฐานะ Lifelong Trusted Advisor
ทำความรู้จักและยกระดับความมั่งคั่งของคุณกับ K WEALTH ได้ที่ https://www.kasikornbank.com/k_3LKwnmP
Disclaimer:
- KASIKORNBANK has separate strategic alliances/partnerships with each of Lombard Odier and J.P. Morgan Asset Management. Lombard Odier and J.P. Morgan Asset Management do not operate onshore in Thailand.
- Lombard Odier and J.P. Morgan Asset Management are not affiliated.


