×

ไบเดนเล็งตั้ง เจเน็ต เยลเลน อดีตประธาน Fed เป็นขุนคลังหญิงคนแรกของสหรัฐฯ

โดย THE STANDARD TEAM
24.11.2020
ไบเดนเล็งตั้ง เจเน็ต เยลเลน อดีตประธาน Fed เป็นขุนคลังหญิงคนแรกของสหรัฐฯ

โจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐฯ เล็งตั้ง เจเน็ต เยลเลน อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลชุดใหม่ รับหน้าที่หนัก ฟื้นฟูเยียวยาเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากโควิด-19

 

CNBC รายงานอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดไบเดนที่ระบุว่า ไบเดนได้ตัดสินใจเลือก เจเน็ต เยลเลน ในวัย 74 ปี เข้ารับตำแหน่งดังกล่าว ท่ามกลางเสียงสนับสนุนจากหลายฝ่ายที่เห็นว่าเยลเลนนับเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่จะได้รับการยอมรับจากวุฒิสภาที่สมาชิกพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากอยู่ได้ ด้วยท่าทีและจุดยืนทางการเมืองที่ค่อนข้างประนีประนอมของตัวเยลเลนเอง

 

นอกจากนี้เมื่อพิจารณาจากผลงานที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงที่ดำรงตำแหน่งประธาน Fed ในปี 2014 ที่สามารถรักษาเสถียรภาพทางการเงินของประเทศด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นประวัติการณ์ รวมถึงคลี่คลายสถานการณ์เศรษฐกิจด้วยการยกระดับพัฒนาตลาดแรงงาน ทำให้ข้อเสนอที่จะให้เยลเลนรับตำแหน่งรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ได้รับเสียงสนับสนุนมากขึ้น

 

ทั้งนี้ รายงานระบุว่า ทีมงานของไบเดนได้พิจารณา เลล เบรนาร์ด อดีตเจ้าหน้าที่ Fed และ โรเจอร์ เฟอร์กูสัน อดีตรองประธาน Fed ไว้ด้วยเช่นกัน แต่เยลเลนดูจะเป็นตัวเลือกที่ได้รับการยอมรับจากสมาชิกทั้งสองพรรคคือพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกัน โดยขณะที่พรรครีพับลิกันยอมรับในนโยบายการคลังของเยลเลนที่มุ่งเน้นรักษาเสถียรภาพการคลัง สมาชิกพรรคเดโมแครตก็ชอบเยลเลนตรงที่มีจุดยืนสนับสนุนการเก็บภาษีคาร์บอน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายภาวะโลกร้อนที่พรรคให้การสนับสนุน

 

ปัจจุบันเยลเลน ผันตัวมาเป็นนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ให้กับสถาบัน Brookings โดยก่อนหน้าที่จะเป็นประธาน Fed เยลเลนเคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ Fed ประจำซานฟรานซิสโก และเป็นประธานสภาที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจคนที่ 18 ภายใต้ประธานาธิบดี บิล คลินตัน

 

หากได้รับการรับรองยืนยันอย่างชัดเจน เยลเลนจะสร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นรัฐมนตรีคลังหญิงคนแรกของสหรัฐอเมริกา หลังจากที่เคยสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นประธาน Fed หญิงคนแรกมาแล้ว

 

การก้าวขึ้นมาของเยลเลนยังกลายเป็นภาพสะท้อนให้เห็นของกระแสพลังหญิงในสังคมโลก ที่มีการเปิดทางให้ผู้หญิงเข้ามารับตำแหน่งและมีบทบาทโดดเด่นสำคัญทางการเมืองหรือแวดวงเศรษฐกิจมากขึ้น

 

โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลเยอรมนีเพิ่งจะอนุมัติรับรองผ่านระเบียบข้อบังคับใหม่ที่กำหนดโควตาให้กับผู้หญิงในการนั่งตำแหน่งคณะกรรมการบอร์ดบริหารในบริษัทจดทะเบียนในประเทศ

 

รายงานระบุว่า บริษัทจดทะเบียนที่มีสมาชิกคณะกรรมการมากกว่า 3 คนขึ้นไป ต้องมีสมาชิกที่เป็นผู้หญิงให้เข้ามาอยู่ตำแหน่งอย่างงน้อย 1 คน ซึ่งแถลงการณ์ของกระทรวงกิจการครอบครัว พลเรือนอาวุโส ผู้หญิง และเยาวชน เปิดเผยว่า การพิจารณาตัดสินใจขั้นสุดท้ายของระเบียบข้อบังคับใหม่ดังกล่าวจะมีขึ้นภายในสัปดาห์นี้

 

การตัดสินใจดังกล่าวของเหล่าสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลเยอรมนีได้รับเสียงชื่นชมจากหลายฝ่าย เพราะที่ผ่านมาแม้จะได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดภายในภูมิภาคยุโรป แต่เยอรมนีกลับตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์ด้านโอกาสและสิทธิเสมอภาคระหว่างชายหญิงในเรื่องของตำแหน่งบริหารระดับสูงในแวดวงธุรกิจ

 

ทั้งนี้ จากผลการสำรวจของ Allbright Foundation องค์การอิสระไม่แสวงหาผลกำไร พบว่า สมาชิกคณะกรรมการบริหารในบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ 30 แห่งของเยอรมนีมีสัดส่วนผู้หญิงอยู่ที่เพียง 12.8% เท่านั้น เมื่อเทียบกับประเทศเศรษฐกิจชั้นนำอื่นๆ อย่างสหรัฐฯ ซึ่งมีสัดส่วนการจ้างงานผู้หญิงในตำแหน่งผู้บริหารอยู่ที่ 28.6% สวีเดนที่ 24.9% อังกฤษที่ 24.5% และฝรั่งเศสที่ 22.2% อีกทั้งยังพบว่า ไม่มีบริษัทขนาดใหญ่ของเยอรมนีเลยที่อยู่ภายในการบริหารงานของผู้หญิง

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง:


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories