×
412399

จุรินทร์เสนอตั้งคณะทำงาน 7 ฝ่าย ‘รัฐบาล-ฝ่ายค้าน-ประชาชน’ หาทางออกเป็นรูปธรรม ส่วนไหนเห็นตรงกันทำได้เลย

โดย THE STANDARD TEAM
26.10.2020
  • LOADING...
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอ ตั้งคณะทำงาน 7 ฝ่าย รัฐบาล ฝ่ายค้าน ประชาชน

วันนี้ (26 ตุลาคม) ที่รัฐสภา จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อภิปรายที่รัฐสภาในญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ เปิดรับฟังความเห็นจาก ส.ส. และ ส.ว. กรณีปัญหาการบริหารราชการแผ่นดินช่วงหนึ่งว่า

 

การเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติในมาตรา 165 วันนี้นั้นมีความเห็นเพิ่มเติมว่าควรจะมีการหาข้อยุติและมีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมเพื่อนำไปสู่การหาทางออกของประเทศร่วมกัน นั่นก็คือประสงค์ที่จะเห็นที่ประชุมรัฐสภามีการตั้งกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง ซึ่งอาจจะลงนามโดยประธานรัฐสภา เพราะในอดีตก็เคยมีตัวแบบลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นมาแล้วในปี 2552 ตัวแบบที่ว่านั้นก็คือในยุคนั้นได้มีการหารือร่วมกันระหว่างฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และผู้นำทางสังคม กระทั่งนำมาสู่ความเห็นร่วมกันว่าควรจะได้มีการตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งที่มีชื่อสั้นๆ ว่าคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปและการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือจะเรียกย่อๆ ว่าคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ก็ได้ โดยมอบให้ประธานรัฐสภาเป็นเจ้าภาพลงนามแต่งตั้งกรรมการระดับชาติชุดนี้ขึ้นมา ประกอบด้วยผู้แทนฝ่ายรัฐบาล, ส.ส., ส.ว. และผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์กรต่างๆ ทำหน้าที่แสวงหาแนวทางในการสร้างความสมานฉันท์ในบ้านเมืองให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม 

 

จุรินทร์กล่าวต่อไปว่า ข้อเสนอของตนในวันนี้ก็คือให้มีการตั้งกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง โดยถือหลัก 3 ข้อ

1. สำหรับองค์ประกอบนั้น อย่างน้อยควรจะประกอบด้วยผู้เกี่ยวข้องทั้งในและนอกสภาไม่น้อยกว่า 7 ฝ่าย ประกอบด้วย ผู้แทนของรัฐบาล, ผู้แทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรัฐบาล, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน, วุฒิสมาชิก, ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม, ฝ่ายที่เห็นต่างกับผู้ชุมนุม และฝ่ายอื่นๆ เช่น ผู้ทรงคุณวุฒิ หรืออื่นใดที่เห็นสมควร เป็นต้น 

 

  1. ให้คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ในการแสวงหาคำตอบที่เป็นทางออกที่เป็นรูปธรรมให้กับประเทศ อะไรที่เห็นพ้องต้องกันได้ก็ให้ผู้ที่มีหน้าที่รับข้อสรุปที่เห็นพ้องนั้นไปดำเนินการในทันทีโดยไม่ชักช้า ซึ่งตนก็คาดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญน่าจะเป็นประเด็นหนึ่งที่เห็นพ้องต้องกันได้

ส่วนอะไรก็ตามที่ยังมีความเห็นที่ต่างกันอยู่ก็แขวนไว้ก่อน แล้วเร่งหารือร่วมกันเพื่อหาจุดร่วมที่อาจจะยังมีประเด็นเพิ่มเติมที่เห็นตรงกันได้ต่อไป โดยเน้นรูปแบบของการจับเข่าคุยกันอย่างสร้างสรรค์ อะไรที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถอยได้ก็อาจจะต้องถอยคนละก้าวหรือคนละสองก้าวอย่างที่นายกรัฐมนตรีได้เสนอความเห็นไป ทั้งนี้ก็เพื่อให้สามารถดำรงเป้าหมายที่จะมุ่งหาคำตอบ หาทางออกให้กับประเทศด้วยความปรารถนาดีให้กับบ้านเมืองให้ได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

 

  1. ขอให้ดำเนินการด้วยความรวดเร็ว


ตนหวังว่าที่ประชุมนี้จะกรุณารับข้อเสนอของตนไปพิจารณาและไตร่ตรองอย่างรอบคอบจริงจังต่อไป เพื่อให้ข้อเสนอนี้เป็นจริงได้

 

“ผมขอเรียกร้องไปยังวิปทั้งสามฝ่ายอีกครั้งหนึ่ง เพราะท่านคือตัวแทนของพวกเราที่เป็นสมาชิกรัฐสภา ได้หารือกันทั้งวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และวิปวุฒิสภา ซึ่งสำหรับพรรคประชาธิปัตย์นั้น ผมได้มอบหมายให้วิปของพรรครับความเห็นนี้ไปหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องมาระดับหนึ่งแล้ว ส่วนผลการหารือหรือรูปแบบของคณะกรรมการจะตั้งชื่อว่าอย่างไร จะแตกต่างไปจากที่ผมเสนอเมื่อสักครู่มากน้อยแค่ไหนอย่างไร ผมไม่ติดใจ แล้วก็ยินดีที่จะให้การสนับสนุนเพียงเพื่อให้เราได้มีคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อร่วมกันแสวงหาทางออกให้กับประเทศ หากทำได้ ผมหวังว่าอย่างน้อยที่สุดสถานการณ์บ้านเมืองก็จะคลี่คลายไปได้ระดับหนึ่ง แม้จะไม่ทั้งหมดก็ตาม เพราะว่าบางเรื่อง บางประเด็น ผมทราบดีว่าอาจจะต้องใช้เวลาและต้องใช้ความจริงใจต่อกัน ที่สำคัญคือต้องตกผลึกร่วมกันจึงจะสามารถนำไปสู่การได้คำตอบที่เห็นพ้องต้องกันได้ และที่สำคัญเราประสงค์ที่จะให้มีกรรมการชุดนี้เพื่อให้คนทั้งประเทศได้เห็นแสงสว่างแห่งความหวังรำไรถูกจุดขึ้นมาตรงปลายอุโมงค์โดยรัฐสภาของเรา เพื่อให้รัฐสภาได้เป็นความหวังและสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบอบประชาธิปไตยของประเทศเราได้อย่างยั่งยืนต่อไป” จุรินทร์กล่าวในที่สุด

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories